⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4437/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4437/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การตรวจพิสูจน์เส้นผมและขนจากอวัยวะเพศด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ที่เชื่อถือได้ สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความผิดได้ หากผลการตรวจมีความแม่นยำสูงและสอดคล้องกับพยานหลักฐานอื่น ๆ

ย่อคำพิพากษา

ผู้ตายขี่จักรยานสองล้อไปเก็บผักบุ้งบริเวณท้องนา ต่อมาพบผู้ตายถูกข่มขืนกระทำชำเราใกล้กับสถานีทดลองข้าวซึ่งจำเลยทำงานอยู่พบเส้นผมประมาณ 20 - 30 เส้น กับขนที่อวัยวะเพศ 1 เส้น ตกอยู่ที่กองเลือดในที่เกิดเหตุ พนักงานสอบสวนได้นำตัวอย่างเส้นผมและขนอวัยวะเพศของจำเลยและของคนงานสถานีทดลองข้าวดังกล่าวรวม 8 คน ไปตรวจพิสูจน์เปรียบเทียบกับเส้นผมและขนจากอวัยวะเพศของกลาง ผลการตรวจลักษณะภายนอกและการตรวจน้ำเหลืองทางวิทยาเชื่อว่าเส้นผมบางเส้นและขนจากอวัยวะเพศของกลางเป็นของจำเลย โดยมีนายแพทย์ผู้ตรวจพิสูจน์มาเบิกความรับรองว่า วิธีการตรวจพิสูจน์ดังกล่าวสามารถยืนยันได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ และยังพบร่องรอยบาดแผลขีดข่วนที่ร่างกายของจำเลยอีกหลายแห่งอันเกิดจากการดิ้นรนต่อสู้ของผู้ตาย ดังนี้ พยานหลักฐานโจทก์ฟังลงโทษจำเลยฐานข่มขืนกระทำชำเราและฆ่าผู้อื่นเพื่อปกปิดความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคแรก, 289 (7) ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายอาญา ม.277 ประมวลกฎหมายอาญา ม.289

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๗, ๒๘๙, ๙๑ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๗ วรรคแรก, ๒๘๙ (๗), ๙๑ ซึ่งแก้ไขแล้ว เป็นความผิดต่างกรรมให้ลงโทษจำคุกฐานกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน ๑๓ ปี มีกำหนด ๒๐ ปี และให้ลงโทษประหารชีวิตในฐานฆ่าผู้อื่นหรือปกปิดความผิดอื่น แต่เมื่อลงโทษประหารชีวิตแล้วก็ไม่อาจลงโทษจำคุกได้อีก จึงให้ประหารชีวิตสถานเดียว จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้โจทก์จะไม่มีประจักษ์พยาน เพราะผู้เสียหายถึงแก่ความตายหลังจากถูกนำส่งโรงพยาบาลเพียงเล็กน้อยก็ตาม แต่ปรากฏจากคำเบิกความของร้อยตำรวจเอกเจิมศักดิ์ ไชยพลี และร้อยตำรวจตรีสุขุม ทับทิมดี ว่าบริเวณที่เกิดเหตุมีร่องรอยการต่อสู้ขัดขืนดังปรากฏตามภาพถ่ายหมาย จ.๗ กับมีรอยเท้าของผู้ตายกับของคนร้าย และในการตรวจสถานที่เกิดเหตุครั้งที่สองเมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๒๙ ได้พบเส้นผมประมาณ ๒๐ - ๓๐ เส้น และขนจากอวัยวะเพศ ๑ เส้นตกอยู่ในกองเลือด จึงได้รวบรวมเก็บไว้เป็นของกลางเพื่อทำการตรวจพิสูจน์ โดยพนักงานสอบสวนได้จัดนำเอาตัวอย่างเส้นผมและขนจากอวัยวะเพศของคนงานของสถานีทดลองข้าวซึ่งอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุรวม ๘ คน พร้อมกับตัวอย่างเส้นผมและขนจากอวัยวะเพศของจำเลยในตรวจพิสูจน์เปรียบเทียบกับเส้นผมและขนจากอวัยวะเพศของกลางซึ่งพบในที่เกิดเหตุ ผลการตรวจพิสูจน์ปรากฏจากคำเบิกความของผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์สุนทร คำชมนันท์ หัวหน้าภาควิชานิติเวชศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ว่า สำหรับผลการตรวจพิสูจน์เส้นผมของกลางจากลักษณะภายนอกและผลการตรวจน้ำเหลืองทางวิทยาแยกได้เป็น ๓ กลุ่ม คือกลุ่มหนึ่งเหมือนกับเส้นผมของจำเลย อีกกลุ่มหนึ่งเหมือนกับเส้นผมของนายพงษ์พันธ์ซึ่งทำงานที่สถานีทดลองข้าวร่วมกับจำเลยกลุ่มที่สามเหมือนกับผมของผู้ตาย แต่สำหรับขนจากอวัยวะเพศนั้น ลักษณะภายนอกและผลการตรวจน้ำเหลืองทางวิทยาเปรียบเทียบกับขนจากอวัยวะเพศของจำเลยแล้วเหมือนกัน สรุปได้ว่าขนจากอวัยวะเพศที่พบตกอยู่ที่กองเลือดในที่เกิดเหตุเป็นของจำเลย ดังปรากฏตามเอกสารหมาย ป.จ.๔ และ ป.จ.๕ ผลการตรวจพิสูจน์ดังกล่าวนี้ปรากฏจากคำให้การชั้นสอบสวนซึ่งผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์สุนทรเบิกความรับรองตามเอกสารหมาย ป.จ.๖ ว่า สามารถยืนยันได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เว้นแต่ในกรณีพี่น้องฝาแฝดเท่านั้น นอกจากเส้นผม ขนจากอวัยวะเพศของจำเลยจะตกอยู่ที่กองเลือดในที่เกิดเหตุแล้ว จากการตรวจร่างกายซึ่งพบร่องรอยบาดแผลขีดข่วนที่ร่างกายของจำเลยอีกหลายแห่งคือ ที่บริเวณหน้าอก หน้าท้อง ไหล่ซ้าย บริเวณเข่าทั้งสองข้างและที่ศีรษะทั้งสองด้าน ดังปรากฏจากภาพถ่ายหมาย จ.๘ บาดแผลขีดข่วนดังกล่าวนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์สุนทรเบิกความว่า เกิดมาแล้วประมาณ ๕ วัน อันเป็นระยะใกล้เคียงกับวันเกิดเหตุ สำหรับรอยขีดข่วนที่ศีรษะ จำเลยก็เบิกความรับว่าเกิดจากเล็บ แต่เลี่ยงว่าเป็นรอยเล็บของจำเลยเพราะจำเลยเกาศีรษะ อย่างไรก็ดี สำหรับรอยขีดข่วนที่ร่างกายในที่อื่น ๆ จำเลยก็ไม่มีข้ออ้างหรือข้อแก้ตัวแต่อย่างใด อ้างแต่ว่าจำไม่ได้ ดังนั้นร่องรอยขีดข่วนตามร่างกายของจำเลยจึงน่าเชื่อว่าเกิดจากการดิ้นรนต่อสู้ของผู้ตาย ข้อเท็จจริงที่ปรากฏจากพยานวัตถุซึ่งพบในที่เกิดเหตุ ฟังได้ว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิดดังฟ้อง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4437/2531 พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย โจทก์ นายบุญช่วย สาแก้ว ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย · ล. - นายบุญช่วย สาแก้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชูเชิด รักตะบุตร์ · ถาวร ตันตราภรณ์ · สัมฤทธิ์ ไชยศิริ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงราย - นายไพบูลย์ ถิรรุ่งเรือง · ศาลอุทธรณ์ - นายตัน เวทไว
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 265/2531ฎีกา 959/2531ฎีกา 1837/2531ฎีกา 2246/2520ฎีกา 3027/2540ฎีกา 1597/2532ฎีกา 1597/2522ฎีกา 185/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 233/2552ฎีกา 98/2537ฎีกา 729/2489ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 1672/2569ฎีกา 4180/2548ฎีกา 619/2513ฎีกา 884/2497ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 1774/2536ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1162/2508ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา