⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1803/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1803/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำรับสารภาพของจำเลยที่ได้มาโดยการข่มขู่ ไม่ถือว่าเป็นคำรับสารภาพที่เกิดจากความสมัครใจหรือตามความเป็นจริง จึงไม่มีผลในการบรรเทาโทษตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมว่าได้ฆ่าผู้ตาย แต่ในชั้นพิจารณาจำเลยให้การปฏิเสธ และนำสืบว่าคำให้การรับสารภาพดังกล่าวเนื่องจากถูกเจ้าพนักงานตำรวจข่มขู่ ซึ่งหมายความว่าจำเลยมิได้ให้การรับสารภาพด้วยความสมัครใจหรือตามความเป็นจริง กรณีจึงถือว่าไม่มีคำรับของจำเลยในชั้นจับกุมอันจะเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ที่จะเป็นเหตุบรรเทาโทษเพื่อยกขึ้นเป็นข้ออ้างสำหรับลดโทษให้จำเลย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา288 จำคุกตลอดชีวิต จำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุม เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบกับมาตรา 53 จำคุก 33 ปี 4 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 20 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 13 ปี 4 เดือน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้วเห็นว่าเวลาประมาณ 15 นาฬิกาก่อนเกิดเหตุ จำเลยกับพวกฝ่ายหนึ่งและผู้ตายกับพวกอีกฝ่ายหนึ่งได้เกิดทะเลาะโต้เถียงกันมาก่อนจนถึงขั้นชกต่อยทำร้ายกันโดยไม่ปรากฏว่าเกิดจากความผิดของฝ่ายใดแล้วต่างเลิกรากันไป ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ21 นาฬิกา ก็เกิดการทะเลาะโต้เถียงและชกต่อยทำร้ายกันอีก แล้วจำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย ดังนั้น สาเหตุจึงเกิดขึ้นจากความผิดของผู้ตายกับพวกอยู่ส่วนหนึ่งด้วย ที่ศาลอุทธรณ์ใช้ดุลพินิจกำหนดโทษจำคุกจำเลยไว้ 20 ปี จึงเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว แต่ที่ศาลอุทธรณ์ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 โดยอ้างเหตุว่าจำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมซึ่งเป็นประโยชน์แก่การพิจารณานั้นศาลฎีกาเห็นว่า แม้จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมก็ตาม แต่ในชั้นพิจารณา จำเลยได้นำสืบว่า จำเลยให้การรับสารภาพเนื่องจากถูกเจ้าพนักงานตำรวจข่มขู่ซึ่งหมายความว่าจำเลยมิได้ให้การรับสารภาพด้วยความสมัครใจหรือตามความเป็นจริง ดังนี้ กรณีจึงถือว่าไม่มีคำรับของจำเลยในชั้นจับกุมอันจะเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาที่จะเป็นเหตุบรรเทาโทษเพื่อยกขึ้นเป็นข้ออ้างสำหรับลดโทษให้จำเลย ฎีกาของโจทก์เฉพาะข้อนี้ฟังขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยมีกำหนด 20 ปี โดยไม่ลดโทษให้จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1803/2532 พนักงานอัยการ จังหวัด เชียงใหม่ โจทก์ นาย เสงี่ยม หรือ นอง บัน เขียว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด เชียงใหม่ · จำเลย - นาย เสงี่ยม หรือ นอง บัน เขียว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มาโนช เพียรสนอง · ประมาณ ชันซื่อ · เจริญ นิลเอสงฆ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1332-1335/2511ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 1597/2522ฎีกา 180/2554ฎีกา 2530/2527ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 5598/2540ฎีกา 3026/2517ฎีกา 1162/2508ฎีกา 6416/2541ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 2963/2535ฎีกา 726/2487ฎีกา 848/2545ฎีกา 2813/2566ฎีกา 3237/2543ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1790/2521ฎีกา 5806/2534ฎีกา 1165/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ