⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1287/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1287/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
อายุความฟ้องร้องเรียกค่าสินไหมทดแทนเพื่อความสูญหายหรือบุบสลายของสินค้าหรือสิ่งของที่ขนส่งทางทะเล มีกำหนด 1 ปี นับแต่วันส่งมอบหรือวันที่ควรจะได้ส่งมอบ โดยนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 624 มาปรับใช้ตามมาตรา 4 วรรคสาม

ย่อคำพิพากษา

อายุความฟ้องร้องเรียกค่าสินไหมทดแทนเพื่อความสูญหายหรือบุบสลายของสินค้าหรือสิ่งของที่ขนส่งทางทะเล ต้องนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 624 ซึ่งเป็นบทบัญญัติในบรรพ 3 ลักษณะ 8 หมวด 1 ว่าด้วยรับขนของ อันเป็นบทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่ง มาปรับแก่คดีตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 4 วรรคสาม จึงมีกำหนด 1 ปี นับแต่วันส่งมอบหรือวันที่ควรจะได้ส่งมอบ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.4 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.609 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.624

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์รับประกันภัยสินค้าฝ้ายจากบริษัทนิวคอต จำกัด ผู้ขายในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สินค้าดังกล่าวขนส่งทางทะเลโดยบริษัทปาซิฟิคอินเตอร์ เนชั่นแนลไลน์ (พีทีอี.) จำกัด มายังบริษัทไทยอเมริกันเท็กซ์ไทล์ จำกัด ผู้ซื้อในประเทศไทย เมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๒๔ เรือขนส่งสินค้าได้เข้าเทียบท่า ณ ท่าเรือแห่งประเทศไทย วันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๒๔ ขณะกำลังขนถ่านสินค้าขึ้นจากเรือ ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ในเรือเป็นเหตุให้เรือจม สินค้าฝ้ายเสียหาย โจทก์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแล้ว จำเลยซึ่งเป็นผู้ขนส่งทอดสุดท้ายต้องร่วมรับผิด ขอให้จำเลยชำระเงินค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การต่อสู้หลายประการและต่อสู้ว่าโจทก์ฟ้องคดีเกิน ๑ ปี คดีขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่บริษัทปาซิฟิคอินเตอร์ เนชั่นแนลไลน์ (พีทีอี.) จำกัด ขนสินค้าจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์มายังท่าของการท่าเรือแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นท่าเรือปลายทาง เป็นการรับขนของทางทะเล ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๐๙ วรรคท้าย บัญญัติว่า "รับขนของทางทะเล ท่านให้บังคับตามกฎหมายและกฎข้อบังคับว่าด้วยการนั้น" ปัจจุบันกฎหมายและกฎข้อบังคับว่าด้วยการรับขนของทางทะเลของประเทศไทยยังไม่มี ศาลฎีกาเห็นว่า ในเรื่องอายุความฟ้องร้องเรียกค่าสินไหมทดแทนเพื่อความสูญหายหรือบุบบสลายของสินค้าหรือสิ่งของที่ขนส่งทางทะเล ต้องนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๒๔ ซึ่งเป็นบทบัญญัติในบรรพ ๓ ลักษณะ ๘ หมวด ๑ ว่าด้วยรับขนของ อันเป็นบทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่งมาปรับคดีตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔ วรรคสาม มาตรา ๖๒๔ บัญญัติว่า "ในข้อความรับผิดของผู้ขนส่งในการที่ของสูญหายหรือบุบสลายหรือส่งชักช้านั้น ท่านห้ามมิให้ฟ้องเมื่อพ้นกำหนดปีหนึ่งนับแต่วันส่งมอบ หรือปีหนึ่งนับแต่วันที่ควรจะได้ส่งมอบ เว้นแต่ในกรณีที่มีการทุจริต" ปรากฏว่า ผู้ซื้อสินค้าตามฟ้องหรือผู้รับตราส่งรับสินค้าไปเมื่อพุทธศักราช ๒๕๒๔ โจทก์รับช่วงสิทธิเรียกร้องมาจากผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับตราส่งมาฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนเพื่อความสูญหายและบุบสลายของสินค้าตามฟ้อง เมื่อวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๒๖ คดีของโจทก์จึงขาดอายุความตามมาตรา ๖๒๔ เมื่อคดีของโจทก์ขาดอายุความซึ่งจะต้องพิพากษายกฟ้องแล้ว จึงไม่วินิจฉัยฎีกาของจำเลยในปัญหาอื่น พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1287/2532 บริษัทคอมเมอร์เชียลยูเนี่ยนประกันภัย พี.แอล.ซี. จำกัด โจทก์ บริษัทอีสเทอร์มารีไทม์ (ประเทศไทย) จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทคอมเมอร์เชียลยูเนี่ยนประกันภัย พี.แอล.ซี. จำกัด · จำเลย - บริษัทอีสเทอร์มารีไทม์ (ประเทศไทย) จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประชา บุญวนิช · บุญส่ง คล้ายแก้ว · พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสมปอง เสนเนียม · ศาลอุทธรณ์ - นายประศาสน์ ธำรงกาญจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1727/2551ฎีกา 7172/2542ฎีกา 8810/2543ฎีกา 789/2531ฎีกา 2502/2553ฎีกา 1087/2517ฎีกา 5849/2537ฎีกา 2074-2075/2548ฎีกา 964/2520ฎีกา 1882/2518ฎีกา 6231/2538ฎีกา 2080/2548ฎีกา 192/2518ฎีกา 3887/2534ฎีกา 270/2496ฎีกา 2499/2524ฎีกา 1211/2518ฎีกา 994/2497ฎีกา 189/2540ฎีกา 5809/2539ฎีกา 2643/2515ฎีกา 942/2531ฎีกา 9571/2544ฎีกา 2752/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา