⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1692/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1692/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบุกรุกที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินเพื่อถือเอาประโยชน์โดยไม่ทำให้เสื่อมค่าหรือไร้ประโยชน์ ไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 365 หรือ 360 แต่เป็นความผิดตามกฎหมายที่ดิน

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเข้าไปไถพูนดินและปลูกต้นมะพร้าวในบริเวณที่น้ำท่วมถึงอันเป็นหนองน้ำสาธารณะซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน และยังคงอยู่ในที่ไม่ยอมรื้อถอนต้นมะพร้าวเมื่อนายอำเภอแจ้งให้ออกเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 108 ทวิ วรรคสองประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 96 ข้อ 11 แต่จะลงโทษจำเลยในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362,365 หาได้ไม่เพราะบทบัญญัติดังกล่าวมุ่งประสงค์ลงโทษผู้บุกรุกอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น ไม่ใช่ลงโทษผู้บุกรุกที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินทั้งการกระทำของจำเลยเป็นเพียงเข้าไปถือเอาประโยชน์ในที่สาธารณประโยชน์ ไม่ได้ประสงค์จะเข้าไปทำให้ที่นั้นเสื่อมค่าหรือไร้ประโยชน์ จึงลงโทษจำเลยในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 360 ไม่ได้อีกเช่นกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 96 ม.11 ประมวลกฎหมายที่ดิน ม.9 ประมวลกฎหมายอาญา ม.360 ประมวลกฎหมายอาญา ม.362 ประมวลกฎหมายอาญา ม.365

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9,108 ทวิ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 96 ข้อ 11 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 360, 362, 365 และให้จำเลยทั้งสองและบริวารออกจากที่ดินซึ่งเข้าไปยึดถือครอบครองด้วย จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 108 ทวิ วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 360, 362,365 ลงโทษบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360, 365 ซึ่งมีอัตราโทษเท่ากัน จำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 1 ปี ให้จำเลยทั้งสองและบริวารออกจากที่ดินซึ่งเข้าไปยึดถือครอบครอง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันเข้าไปไถพูนดินและปลูกต้นมะพร้าวประมาณ 80 ต้น ในที่เกิดเหตุ เนื้อที่ประมาณ 17 ไร่ซึ่งอยู่หมู่ที่ 4 ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต มีปัญหาวินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสองมีเจตนาบุกรุกที่เกิดเหตุหรือไม่ข้อเท็จจริงได้ความจากพยานโจทก์และจำเลยว่า เมื่อวันที่ 4 กันยายน2528 คณะทำงานหรือคณะกรรมการที่ทางอำเภอถลางตั้งขึ้นได้แจ้งให้จำเลยทั้งสองออกไปจากที่เกิดเหตุซึ่งเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินแล้ว ดังปรากฏตามเอกสารหมาย จ.1 แต่จำเลยทั้งสองก็ยังไม่ยอมออกไป ต่อมาวันที่ 13 กันยายน 2528 นายประวิทย์สีห์โสภา นายอำเภอถลางก็ได้มีหนังสือแจ้งให้จำเลยทั้งสองออกไปจากที่เกิดเหตุอีกตามเอกสารหมาย จ.4 แต่จำเลยทั้งสองก็ยังคงไม่ยอมออกไปอีกเช่นกัน การที่จำเลยทั้งสองยังคงอยู่ในที่เกิดเหตุซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินโดยไม่ยอมรื้อถอนต้นมะพร้าวที่จำเลยทั้งสองไถพูนดินขึ้นนำมาปลูกไว้เช่นนี้ จึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 108 ทวิ วรรคสอง ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 96 ข้อ 11 ส่วนความผิดฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 365 นั้น เมื่อได้ความว่าที่เกิดเหตุเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน หาใช่ที่ที่มีเอกชนเป็นเจ้าของไม่ จึงลงโทษจำเลยทั้งสองในความผิดฐานนี้ไม่ได้ เพราะความผิดในฐานดังกล่าวกฎหมายมุ่งประสงค์จะลงโทษผู้ที่บุกรุกอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นเท่านั้น ไม่ใช่บทบัญญัติที่จะลงโทษผู้บุกรุกที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินแต่อย่างใด สำหรับความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์คงนำสืบได้แต่เพียงว่า จำเลยทั้งสองบุกรุกเข้าไปไถพูนดินในที่เกิดเหตุแล้วนำต้นมะพร้าวไปปลูกไว้ 80 ต้น เท่านั้นโดยนำสืบไม่ได้ว่าที่เกิดเหตุอันเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินได้รับความเสียหาย ถูกทำลาย ถูกทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์อย่างไรและการที่จำเลยทั้งสองนำต้นมะพร้าวไปปลูกดังกล่าว ก็เป็นเพียงการเข้าไปถือประโยชน์ในที่สาธารณประโยชน์เท่านั้น หาได้ประสงค์จะเข้าไปทำให้ที่สาธารณประโยชน์ตามฟ้องต้องเสื่อมค่าหรือไร้ประโยชน์ไม่ จึงลงโทษจำเลยทั้งสองในความผิดฐานนี้ไม่ได้อีกเช่นกัน ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นเป็นบางส่วน แต่อย่างไรก็ดีไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองเคยรับโทษจำคุกมาก่อน เมื่อพิเคราะห์ถึงพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นสมควรให้โอกาสจำเลยทั้งสองกลับตัวเป็นคนดีสักครั้งหนึ่งโดยรอการลงโทษจำคุกให้ แต่สมควรลงโทษปรับจำเลยทั้งสองด้วย" พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 108 ทวิ วรรคสอง ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 96 ข้อ 11วางโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 1 ปี ปรับคนละ 6,000 บาท ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 8 เดือน ปรับคนละ 4,000 บาท โทษจำคุกจำเลยทั้งสองให้รอการลงโทษไว้มีกำหนดคนละ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1692/2532 อัยการ จังหวัด ภูเก็ต โจทก์ นาย ศักดา แซ่เอียบ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการ จังหวัด ภูเก็ต · จำเลย - นาย ศักดา แซ่เอียบ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุวรรณ ตระการพันธุ์ · ศักดิ์ สนองชาติ · กู้เกียรติ สุนทรบุระ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2314/2529ฎีกา 5274/2531ฎีกา 7958/2555ฎีกา 3081/2524ฎีกา 185/2566ฎีกา 2718/2538ฎีกา 18654/2555ฎีกา 1552/2568ฎีกา 435/2535ฎีกา 279/2539ฎีกา 3750/2540ฎีกา 2978/2553ฎีกา 2269/2538ฎีกา 2672/2534ฎีกา 1783/2536ฎีกา 45/2507ฎีกา 584/2519ฎีกา 1958/2526ฎีกา 527/2538ฎีกา 2824/2535ฎีกา 291/2537ฎีกา 2890-2891/2519ฎีกา 928/2520ฎีกา 3441/2525
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา