⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4483/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4483/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลได้รับบัญชีระบุพยานไว้แล้ว การยื่นบัญชีระบุพยานซ้ำอีกครั้งโดยไม่เข้าเหตุสุดวิสัย ไม่ทำให้บัญชีระบุพยานที่ยื่นไว้ก่อนวันนัดสืบพยานเกินกว่า 3 วันเสียไป

ย่อคำพิพากษา

ศาลจังหวัดอุทัยธานีมีนัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรกวันที่18 ธันวาคม 2527 และเลื่อนไปเป็นวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2528ทนายโจทก์ยื่นบัญชีระบุพยานครั้งแรกวันที่ 28 พฤศจิกายน 2527แต่เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2527 ทนายโจทก์ได้ยื่นคำร้องขอระบุพยานโจทก์ต่อศาลจังหวัดนครสวรรค์ โดยอ้างว่าศาลจังหวัดอุทัยธานีนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 18 ธันวาคม 2527 โจทก์ติดว่าความที่ศาลจังหวัดนครสวรรค์ไม่อาจยื่นบัญชีพยานได้ทัน ขอให้ศาลจังหวัดนครสวรรค์ส่งบัญชีระบุพยานไปยังศาลจังหวัดอุทัยธานี ศาลจังหวัดนครสวรรค์อนุญาต ต่อมาวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2528 ทนายโจทก์ยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมครั้งที่ 1 ศาลต่อจังหวัดอุทัยธานี ดังนี้เมื่อศาลจังหวัดอุทัยธานีได้สั่งรับบัญชีระบุพยานของโจทก์ฉบับลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2527 ไว้แล้ว แม้โจทก์จะยื่นซ้ำอีกครั้งหนึ่งต่อศาลจังหวัดนครสวรรค์และการยื่นบัญชีระบุพยานนั้นไม่เข้าเหตุสุดวิสัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 10 ก็ตาม ก็ไม่เป็นเหตุให้บัญชีระบุพยานโจทก์ฉบับลงวันที่4 กุมภาพันธ์ 2528 ซึ่งได้ยื่นไว้ก่อนวันนัดสืบพยานโจทก์เกินกว่า 3 วันเสียไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.88

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองใช้เงินค่าก่อสร้างและค่าอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ค้างชำระเป็นเงิน 110,700 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสองให้การว่า ไม่มีนิติสัมพันธ์กับโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 18 ธันวาคม 2527 เวลา8.30 นาฬิกา ปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 2 พฤศจิกายน2527 วันที่ 28 พฤศจิกายน 2527 ทนายโจทก์ยื่นบัญชีระบุพยานศาลชั้นต้นสั่ง "รวม 1 อันดับ" ต่อมาเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2527ทนายโจทก์ได้ยื่นคำร้องขอระบุพยานโจทก์ต่อศาลจังหวัดนครสวรรค์โดยอ้างเหตุว่าทนายโจทก์ติดว่าความอยู่ที่ศาลนั้น และขอให้ส่งบัญชีระบุพยานไปยังศาลชั้นต้น ศาลจังหวัดนครสวรรค์มีคำสั่งว่า"อนุญาต ทำหนังสือแจ้งศาลจังหวัดอุทัยธานี พร้อมส่งคำร้องไปด้วย"และได้ส่งไปตามหนังสือ ที่ ยธ. 1200.312/5582 ลงวันที่ 17ธันวาคม 2527 ครั้นถึงวันนัดสืบพยานโจทก์ทนายความของโจทก์ได้มอบฉันทะให้เสมียนทนายไปขอเลื่อนคดี ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เลื่อนไปสืบพยานโจทก์ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2528 เวลา 8.30 นาฬิกาวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2528 ทนายโจทก์ได้ยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมครั้งที่ 1 ศาลชั้นต้นสั่งรับบัญชีระบุพยานฉบับนี้ ต่อมาวันที่15 กุมภาพันธ์ 2528 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งของศาลจังหวัดนครสวรรค์ที่ได้รับบัญชีระบุพยานตามคำร้องของโจทก์ลงวันที่ 14 ธันวาคม 2527 และถือว่าคำขอระบุพยานเพิ่มเติมครั้งที่ 1 ฉบับลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2528 เป็นอันตกไปด้วยปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2528แล้วพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยโดยกำหนดค่าทนายความให้ 800 บาท โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นรับบัญชีระบุพยานโจทก์ฉบับลงวันที 4 กุมภาพันธ์ 2528 แล้วดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "โจทก์ได้ยื่นบัญชีระบุพยานครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2527 ก่อนวันนัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรกวันที่18 ธันวาคม 2527 อันเป็นการยื่นโดยชอบเพราะยื่นก่อนวันนัดสืบพยานโจทก์ 3 วัน และศาลชั้นต้นได้สั่งรับไว้ ต่อมาเมื่อวันที่14 ธันวาคม 2527 โจทก์ได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดนครสวรรค์อ้างว่าศาลชั้นต้นนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 18 ธันวาคม 2527โจทก์ติดว่าความที่ศาลจังหวัดนครสวรรค์ไม่อาจยื่นบัญชีพยานได้ทันจึงขอยื่นบัญชีระบุพยานที่ศาลจังหวัดนครสวรรค์ และขอให้ศาลจังหวัดนครสวรรค์ส่งบัญชีระบุพยานไปยังศาลชั้นต้น ศาลจังหวัดนครสวรรค์ได้สั่งอนุญาตและได้ส่งบัญชีระบุพยานดังกล่าวไปยังศาลชั้นต้น เมื่อศาลชั้นต้นได้สั่งรับบัญชีระบุพยานของโจทก์ฉบับลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2527 แล้ว แม้โจทก์จะยื่นบัญชีระบุพยานซ้ำอีกครั้งหนึ่งต่อศาลจังหวัดนครสวรรค์และการยื่นบัญชีระบุพยานนั้นไม่เข้าเหตุสุดวิสัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 10 ก็ตาม ก็ไม่เป็นเหตุให้บัญชีระบุพยานของโจทก์ฉบับลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2528 ซึ่งได้ยื่นไว้ก่อนวันนัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรกที่ศาลสั่งเลื่อนไปเป็นวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2528 เป็นเวลาเกินกว่า 3 วันและศาลชั้นต้นได้สั่งรับไว้แล้วนั้นเป็นอันตกไปด้วย ที่ศาลอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นรับบัญชีระบุพยานโจทก์ฉบับลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2528 แล้วดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปนั้นชอบแล้ว" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4483/2531 นาย ชาญ นาค สุข โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด โชคพ นา กิจ ก่อสร้าง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ชาญ นาค สุข · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด โชคพ นา กิจ ก่อสร้าง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · นาม ยิ้มแย้ม · อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2032/2542ฎีกา 2076/2542ฎีกา 452/2517ฎีกา 7812/2547ฎีกา 3007/2525ฎีกา 2500/2548ฎีกา 2905/2552ฎีกา 3221/2534ฎีกา 8077-8078/2549ฎีกา 4052/2567ฎีกา 1368/2510ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 6541/2544ฎีกา 269/2520ฎีกา 421/2532ฎีกา 4549/2540ฎีกา 536/2536ฎีกา 280/2505ฎีกา 7937/2538ฎีกา 2311-2314/2532ฎีกา 4036-4037/2530ฎีกา 5647/2537ฎีกา 6880/2538ฎีกา 2295/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ