⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5276/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5276/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนับอายุความความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค เริ่มนับแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คนั้นเป็นครั้งแรก

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2530 ว่า จำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาท ครั้นวันที่ 6 มีนาคม 2530 โจทก์นำไปเข้าบัญชีเรียกเก็บเงินธนาคารปฏิเสธไม่จ่ายเงิน โจทก์จึงได้นำเช็คไปเข้าบัญชีใหม่อีกเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2530 และได้รับคำปฏิเสธการจ่ายเงินอีกครั้งหนึ่งเช่นนี้ เมื่อธนาคารปฏิเสธไม่จ่ายเงินครั้งแรก ถือว่าความผิดได้เกิดขึ้นแล้ว แต่โจทก์มิได้ร้องทุกข์หรือดำเนินคดีภายในกำหนด 3 เดือน นับแต่วันดังกล่าว คดีของโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องเป็นว่าโจทก์รู้ถึงการกระทำผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิดในวันที่ 12 มีนาคม 2530 อันเป็นวันที่โจทก์ได้รับคำปฏิเสธการจ่ายเงินในครั้งหลัง จึงหามีผลเปลี่ยนแปลงคดีของโจทก์แต่อย่างใดไม่ ศาลชั้นต้นไม่รับคำขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องของโจทก์และมีคำสั่งให้งดการไต่สวนมูลฟ้อง แล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์จึงชอบแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.163 ประมวลกฎหมายอาญา ม.96 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติเช็คฯ มาตรา 3ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปรากฏข้อเท็จจริงตามคำฟ้องของโจทก์เองว่าเช็คฉบับพิพาทซึ่งจำเลยเป็นผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายนั้น ในวันที่6 มีนาคม 2530 ธนาคารปฏิเสธไม่จ่ายเงิน โจทก์จึงได้นำเช็คไปเข้าบัญชีใหม่อีกครั้งเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2530 และได้รับคำปฏิเสธการจ่ายเงินอีกครั้งหนึ่ง เมื่อปรากฏเช่นนี้ โจทก์จึงนำคดีมาฟ้องเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2530 จึงมีปัญหาวินิจฉัยก่อนในเบื้องต้นว่าคดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ และที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้โจทก์แก้หรือเพิ่มเติมฟ้องนั้นชอบแล้วหรือไม่ พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า เมื่อธนาคารปฏิเสธไม่จ่ายเงินตามเช็คในวันที่ 6 มีนาคม 2530 นั้น ถือว่าความผิดได้เกิดขึ้นแล้วแต่โจทก์มิได้ร้องทุกข์หรือฟ้องคดีภายในกำหนด 3 เดือน นับแต่วันดังกล่าว คดีของโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 96 การที่โจทก์นำเช็คพิพาทไปเรียกเก็บเงินอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 12 มีนาคม 2530 และได้รับคำปฏิเสธเช่นเดียวกันกับในครั้งแรก มิได้หมายความว่าการกระทำผิดได้เลื่อนมาเกิดในวันที่12 มีนาคม 2530 เพราะหากถือเช่นนั้นย่อมมีผลเป็นการขยายอายุความฟ้องคดี อันเป็นผลร้ายแก่จำเลย ดังนั้น การที่โจทก์มายื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องเป็นว่า โจทก์รู้ถึงการกระทำผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิดในวันที่ 12 มีนาคม 2530 อันเป็นวันที่โจทก์ได้รับคำปฏิเสธการจ่ายเงินในครั้งหลังนี้ จึงหามีผลเปลี่ยนแปลงคำวินิจฉัยแต่อย่างใดไม่ เพราะแม้ศาลจะอนุญาตให้โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมฟ้องหรือไม่ก็ตาม ผลในทางกฎหมายย่อมเป็นอย่างเดียวกัน ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยมานั้นชอบแล้ว ไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาในข้ออื่นของโจทก์ต่อไป" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5276/2531 นาย พัวหง แซ่โง้ว โจทก์ นาย ธวัชชัย ทรงพูน ทรัพย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย พัวหง แซ่โง้ว · จำเลย - นาย ธวัชชัย ทรงพูน ทรัพย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ รอดเจริญ · ส่อง สุขะปุณณพันธ์ · เดชา สุวรรณโณ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2665/2515ฎีกา 5414/2536ฎีกา 5822/2531ฎีกา 666/2502ฎีกา 2246/2526ฎีกา 2829/2531ฎีกา 123/2528ฎีกา 1368/2505ฎีกา 2389/2525ฎีกา 729/2530ฎีกา 7687/2553ฎีกา 4225/2559ฎีกา 3593/2529ฎีกา 425/2486ฎีกา 5103/2528ฎีกา 1915/2529ฎีกา 164/2512ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 1127/2523ฎีกา 2269/2538ฎีกา 1342/2530ฎีกา 1777/2554ฎีกา 3896/2532ฎีกา 1041/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา