⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5443/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5443/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ยึดถือหนังสือสัญญาเช่าซื้อไว้เป็นประกันหนี้เงินกู้ ย่อมไม่ทำให้โจทก์มีสิทธิใดๆ ตามสัญญาเช่าซื้อนั้น และหากโจทก์ไม่ได้รับความเสียหายจากการกระทำของจำเลย โจทก์ก็ไม่มีอำนาจฟ้อง

ย่อคำพิพากษา

จำเลยกู้ยืมเงินโจทก์โดยมอบหนังสือสัญญาเช่าซื้อห้องแฟลตให้โจทก์ยึดถือไว้เป็นประกัน ต่อมาจำเลยไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนว่าหนังสือสัญญาเช่าซื้อนั้นหายไป เพื่อเป็นหลักฐานไปขอคู่ฉบับสัญญาเช่าซื้อจากผู้ให้เช่าซื้อ แล้วนำคู่ฉบับสัญญาดังกล่าวไปขอโอนสิทธิให้ผู้อื่นแต่ถูกศาลสั่งอายัดเสียก่อน ดังนี้โจทก์มิใช่คู่สัญญาไม่มีสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อแต่ประการใดโจทก์มีสิทธิเพียงยึดถือหนังสือสัญญาเช่าซื้อไว้เป็นประกันหนี้เงินกู้เท่านั้น โจทก์มิได้สูญเสียสิทธิในการยึดถือหนังสือสัญญาเช่าซื้อ ค่าของหนังสือสัญญาเช่าซื้อที่โจทก์ยึดถือก็มิได้ลดน้อยลงเพราะแม้จำเลยจะได้คู่ฉบับสัญญาเช่าซื้อมาเนื่องจากการแจ้งความเท็จแต่ศาลก็ได้มีคำสั่งอายัดการโอนคู่ฉบับสัญญาดังกล่าวแล้วโจทก์จึงไม่เสียหายโดยพฤตินัยหรือโดยนิตินัย และไม่มีอำนาจฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.28 ประมวลกฎหมายอาญา ม.137

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกู้เงินโจทก์โดยนำสัญญาเช่าซื้อห้องแฟลตมามอบให้เป็นประกัน ต่อมาจำเลยแจ้งต่อพนักงานสอบสวนว่าสัญญาเช่าซื้อหาย แล้วไปขอคู่ฉบับจากผู้ให้เช่าซื้อ นำไปโอนสิทธิให้แก่ผู้อื่นทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้ลงโทษตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ในชั้นตรวจคำฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์ฎีกาว่าการกระทำของจำเลยตามฟ้องทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายและทำให้สิทธิของโจทก์ในฐานะผู้ยึดถือเอกสารสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อไว้เป็นประกันเงินกู้ตามสัญญากู้ยืมเงินดังกล่าวได้รับความกระทบกระเทือน โจทก์จึงเป็นผู้เสียหายและมีอำนาจฟ้องนั้น ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่าโจทก์มิใช่คู่สัญญาเช่าซื้อดังกล่าวจึงไม่มีสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อแต่ประการใด โจทก์มีสิทธิเพียงยึดถือสัญญาเช่าซื้อนี้ไว้เป็นประกันหนี้เงินกู้เท่านั้น โจทก์มิได้สูญเสียสิทธิในการยึดถือสัญญาเช่าซื้อนี้ไว้แต่อย่างใด เพราะโจทก์ยังคงยึดถือสัญญานี้ไว้จนถึงวันฟ้อง ทั้งค่าของสัญญาเช่าซื้อที่โจทก์ยึดถือนั้นก็มิได้ลดน้อยลง เพราะแม้จำเลยจะได้คู่ฉบับสัญญาเช่าซื้อมาเนื่องจากการแจ้งความเท็จ แต่ศาลได้มีคำสั่งอายัดการโอนคู่ฉบับดังกล่าวโจทก์จึงไม่เสียหายโดยพฤตินัยหรือโดยนิตินัย โจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายและไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5443/2531 นาง ปิยาณี ศรีธุระวานิช โจทก์ นาง ประไพ จารุภา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง ปิยาณี ศรีธุระวานิช · จำเลย - นาง ประไพ จารุภา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · สง่า ศิลปประสิทธิ์ · ศักดา โมกขมรรคกุล
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8080/2538ฎีกา 1974/2497ฎีกา 313/2526ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 754/2486ฎีกา 2252/2560ฎีกา 4048/2528ฎีกา 11720/2555ฎีกา 284/2507ฎีกา 1499/2531ฎีกา 389/2542ฎีกา 5138/2537ฎีกา 2794/2516ฎีกา 581/2527ฎีกา 276/2520ฎีกา 1813/2531ฎีกา 45/2484ฎีกา 10552/2553ฎีกา 3620/2566ฎีกา 492/2509ฎีกา 2491-2493/2519ฎีกา 420-421/2507
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา