⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 155/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 155/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365 ต้องอาศัยบทบัญญัติของมาตรา 362, 363 หรือ 364 ประกอบด้วยเสมอ

ย่อคำพิพากษา

จำเลยกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(2)(3) ประกอบด้วยมาตรา 362 เช่นนี้ ศาลจะพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365 โดยมิได้ปรับบทมาตรา 362 มาด้วยย่อมไม่ถูกต้องเพราะมาตรา 365 มิได้บัญญัติความผิดไว้ชัดแจ้งในตัว.(ที่มา-ส่งเสริม)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.186 ประมวลกฎหมายอาญา ม.362 ประมวลกฎหมายอาญา ม.365

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358, 362,365 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 358, 365, 83 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 365 ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด จำคุก 1 ปี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว มีปัญหาพิจารณาตามฎีกาของจำเลยว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องของโจทก์หรือไม่ ได้ความจากคำเบิกความของนายบุญโชคผู้เสียหายว่า ในวันเกิดเหตุนายมี เหมือนงิ้ว ไปแจ้งว่ามีคนใช้รถแทรกเตอร์เข้าไปไถที่ดินของผู้เสียหาย จึงไปดูเห็นรถแทรกเตอร์กำลังไถดินทำถนนอยู่ 2 คัน ได้ไปร้องต่อพนักงานสอบสวนแล้วพาพนักงานสอบสวนไปยังที่เกิดเหตุ คนขับรถแทรกเตอร์ทั้งสองคนบอกว่าจำเลยใช้ให้ไถดิน จึงควบคุมจำเลยไปยังสถานีตำรวจภูธรอำเภอคลองหลวง จำเลยรับว่าได้ว่าจ้างให้ผู้อื่นนำรถแทรกเตอร์เข้าไปไถที่ดินของผู้เสียหาย ปรากฏตามบัญชีทรัพย์สินเสียหายที่พนักงานสอบสวนทำขึ้นเอกสารหมาย จ.7 ว่าที่ดินตามโฉนดเลขที่ 1710อยู่ที่ตำบลบางหวายใต้ (คลอง 1 ตก) อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ทำเป็นถนนยาวประมาณครึ่งกิโลเมตร กว้าง 6 เมตร และสูงประมาณ 1 เมตร โดยจำเลยอ้างว่านายชลิตผู้ทำสัญญาซื้อขายที่ดินรายนี้จากผู้เสียหาย ได้มอบให้จำเลยทำการจัดสรรที่ดินตามภาพถ่ายเอกสารหมาย ป.ล. 1 และ ป.ล. 2 แต่จำเลยมิได้นำนายชลิตเข้าสืบเป็นพยานจำเลย ชั้นสอบสวนจำเลยให้การต่อร้อยตำรวจตรีปราโมทย์พนักงานสอบสวนว่า เมื่อประมาณเดือนมกราคม 2528 นายชลิตมีจดหมายมาบอกว่าได้ทำสัญญาซื้อขายที่ดินกับผู้เสียหายเมื่อวันที่ 31 มกราคม2528 แต่ยังผ่อนชำระเงินไม่หมด ให้จำเลยช่วยจัดสรรที่ดินดังกล่าวนายชลิตได้มอบสำเนาหนังสือมอบอำนาจให้จัดสรรที่ดิน สำเนาหนังสือสัญญาขายที่ดินกับแบบแปลนการจัดสรรที่ดินให้ และจำเลยได้ตอบจดหมายนายชลิตไป ทั้งนี้โดยจำเลยไม่ได้พบตัวนายชลิต แต่ชั้นพิจารณาจำเลยกลับนำสืบว่า นายสุรินทร์พานายชลิตมาแนะนำให้รู้จักเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2528 นายชลิตให้จำเลยเป็นผู้จัดการจัดสรรที่ดินโดยจะให้เงินเดือนเดือนละ 4,300 บาท ตามสัญญาซื้อขายที่ดินก็ระบุว่าที่ดินดังกล่าวมีราคาถึง 10,200,000 บาท การจัดสรรที่ดินเป็นการดำเนินธุรกิจ แต่ไม่ปรากฏว่ามีรายละเอียดเกี่ยวกับการรับจ่ายเงินหรือจำเลยมอบให้ผู้อื่นรับเงินจากผู้ซื้อที่ดินแล้วส่งไปให้นายชลิตที่ไหนอย่างไร ที่จำเลยอ้างเอกสารหมาย จ. 9 ว่าเป็นจดหมายที่นายชลิตติดต่อให้เป็นผู้จัดสรรที่ดินให้ แต่จดหมายดังกล่าวมิได้ลงที่อยู่ของนายชลิตผู้เขียนไว้ และจดหมายติดต่อฉบับลงวันที่11 มีนาคม 2528 เอกสารหมาย ล. 4 ลงที่อยู่ไว้ว่า สำนักงานศรีสวัสดิ์ 2 เพลินจิต ในสำเนาหนังสือสัญญาขายที่ดินและสำเนาหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย ป.ล. 1 และ ป.ล. 2 ลงที่อยู่ของนายชลิตว่า อยู่บ้านเลขที่ 689/113 ถนนเพลินจิต ตำบลหลังสวนอำเภอปทุมวัน กรุงเทพมหานคร แต่เมื่อพนักงานสอบสวนได้ติดต่อขอคัดทะเบียนบ้านดังกล่าวจากนายทะเบียนท้องถิ่นปทุมวัน หัวหน้างานทะเบียนเขตปทุมวันได้ตอนยืนยันว่า ไม่ปรากฏบ้านเลขที่ดังกล่าวแต่อย่างใดตามเอกสารหมาย จ.3 และ จ.4 ส่อแสดงว่านายชลิตที่จำเลยอ้างไม่มีตัวตนอยู่จริง การมอบอำนาจให้จำเลยจัดสรรที่ดินไม่เป็นกิจจะลักษณะ พยานจำเลยไม่มีเหตุผลไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานโจทก์ ข้อเท็จจริงจึงไม่น่าเชื่อว่า จำเลยได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ทำการจัดสรรที่ดินรายนี้ การที่จำเลยกับพวกเข้าไปทำการไถที่ดินของผู้เสียหายทำเป็นถนนเพื่อจัดสรรขายให้แก่ผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เสียหาย จึงเป็นการบุกรุกเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้เสียหายเพื่อถือการครอบครองอสังหาริมทรัพย์นั้น และทำให้เสียหายซึ่งอสังหาริมทรัพย์ของผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดดังที่โจทก์ฟ้อง ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น แต่ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 365 โดยมิได้ปรับบทมาตรา 362 มาด้วยนั้นยังไม่ถูกต้องเพราะมาตรา 365 มิได้บัญญัติความผิดไว้ชัดแจ้งในตัว ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้อง พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา358, 365 (2) (3) ประกอบด้วยมาตรา 362, 83 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์" ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 155/2532 พนักงานอัยการ ประจำศาล จังหวัด ธัญบุ รี โจทก์ นาย มนต์ชัย ขำชื่ น จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ ประจำศาล จังหวัด ธัญบุ รี · จำเลย - นาย มนต์ชัย ขำชื่ น
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ถวิล ทองสว่างรัตน์ · พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · อากาศ บำรุงชีพ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3416/2540ฎีกา 2314/2529ฎีกา 5274/2531ฎีกา 7958/2555ฎีกา 3081/2524ฎีกา 185/2566ฎีกา 1875/2547ฎีกา 2718/2538ฎีกา 18654/2555ฎีกา 1666/2506ฎีกา 3388/2526ฎีกา 435/2535ฎีกา 279/2539ฎีกา 3539/2547ฎีกา 2269/2538ฎีกา 1618/2499ฎีกา 2077/2530ฎีกา 5721/2544ฎีกา 21554/2556ฎีกา 45/2507ฎีกา 584/2519ฎีกา 1958/2526ฎีกา 527/2538ฎีกา 2824/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ