⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5916/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5916/2531

ป.วิ.อาญา ม.15, 227 · ป.วิ.แพ่ง ม.95

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำบอกเล่าของผู้ตายจะรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ต่อเมื่อผู้ตายเชื่อว่าตนกำลังจะตาย.

ย่อคำพิพากษา

คำบอกเล่าของผู้ตายนั้นก่อนที่จะรับฟังต้องปรากฎว่าในเวลาที่ผู้ตายต้องพูดเช่นนั้น ผู้ตายคิดว่าตนจะตายไม่มีหวังจะรอดชีวิต แต่โจทก์ไม่ได้สืบข้อความนี้ จึงฟังลงโทษจำเลยไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.95

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.95 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4),83 และริบของกลาง จำเลยให้การปฎิเสธ นางเปี่ยน อ่องสุภารมณ์ มารดาของผู้ตาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ศาลอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289(4) ให้ประหารชีวิต ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ริบของกลาง โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ผู้ตายกับจำเลยเป็นสามีภริยากันและอยู่กินด้วยกันมาประมาณ 10 กว่าปีแล้ว มีบุตรด้วยกัน 1 คนผู้ตายชอบดื่มสุราเป็นอาจิน ขณะเกิดเหตุไม่มีผู้ใดอยู่ในบ้านที่เกิดเหตุนอกจากผู้ตายกับจำเลย เมื่อเกิดเหตุแล้วจำเลยไปแจ้งความต่อร้อยตำรวจตรีอุดม พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองภูเก็ต และพาร้อยตำรวจตรีอุดมไปยังบ้านที่เกิดเหตุพบผู้ตายนั่งอยู่ที่ปากประตูห้องนอนมีบาดแผลถูกยิงที่หน้าอกแต่ยังไม่ตาย คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์และโจทก์ร่วมว่า จำเลยได้ร่วมกับคนร้ายในการยิงผู้ตายตามฟ้องหรือไม่ พยานสำคัญของโจทก์และโจทก์ร่วมได้แก่คำกล่าวของผู้ตายที่ได้บอกเล่าให้พยานโจทก์รวม 5 คน คือร้อยตำรวจตรีอุดมพนักงานสอบสวน นางสาวปิยดา นางพยาบาล นายวันชัยกับนายบรรจง เพื่อนผู้ตาย และนายบุ่นหาย พี่ผู้ตาย ฟังว่า จำเลยพาชายชู้ซึ่งเป็นตำรวจเข้าไปยิงผู้ตาย คำบอกเล่าของผู้ตายนั้นก่อนที่จะรับฟังเป็นหลักฐานต้องปรากฎว่าในเวลาที่ผู้ตายพูดเช่นนั้นผู้ตายคิดว่าตนจะตาย ไม่มีหวังว่าจะรอดชีวิต แต่โจทก์ไม่ได้สืบความข้อนี้ และกลับปรากฎจากคำเบิกความของร้อยตำรวจตรีอุดม ว่าขณะที่ผู้ตายพูดเช่นนั้น ผู้ตายมีอาการดี (น่าจะหมายความถึงอาการที่มีความหวังว่าจะรอดชีวิต) ดังนั้นย่อมถือไม่ได้ว่าผู้ตายได้พูดในเวลาที่หมดความหวังที่จะรอดชีวิตนางสาวปิยดาก็เบิกความว่า ผู้ตายไม่ได้บอกว่าตนเจ็บปวดมากน้อยเพียงใด ซึ่งแสดงไปในทางที่ว่าหากผู้ตายเจ็บปวดมากจนหมดหวังที่จะรอดชีวิตแล้วจริง ๆ ผู้ตายน่าจะพูดให้นางสาวปิยดาซึ่งเป็นผู้ทำการปฐมพยาบาลตนได้ทราบถึงอาการเจ็บปวดและแสดงความหมดหวังว่าจะรอดชีวิตให้เห็นบ้าง นายวันชัยเบิกความว่าผู้ตายไม่ได้บอกว่าตนใกล้จะตายแล้ว นายวันชัยดูอาการ (น่าจะหมายถึงท่าทาง) ของผู้ตายแล้วเห็นว่า ผู้ตายนาจะมีความหวังที่จะรอดชีวิต ซึ่งแสดงว่าขณะที่ผู้ตายพูดเช่นนั้นผู้ตายไม่รู้ตัวว่าจะตาย โดยเฉพาะนายบรรจงเบิกความว่าขณะที่ผู้ตายพูดเช่นนั้นผู้ตายไม่ได้บอกว่าตนจะตายแล้ว ซึ่งแสดงว่าในเวลาที่พูดเช่นนั้นผู้ตายไม่รู้สึกว่าตนต้องตาย คำเบิกความของพยานโจทก์ทั้งห้าคนดังกล่าวเมื่อไม่ปรากฎว่าในขณะที่ผู้ตายพูดเช่นนั้นได้รู้ตัวว่าจะตาย จึงฟังลงโทษจำเลยไม่ได้" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5916/2531 พนักงานอัยการ จังหวัด ภูเก็ต โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นาง เปี่ยน อ่องสุภารมณ์ โจทก์ นาง ศิวาภรณ์ อ่องสุภารมณ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ภูเก็ต · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นาง เปี่ยน อ่องสุภารมณ์ · จำเลย - นาง ศิวาภรณ์ อ่องสุภารมณ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · ถวิล หองสว่างรัตน์ · อากาศ บำรุงชีพ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 21848/2555ฎีกา 99/2541ฎีกา 185/2535ฎีกา 3345/2535ฎีกา 824/2535ฎีกา 7988/2551ฎีกา 2186/2550ฎีกา 917/2564ฎีกา 605/2511ฎีกา 1148/2534ฎีกา 6911/2544ฎีกา 2963/2535ฎีกา 831/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 3800/2564ฎีกา 6321/2544ฎีกา 2936/2543ฎีกา 960/2559ฎีกา 3329/2550ฎีกา 2234/2535ฎีกา 5702/2533ฎีกา 435/2535ฎีกา 1165/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ