คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1382/2532
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากจำเลยทราบวันนัดโดยชอบแล้วไม่มาศาลและไม่แจ้งเหตุขัดข้อง ถือว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา และศาลสามารถดำเนินกระบวนพิจารณาโดยสืบพยานฝ่ายโจทก์ไปฝ่ายเดียวและพิพากษาคดีได้
ย่อคำพิพากษา
จำเลยทราบนัดโดยชอบแล้ว ไม่มาศาลในวันสืบพยานและไม่แจ้งเหตุขัดข้องถือว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา การที่ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีโดยสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียวแล้วพิพากษาคดีไปในวันเดียวกันนั้น จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ชอบด้วยกฎหมาย.(ที่มา-ส่งเสริม)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยและบริวารรื้อถอนบ้านออกจากไปจากที่ดินของโจทก์
จำเลยให้การต่อสู้คดี แต่ขาดนัดพิจารณา
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนบ้านออกไปจากที่พิพาท
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'ปรากฎว่าในชั้นชี้สองสถาน ศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยทั้งสามมีหน้าที่นำสืบพยานก่อน ครั้นถึงวันนัดสืบพยานจำเลยวันที่ 27 ตุลาคม 2529 เวลา 13.30 นาฬิกา ฝ่ายโจทก์มาศาล แต่ฝ่ายจำเลยไม่มาและไม่แจ้งเหตุขัดข้อง ศาลชั้นต้นรออยู่จนถึงเวลา 14.30 นาฬิกา โจทก์ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไปศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา แล้วพิจารณาคดีโจทก์ไปฝ่ายเดียว ศาลชั้นต้นทำการสืบพยานโจทก์ 1 ปาก โจทก์อ้างส่งเอกสาร 1 ฉบับ แล้วแถลงว่าหมดพยาน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าคดีเสร็จการพิจารณาและมีคำพิพากษาในวันเดียวกัน ปรากฎตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 27 ตุลาคม 2529
พิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยทั้งสามฎีกาว่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยขาดนัดพิจารณาให้สืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียวและมีคำพิพากษาในวันเดียวกัน เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่มิชอบด้วยกฎหมายนั้น ได้ความตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 27ตุลาคม 2529 ซึ่งเป็นวันนัดสืบพยานจำเลยว่า จำเลยทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มาศาลและไม่แจ้งเหตุขัดข้อง กรณีจึงต้องด้วยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 197 วรรคสองที่บัญญัติว่า 'ถ้าคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่มาศาลในวันสืบพยาน และมิได้ร้องขอเลื่อนคดีหรือแจ้งเหตุขัดข้องที่ไม่มาศาลเสียก่อนสืบพยาน ให้ถือว่าคู่ความฝ่ายนั้นขาดนัดพิจารณา'ดังนั้นจำเลยทั้งสามจึงเป็นฝ่ายขาดนัดพิจารณาและในการพิจารณาโดยขาดนัด ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 202 บัญญัติว่า'ถ้าได้ส่งหมายกำหนดวันนัดสืบพยานให้จำเลยทราบโดยชอบแล้วจำเลยขาดนัดพิจารณา ให้ศาลมีคำสั่งแสดงว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาแล้วให้พิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีนั้นไปฝ่ายเดียว...' เมื่อจำเลยทั้งสามขาดนัดพิจารณา และศาลชั้นต้นพิจารณาคดีโดยสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียว แล้วพิพากษาคดีไปในวันเดียวกันนั้น จึงเป็นการที่ศาลชั้นต้นได้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ที่ว่าด้วยการพิจารณาโดยขาดนัดตามบทบัญญัติดังกล่าวแล้ว การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นจึงชอบด้วยกฎหมาย...'
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1382/2532
นาย สม หวัง มี ทองคำ กับพวก โจทก์
นาย หวัง โพธิ์โซ๊ะ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาย สม หวัง มี ทองคำ กับพวก · จำเลย - นาย หวัง โพธิ์โซ๊ะ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | บุญส่ง วรรณกลาง · ประชา บุญวนิช · นิเวศน์ คำผอง |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ