⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2008/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2008/2532

ป.พ.พ. ม.321, 656, 1377 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าของที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ดินทำหนังสือเจตนาสละสิทธิครอบครองไว้ล่วงหน้าให้แก่เจ้าหนี้แทนการชำระหนี้ และเจ้าหนี้ได้ครอบครองที่ดินนั้นเพื่อตนเองหลังจากเจ้าของที่ดินตาย ถือเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย และเจ้าหนี้ย่อมได้สิทธิครอบครองในที่ดินนั้นโดยไม่ต้องบอกกล่าวเปลี่ยนลักษณะการครอบครอง

ย่อคำพิพากษา

การที่ อ. ได้ทำหนังสือเจตนาสละสิทธิครอบครองที่พิพาทซึ่งเป็นที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ดินไว้ล่วงหน้าว่า เมื่อ อ. ตายแล้ว ให้ที่พิพาทเป็นสิทธิแก่จำเลยเจ้าหนี้แทนการชำระหนี้ เมื่อจำเลยยินยอมตามนี้โดยได้ครอบครองเพื่อตนตั้งแต่ อ. ตาย ก็เป็นสิทธิที่คู่กรณีกระทำได้โดยชอบ ไม่เป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 656 วรรคสองและวรรคสุดท้ายการครอบครองที่ดินของ อ. จึงเป็นอันสิ้นสุดลงเมื่อ อ. ตาย นับแต่นั้นมาจำเลยหาได้ครอบครองที่พิพาทแทน อ. หรือโจทก์ผู้เป็นทายาท อ. ไม่ จำเลยจึงไม่ตกอยู่ในฐานะเป็นผู้ยึดถือแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1381 ไม่จำต้องบอกกล่าวเปลี่ยนลักษณะการครอบครองไปยังโจทก์ จำเลยย่อมได้สิทธิครอบครองที่พิพาท โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเอาที่พิพาทคืน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.321 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.656 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1377 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1378 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1381

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.321 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.656 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1377 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1378 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าที่ดินหมายเลข ๑, ๔ ในแผนที่พิพาทคดีหมายเลขดำที่ ๑๒๙/๒๕๒๗ ดังกล่าวเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง ให้จำเลยแบ่งแยก น.ส.๓ เลขที่ ๔๕๓, ๔๕๔ สำหรับส่วนที่เป็นของโจทก์คืนให้โจทก์ หากจำเลยไม่ยอมให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนา จำเลยให้การว่า ที่ดินตามฟ้องเป็นส่วนของ อ. เนื้อที่ ๕ ไร่เศษ อ. ป่วยและได้เคยกู้เงินจำเลยไปแล้วมอบที่ดินดังกล่าวให้จำเลยทำกินต่างดอกเบี้ยโดยมีข้อตกลงว่าหาก อ. ตายโดยไม่ได้ชำระเงินไถ่ที่ดินคืน ให้ที่ดินตกเป็นของจำเลย อ. ตายโดยไม่ได้ชำระหนี้ที่ดินตกเป็นของจำเลย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า สัญญากู้เป็นโมฆะ ถือว่าจำเลยครอบครองที่พิพาทไว้แทน นายอ่อนสาบิดาโจทก์ และโจทก์ผู้เป็นทายาท พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยคืนที่พิพาทเฉพาะส่วนให้โจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยเบื้องแรกว่า ข้อตกลงเกี่ยวกับที่พิพาทที่ทำกันไว้ระหว่างนายอ่อนสาบิดาโจทก์กับจำเลยดังกล่าวมีผลผูกพันบังคับได้เพียงใดหรือไม่ในปัญหานี้ปรากฏตามข้อตกลงในเอกสารดังกล่าวข้อ ๔ และข้อ ๕ ดังนี้ ฯลฯ ๔. ที่ดินรายนี้ถ้าข้าพเจ้าไม่ตายมีชีวิตอยู่จะนำเงินจำนวน ๓,๐๐๐ บาท (ซึ่งระบุไว้ข้างต้นว่าเป็นเงินค่าที่นำมาจำนองไว้) มาชำระเอาที่ดินคืน ๕. ถ้าข้าพเจ้าตายและไม่มีชีวิต ที่ดินรายจำนองนี้ข้าพเจ้าขอมอบให้นายเขียน ศรีเล็ก พี่เขยถือเป็นกรรมสิทธิ์ต่อไป ฯลฯ ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อความที่ปรากฏในเอกสารหมาย ล.๑ อันเป็นหลักฐานการกู้ยืมเงินข้างต้นบ่งแสดงเจตนาของนายอ่อนสา ศรีเนตร ผู้ทำหลักฐานดังกล่าวให้ไว้แก่จำเลยเป็น ๒ กรณี กล่าวคือ ในกรณีที่นายอ่อนสาสามารถนำเงินจำนวน ๓,๐๐๐ บาท มาชำระคืนแก่จำเลยได้ในระหว่างที่ยังมีชิวิตอยู่ ก็จะขอให้จำเลยส่งคืนที่พิพาทที่ได้มอบให้ครอบครองแทนในระหว่างที่ยังเป็นหนี้กรณีหนึ่ง แต่ถ้านายอ่อนสาถึงแก่ความตายโดยยังมิได้ชำระหนี้และรับมอบที่พิพาทคืนตามสัญญาข้อ ๔ ก็ให้ที่พิพาทตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยโดยปราศจากเงื่อนไขใด ๆ อีกกรณีหนึ่ง ซึ่งกรณีหลังนี้เป็นเรื่องนายอ่อนสาได้ทำหนังสือเจตนาสละสิทธิครอบครองที่พิพาทซึ่งเป็นที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ดินไว้ล่วงหน้าว่า เมื่อนายอ่อนสาตายแล้ว ให้ที่พิพาทเป็นสิทธิแก่จำเลยเจ้าหนี้แทนการชำระหนี้ เมื่อจำเลยยินยอมตามนี้โดยได้ครอบครองเพื่อตนตั้งแต่นายอ่อนสาตายก็เป็นสิทธิที่คู่กรณีกระทำได้โดยชอบ ไม่เป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๕๖ วรรคสอง และวรรคสุดท้าย ดังนั้น การครอบครองที่ดินของนายอ่อนสาจึงเป็นอันสิ้นสุดลงเมื่อนายอ่อนสาตาย นับแต่นั้นมาจำเลยหาได้ครอบครองที่พิพาทแทนนายอ่อนสาหรือโจทก์ผู้เป็นทายาทนายอ่อนสาไม่ จำเลยจึงไม่ตกอยู่ในฐานะเป็นผู้ยึดถือแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๘๑ ไม่จำต้องบอกกล่าวเปลี่ยนลักษณะการครอบครองไปยังโจทก์ จำเลยย่อมได้สิทธิครอบครองที่พิพาท โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเอาที่พิพาทคืนได้ คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2008/2532 นางสง่า ศรีเนตร โจทก์ นายเขียน ศรีเล็ก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสง่า ศรีเนตร · ล. - นายเขียน ศรีเล็ก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ถาวร ตันตราภรณ์ · สหัส สิงหวิริยะ · มงคล เปาอินทร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดยโสธร - นายถมรัตน์ เลิศไตรวัน · ศาลอุทธรณ์ - นายมนู วงศ์แสงจันทร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1552/2493ฎีกา 1803/2493ฎีกา 1996/2522ฎีกา 234/2482ฎีกา 670/2510ฎีกา 405/2493ฎีกา 371/2532ฎีกา 608/2475ฎีกา 5/2495ฎีกา 8911/2543ฎีกา 1802/2493ฎีกา 1176/2532ฎีกา 645/2489ฎีกา 355/2541ฎีกา 2360/2520ฎีกา 2434/2528ฎีกา 10227/2551ฎีกา 8606/2544ฎีกา 5590/2540ฎีกา 5965/2539ฎีกา 191/2528ฎีกา 2303/2534ฎีกา 308/2490ฎีกา 1009/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา