⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5916/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5916/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำบอกเล่าของผู้ตายจะรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ต่อเมื่อผู้ตายเชื่อว่าตนกำลังจะตาย.

ย่อคำพิพากษา

คำบอกเล่าของผู้ตายนั้นก่อนที่จะรับฟังต้องปรากฎว่าในเวลาที่ผู้ตายต้องพูดเช่นนั้น ผู้ตายคิดว่าตนจะตายไม่มีหวังจะรอดชีวิต แต่โจทก์ไม่ได้สืบข้อความนี้ จึงฟังลงโทษจำเลยไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.95

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4),83 และริบของกลาง จำเลยให้การปฎิเสธ นางเปี่ยน อ่องสุภารมณ์ มารดาของผู้ตาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ศาลอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289(4) ให้ประหารชีวิต ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ริบของกลาง โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ผู้ตายกับจำเลยเป็นสามีภริยากันและอยู่กินด้วยกันมาประมาณ 10 กว่าปีแล้ว มีบุตรด้วยกัน 1 คนผู้ตายชอบดื่มสุราเป็นอาจิน ขณะเกิดเหตุไม่มีผู้ใดอยู่ในบ้านที่เกิดเหตุนอกจากผู้ตายกับจำเลย เมื่อเกิดเหตุแล้วจำเลยไปแจ้งความต่อร้อยตำรวจตรีอุดม พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองภูเก็ต และพาร้อยตำรวจตรีอุดมไปยังบ้านที่เกิดเหตุพบผู้ตายนั่งอยู่ที่ปากประตูห้องนอนมีบาดแผลถูกยิงที่หน้าอกแต่ยังไม่ตาย คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์และโจทก์ร่วมว่า จำเลยได้ร่วมกับคนร้ายในการยิงผู้ตายตามฟ้องหรือไม่ พยานสำคัญของโจทก์และโจทก์ร่วมได้แก่คำกล่าวของผู้ตายที่ได้บอกเล่าให้พยานโจทก์รวม 5 คน คือร้อยตำรวจตรีอุดมพนักงานสอบสวน นางสาวปิยดา นางพยาบาล นายวันชัยกับนายบรรจง เพื่อนผู้ตาย และนายบุ่นหาย พี่ผู้ตาย ฟังว่า จำเลยพาชายชู้ซึ่งเป็นตำรวจเข้าไปยิงผู้ตาย คำบอกเล่าของผู้ตายนั้นก่อนที่จะรับฟังเป็นหลักฐานต้องปรากฎว่าในเวลาที่ผู้ตายพูดเช่นนั้นผู้ตายคิดว่าตนจะตาย ไม่มีหวังว่าจะรอดชีวิต แต่โจทก์ไม่ได้สืบความข้อนี้ และกลับปรากฎจากคำเบิกความของร้อยตำรวจตรีอุดม ว่าขณะที่ผู้ตายพูดเช่นนั้น ผู้ตายมีอาการดี (น่าจะหมายความถึงอาการที่มีความหวังว่าจะรอดชีวิต) ดังนั้นย่อมถือไม่ได้ว่าผู้ตายได้พูดในเวลาที่หมดความหวังที่จะรอดชีวิตนางสาวปิยดาก็เบิกความว่า ผู้ตายไม่ได้บอกว่าตนเจ็บปวดมากน้อยเพียงใด ซึ่งแสดงไปในทางที่ว่าหากผู้ตายเจ็บปวดมากจนหมดหวังที่จะรอดชีวิตแล้วจริง ๆ ผู้ตายน่าจะพูดให้นางสาวปิยดาซึ่งเป็นผู้ทำการปฐมพยาบาลตนได้ทราบถึงอาการเจ็บปวดและแสดงความหมดหวังว่าจะรอดชีวิตให้เห็นบ้าง นายวันชัยเบิกความว่าผู้ตายไม่ได้บอกว่าตนใกล้จะตายแล้ว นายวันชัยดูอาการ (น่าจะหมายถึงท่าทาง) ของผู้ตายแล้วเห็นว่า ผู้ตายนาจะมีความหวังที่จะรอดชีวิต ซึ่งแสดงว่าขณะที่ผู้ตายพูดเช่นนั้นผู้ตายไม่รู้ตัวว่าจะตาย โดยเฉพาะนายบรรจงเบิกความว่าขณะที่ผู้ตายพูดเช่นนั้นผู้ตายไม่ได้บอกว่าตนจะตายแล้ว ซึ่งแสดงว่าในเวลาที่พูดเช่นนั้นผู้ตายไม่รู้สึกว่าตนต้องตาย คำเบิกความของพยานโจทก์ทั้งห้าคนดังกล่าวเมื่อไม่ปรากฎว่าในขณะที่ผู้ตายพูดเช่นนั้นได้รู้ตัวว่าจะตาย จึงฟังลงโทษจำเลยไม่ได้" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5916/2531 พนักงานอัยการ จังหวัด ภูเก็ต โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นาง เปี่ยน อ่องสุภารมณ์ โจทก์ นาง ศิวาภรณ์ อ่องสุภารมณ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ภูเก็ต · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นาง เปี่ยน อ่องสุภารมณ์ · จำเลย - นาง ศิวาภรณ์ อ่องสุภารมณ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · ถวิล หองสว่างรัตน์ · อากาศ บำรุงชีพ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 185/2535ฎีกา 3345/2535ฎีกา 824/2535ฎีกา 7988/2551ฎีกา 2186/2550ฎีกา 1148/2534ฎีกา 6911/2544ฎีกา 2963/2535ฎีกา 831/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 6321/2544ฎีกา 2936/2543ฎีกา 3329/2550ฎีกา 2234/2535ฎีกา 435/2535ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1166/2491ฎีกา 4636/2543ฎีกา 15230/2555ฎีกา 3361/2536ฎีกา 674/2549ฎีกา 2724/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ