⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1382/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1382/2532

ป.วิ.แพ่ง ม.197, 202

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากจำเลยทราบวันนัดโดยชอบแล้วไม่มาศาลและไม่แจ้งเหตุขัดข้อง ถือว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา และศาลสามารถดำเนินกระบวนพิจารณาโดยสืบพยานฝ่ายโจทก์ไปฝ่ายเดียวและพิพากษาคดีได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทราบนัดโดยชอบแล้ว ไม่มาศาลในวันสืบพยานและไม่แจ้งเหตุขัดข้องถือว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา การที่ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีโดยสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียวแล้วพิพากษาคดีไปในวันเดียวกันนั้น จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ชอบด้วยกฎหมาย.(ที่มา-ส่งเสริม)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.197 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.202

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.197 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.202 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยและบริวารรื้อถอนบ้านออกจากไปจากที่ดินของโจทก์ จำเลยให้การต่อสู้คดี แต่ขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนบ้านออกไปจากที่พิพาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'ปรากฎว่าในชั้นชี้สองสถาน ศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยทั้งสามมีหน้าที่นำสืบพยานก่อน ครั้นถึงวันนัดสืบพยานจำเลยวันที่ 27 ตุลาคม 2529 เวลา 13.30 นาฬิกา ฝ่ายโจทก์มาศาล แต่ฝ่ายจำเลยไม่มาและไม่แจ้งเหตุขัดข้อง ศาลชั้นต้นรออยู่จนถึงเวลา 14.30 นาฬิกา โจทก์ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไปศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา แล้วพิจารณาคดีโจทก์ไปฝ่ายเดียว ศาลชั้นต้นทำการสืบพยานโจทก์ 1 ปาก โจทก์อ้างส่งเอกสาร 1 ฉบับ แล้วแถลงว่าหมดพยาน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าคดีเสร็จการพิจารณาและมีคำพิพากษาในวันเดียวกัน ปรากฎตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 27 ตุลาคม 2529 พิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยทั้งสามฎีกาว่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยขาดนัดพิจารณาให้สืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียวและมีคำพิพากษาในวันเดียวกัน เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่มิชอบด้วยกฎหมายนั้น ได้ความตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 27ตุลาคม 2529 ซึ่งเป็นวันนัดสืบพยานจำเลยว่า จำเลยทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มาศาลและไม่แจ้งเหตุขัดข้อง กรณีจึงต้องด้วยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 197 วรรคสองที่บัญญัติว่า 'ถ้าคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่มาศาลในวันสืบพยาน และมิได้ร้องขอเลื่อนคดีหรือแจ้งเหตุขัดข้องที่ไม่มาศาลเสียก่อนสืบพยาน ให้ถือว่าคู่ความฝ่ายนั้นขาดนัดพิจารณา'ดังนั้นจำเลยทั้งสามจึงเป็นฝ่ายขาดนัดพิจารณาและในการพิจารณาโดยขาดนัด ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 202 บัญญัติว่า'ถ้าได้ส่งหมายกำหนดวันนัดสืบพยานให้จำเลยทราบโดยชอบแล้วจำเลยขาดนัดพิจารณา ให้ศาลมีคำสั่งแสดงว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาแล้วให้พิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีนั้นไปฝ่ายเดียว...' เมื่อจำเลยทั้งสามขาดนัดพิจารณา และศาลชั้นต้นพิจารณาคดีโดยสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียว แล้วพิพากษาคดีไปในวันเดียวกันนั้น จึงเป็นการที่ศาลชั้นต้นได้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ที่ว่าด้วยการพิจารณาโดยขาดนัดตามบทบัญญัติดังกล่าวแล้ว การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นจึงชอบด้วยกฎหมาย...' พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1382/2532 นาย สม หวัง มี ทองคำ กับพวก โจทก์ นาย หวัง โพธิ์โซ๊ะ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย สม หวัง มี ทองคำ กับพวก · จำเลย - นาย หวัง โพธิ์โซ๊ะ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญส่ง วรรณกลาง · ประชา บุญวนิช · นิเวศน์ คำผอง
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 280/2530ฎีกา 1645/2549ฎีกา 5098/2550ฎีกา 2051/2536ฎีกา 5768/2534ฎีกา 1592/2521ฎีกา 1644/2519ฎีกา 8910/2544ฎีกา 951-952/2500ฎีกา 1510/2520ฎีกา 3178/2533ฎีกา 1554/2524ฎีกา 2514/2538ฎีกา 553/2532ฎีกา 1840/2538ฎีกา 2720/2534ฎีกา 1773/2524ฎีกา 2974/2532ฎีกา 1128/2519ฎีกา 1416/2545ฎีกา 2198/2515ฎีกา 1281/2502ฎีกา 506/2505ฎีกา 2384/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ