คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5845/2531
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(1) หมายถึงทรัพย์สินที่จำเลยใช้ในการกระทำความผิดโดยตรง หรือใช้เป็นเครื่องมือหรืออุปกรณ์ในการกระทำความผิดนั้น
ย่อคำพิพากษา
เมื่อรถยนต์ของกลางเป็นพาหนะที่จำเลยใช้คุ้มกันช่วยเหลือขณะทำการปล้นทรัพย์และใช้นำตัวเจ้าทรัพย์ไปทำร้ายร่างกายระหว่างทำการปล้นทรัพย์ด้วย รถยนต์ของกลางดังกล่าวจึงเป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(1)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๐,๓๔๐ ตรี,๘๓,๙๑ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๑๔,๑๕ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๖) พ.ศ.๒๕๒ มาตรา ๔ พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.๒๔๙๐ มาตรา ๗,๘ ทวิ,๗๒,๗๒ ทวิ คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๔๔ ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๑๙ ข้อ ๓,๖,๗ ริบรถยนต์เก๋งหมายเลขทะเบียน ๖ ช - ๘๐๒๕ กรุงเทพมหานคร อาวุธปืน กระสุนปืน ของปืนและซองใส่กระสุนปืนของกลางให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนจำนวน ๕,๒๕๐ บาท แก่เจ้าของ
จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดฐานปล้นทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐,๓๔๐ ตรี ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๑๔,๑๕ จำคุกคนละ ๓๐ ปี มีความผิดฐานมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.๒๔๙๐ มาตรา ๗,๗๒ จำคุกคนละ ๒ ปี มีความผิดฐานพาอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนไปในทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันสมควรตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.๒๔๙๐ มาตรา + ทวิ, ๗๒ ทวิ คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๔๔ ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๑๙ ข้อ ๓,๖,๗ จำคุกคนละ ๖ เดือน รวมจำคุกคนละ ๓๒ ปี ๖ เดือน ริบรถยนต์เก๋งหมายเลขทะเบียน ๖ ข - ๘๐๒๕ กรุงเทพมหานคร อาวุธปืน กระสุนปืน ซองและปืนและซองใส่กระสุนของกลาง ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนจำนวน ๕,๒๕๐ บาท แก่เจ้าของ
จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยทั้งสี่ฎีกา
ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ขอถอนฎีกา ศาลฎีกาอนุญาต
ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว วินิจฉัยข้อกฎหมายว่า รถยนต์ของกลางนั้นได้ความว่าจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ใช้เป็นพาหนะคุ้มกันช่วยเหลือขณะทำการปล้นทรัพย์ และใช้นำตัวนายอุดมเจ้าทรัพย์ไปทำร้ายร่างกายระหว่างทำการปล้นทรัพย์ด้วย จึงฟังได้ว่ารถยนต์ของกลางเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำผิด และข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ ๑ ร่วมกับจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ปล้นทรัพย์คดีนี้ ส่วนจำเลยที่ ๔ พยานหลักฐานโจทก์ไม่มีน้ำหนักมั่นคงพอ+ลงโทษจำเลยที่ ๔ ได้และที่ศาลล่างทั้งสองปรับบทความผิดของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ โดยมิได้ระบุวรรค สมควรระบุเสียให้ถูกต้อง
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรคสอง ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๔ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5845/2531
พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดมีนบุรี โจทก์
นายเฉลิมหรือหลวง กิตติคุณ กับพวก ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดมีนบุรี · ล. - นายเฉลิมหรือหลวง กิตติคุณ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | บุญส่ง วรรณกลาง · ประชา บุญวนิช · นิเวศน์ คำผอง |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดมีนบุรี - นายนิพนธ์ บุญมา · ศาลอุทธรณ์ - นายปรีชา ชนานนท์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา