คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3004/2532
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องโดยวิธีการปิดหมาย ณ สำนักงานของจำเลย ถือว่าเป็นการส่งโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว หากจำเลยมีสำนักงานที่ไม่ได้แบ่งแยกเป็นสัดส่วน และมีป้ายชื่อสำนักงานอยู่บริเวณทางเข้าเดียวกัน
ย่อคำพิพากษา
บริษัทจำเลยที่ 2 มีสำนักงานตั้งอยู่ที่ตึกแถวชั้นที่สองตึกแถวชั้นล่างเป็นสำนักงานของอีกบริษัทหนึ่งซึ่งมี ช. เป็นกรรมการของบริษัททั้งสอง เมื่อบริษัททั้งสองถูกฟ้อง เจ้าหน้าที่ศาลจะนำหมายศาลไปปิดไว้ที่ประตูบริษัทชั้นล่าง สำนักงานบริษัททั้งสองตามที่ได้จดทะเบียนต่อ กระทรวงพาณิชย์ ไม่ได้แบ่งแยกออกจากกันให้เป็นสัดส่วน ป้ายแสดงชื่อสำนักงานบริษัททั้งสองต่างอยู่บริเวณประตูทางเข้าสำนักงาน เช่นนี้ การที่โจทก์นำหมายนัดไต่สวนคำร้องขอฟ้องคดีอย่างคนอนาถาพร้อมสำเนาคำฟ้อง หมายเรียก หมายนัดสืบพยานโจทก์ส่งให้บริษัทจำเลยที่ 2 โดยการปิดหมายที่หน้าประตูสำนักงานชั้นล่าง เนื่องจากคนในสำนักงานไม่ยอมรับหมาย อ้างว่าผู้จัดการบริษัทจำเลยที่ 2 ไม่อยู่ จึงเป็นการส่งหมายนัดไต่สวนคำร้องขอฟ้องคดีอย่างคนอนาถา สำเนาคำฟ้อง หมายเรียก และหมายนัดสืบพยานโจทก์แก่จำเลยที่ 2 โดยชอบแล้ว ไม่มีเหตุที่จะอ้างได้ว่าจำเลยที่ 2 เพิ่งทราบว่าถูกฟ้องคดีนี้เมื่อรับคำบังคับอันจะให้จำเลยที่ 2 ขอพิจารณาใหม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองซึ่งขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาร่วมกันชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ทั้งสอง
จำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่อ้างว่าไม่ได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การ
ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้พิจารณาใหม่เฉพาะคดีส่วนของจำเลยที่ ๒
โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของจำเลยที่ ๒
จำเลยที่ ๒ ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า บริษัทจำเลยที่ ๒ กับบริษัทสหมิตรขนส่งจำกัด มีนายชาญ เวสารัชชานนท์ เป็นกรรมการ บริษัททั้งสองต่างมีสำนักงานอยู่ตึกแถวสองชั้น เลขที่ ๑๑๐๗ ถนนทรงวาด แขวงสัมพันธ์วงศ์กรุงเทพมหานคร แต่แยกที่ทำการสำนักงานเป็นสัดส่วน โดยบริษัทสหมิตรขนส่ง จำกัด ตั้งสำนักงานอยู่ชั้นล่าง มีนายสัญญา ใจเรืองลูกจ้างนั่งอยู่บริเวณประตูทางเข้าเป็นคนคอยรับเอกสารที่ส่งมาให้บริษัท ตามปกติเมื่อบริษัททั้งสองถูกฟ้อง เจ้าหน้าที่ศาลมักจะนำหมายศาลไปปิดไว้ที่ประตูบริษัทชั้นล่างเพราะเหตุพนักงานของบริษัททั้งสองมักจะไม่รับหมายศาลโดยนายสัญญาจะเห็นเวลาเจ้าหน้าที่ศาลมาส่งหมายทุกครั้ง เห็นว่า สำนักงานบริษัททั้งสองตามที่ได้จดทะเบียต่อกระทรวงพาณิชย์นั้น ไม่ได้แบ่งแยกออกจากกันให้เป็นสัดส่วน ดังจะเห็นได้จากป้ายแสดงชื่อสำนักงานบริษัททั้งสองต่างอยู่บริเวณประตูทางเข้าสำนักงานปรากฏตามภาพถ่ายหมาย ร.๒ ทั้งได้ความจากนายวิชัยยิ่งสุนทรวัฒนา นายประโยชน์ ใจเพชร เจ้าพนักงานเดินหมายกรมบังคับคดี พยานโจทก์เบิกความประกอบรายงานการเดินหมายในสำนวนลงวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๒๘ วันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๒๘ วันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๒๘ วันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๒๘ สอดคล้องกันว่า โจทก์ได้นำส่งหมายนัดไต่สวนคำร้องขอฟ้องคดีอย่างคนอนาถา พร้อมสำเนาคำฟ้องให้จำเลยที่ ๒ในวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๒๘ และวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๒๘ ตามลำดับ ส่งหมายเรียกให้จำเลยที่ ๒ แก้คดีในวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๒๘ และส่งหมายนัดสืบพยานโจทก์ให้จำเลยที่ ๒ เมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๒๘ และวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๒๘ ตามลำดับ โดยการปิดหมายที่หน้าประตูสำนักงาชั้นล่าง เนื่องจากคนในสำนักงานไม่ยอมรับหมาย อ้างว่าผู้จัดการบริษัทจำเลยที่ ๒ ไม่อยู่ เห็นว่า ตามข้อเท็จจริงเชื่อได้ว่าโจทก์ได้ส่งหมายนัดไต่สวนคำร้องขอฟ้องคดีอย่างคนอนาถา สำเนาคำฟ้องหมายเรียก หมายนัดสืบพยานโจทก์แก่จำเลยที่ ๒ โดยชอบแล้ว ตามความหมายของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๗๙ ไม่มีเหตุที่จำเลยที่ ๒ จะอ้างว่าเพิ่งทราบว่าถูกฟ้องคดีนี้เมื่อรับคำบังคับคดีจากศาล
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3004/2532
เด็กหญิงยุพิน ศรีวิไล กับพวก โจทก์
นาย เขียว เนาวราช กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - เด็กหญิงยุพิน ศรีวิไล กับพวก · จำเลย - นาย เขียว เนาวราช กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อากาศ บำรุงชีพ · ถวิล ทองสว่างรัตน์ · พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดขอนแก่น (อำเภอพล) - นายภาติยะ ดวงมณี · ศาลอุทธรณ์ - นาย+นพ กีรติยุติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา