⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 64/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 64/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากผู้ร้องเห็นว่าตนเป็นเจ้าของทรัพย์ของกลางที่แท้จริง ควรฟ้องเป็นคดีแพ่งต่อศาลที่มีอำนาจชำระเพื่อขอคืนทรัพย์ของกลาง ไม่สามารถยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งคืนทรัพย์ของกลางในคดีอาญาเดิมได้ หากศาลยังไม่ได้มีคำสั่งริบทรัพย์นั้น

ย่อคำพิพากษา

กรณีที่ศาลสั่งให้คืนทรัพย์ของกลางแก่เจ้าของ หากผู้ร้องเห็นว่าตนเป็นเจ้าของทรัพย์ของกลางที่แท้จริงก็ชอบที่จะดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 48 วรรคท้าย ด้วยการฟ้องเป็นคดีแพ่งต่อศาลที่มีอำนาจชำระ ผู้ร้องจะยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งคืนทรัพย์ของกลางในคดีเดิมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 หาได้ไม่ เพราะไม่ใช่กรณีที่ศาลสั่งริบทรัพย์ของกลาง.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.40 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.48 ประมวลกฎหมายอาญา ม.36

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑, ๓๔๓, ๙๑ ที่ได้แก้ไขแล้ว และให้คืนของกลางแก่เจ้าของกับให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหาย ผู้ร้องทั้งสี่ยื่นคำร้องว่า จำเลยนำทรัพย์สินของกลางมาขายฝากไว้กับผู้ร้องทั้งสี่ ครบกำหนดแล้ว จำเลยไม่ไถ่ทรัพย์คืน ทรัพย์จึงตกเป็นของผู้ร้องทั้งสี่ต่อมา เจ้าพนักงานได้มาขอริบทรัพย์ดังกล่าวไป ประกอบหลักฐานในการดำเนินคดีบัดนี้ คดีถึงที่สุดแล้ว ขอให้ศาลมีคำสั่งคืนทรัพย์สินดังกล่าวให้แก่ผู้ร้องทั้งสี่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องทั้งสี่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้คืนทรัพย์ของกลางแก่ผู้ร้องทั้งสี่ตามที่ได้รับซื้อฝากไว้เว้นแต่เจ้าของจะชดใช้ราคาที่ซื้อฝากมา โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า กรณีของผู้ร้องทั้งสี่มิใช่เป็นการเสนอขอให้ศาลสั่งคืนทรัพย์สินที่ศาลมีคำสั่งให้ริบแก่เจ้าของที่แท้จริงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖ เพราะในคดีนี้ศาลชั้นต้นมิได้สั่งริบทรัพย์สินที่ผู้ร้องทั้งสี่ขอคืน เพียงแต่สั่งให้คืนของกลางแก่เจ้าของ หากผู้ร้องทั้งสี่เห็นว่า ตนเป็นเจ้าของอันแท้จริง ก็ชอบที่จะดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๔๘ วรรคท้าย ด้วยการฟ้องเป็นคดีแพ่งต่อศาลที่มีอำนาจชำระ ผู้ร้องทั้งสี่หามีอำนาจมาร้องเช่นนี้ไม่ พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสี่. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 64/2531 พนักงานอัยการจังหวัดนราธิวาส โจทก์ นายพิเชษฐ์ หวังสุทธิปิติ กับพวก ผู้ร้อง นางแมะโมง มามะ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนราธิวาส · ผู้ร้อง - นายพิเชษฐ์ หวังสุทธิปิติ กับพวก · จำเลย - นางแมะโมง มามะ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิศิษฏ์ ลิมานนท์ · สุพจน์ นาถะพินธุ · วีระชัย สูตรสุวรรณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนราธิวาส - นายสนอง ยูถะสุนทร · ศาลอุทธรณ์ - นายประศาสน์ ธำรงกาญจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2996/2531ฎีกา 3952/2547ฎีกา 8192/2560ฎีกา 4715/2542ฎีกา 2302/2518ฎีกา 3036/2544ฎีกา 170/2536ฎีกา 4081/2564ฎีกา 2696/2526ฎีกา 651/2507ฎีกา 8091/2544ฎีกา 776/2547ฎีกา 1865/2521ฎีกา 665/2531ฎีกา 1137-1138/2467ฎีกา 2903/2536ฎีกา 2355/2548ฎีกา 3726/2525ฎีกา 6911/2544ฎีกา 8529/2554ฎีกา 222/2468ฎีกา 1979/2521ฎีกา 1639/2553ฎีกา 1567/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา