⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3411/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3411/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ฝ่ายหนึ่งผิดสัญญาแล้วอีกฝ่ายหนึ่งมีหนังสือเร่งรัดให้ดำเนินการต่อไปพร้อมทั้งเสียค่าปรับตามสัญญา มิได้ทำให้ฝ่ายที่ผิดสัญญาแต่แรกกลับกลายเป็นฝ่ายไม่ผิดสัญญา และอีกฝ่ายหนึ่งกลายเป็นฝ่ายผิดสัญญา

ย่อคำพิพากษา

พฤติการณ์ของโจทก์ที่เป็นฝ่ายผิดสัญญา และจำเลยที่มีหนังสือเร่งให้โจทก์ดำเนินการต่อไปพร้อมทั้งเสียค่าปรับตามสัญญาแต่แล้วจำเลยกลับมีหนังสือบอกเลิกสัญญาหาได้มีผลทำให้โจทก์กลับกลางเป็นผู้ไม่ผิดสัญญา และจำเลยเป็นผู้ผิดสัญญาไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.386

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองชดใช้เงินจำนวน 2,257,411 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 29กรกฎาคม 2523 จนกว่าชำระเสร็จให้แก่โจทก์ จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ให้การและแก้ไขคำให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่ต้องรับผิดในความเสียหายใด ๆ โจทก์มิได้เสียหายดังฟ้องฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องเคลือบคลุม และขาดอายุความ จำเลยที่ 2ไม่ต้องรับผิดชอบเป็นส่วนตัว ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว สำหรับประเด็นที่ว่าจำเลยบอกเลิกสัญญากับโจทก์โดยชอบแล้ว หรือจำเลยบอกเลิกสัญญากับโจทก์โดยมีเจตนากลั่นแกล้งให้โจทก์เสียหานั้น โจทก์กล่าวอ้างในฟ้องว่าเหตุที่โจทก์ปฏิบัติงานที่จ้างไม่เสร็จภายในกำหนด เพราะจำเลยไม่ส่งเจ้าหน้าที่ไปกำหนดจุดสถานที่เพื่อให้โจทก์ดำเนินการก่อสร้างและอยู่ในระยะเวลาที่มีฝนตกต่อเนื่องกันหลายวัน ศาลฎีกาเห็นว่า ในการปูแอสฟัลท์ติกคอนกรีตถนนตามสัญญานั้นจะต้องอาศัยเครื่องจักรได้แก่ เครื่องปูยางแต่ปรากฏจากการตอบคำถามค้านทนายจำเลยของนายทรงศักดิ์ ชูตระกูล พยานโจทก์เองว่าเครื่องจักรที่จะมาทำงานนั้นได้มาติดตั้งเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม2523 พร้อมจะทำงานจริง ๆ ได้ในวันที่ 24 เดือนเดียวกัน อันเป็นเวลาภายหลังจากที่ครบกำหนดตามสัญญาแล้ว จึงเป็นที่เห็นได้ว่าแม้ในระหว่างสัญญาถึงฝนจะไม่ตกและเจ้าหน้าที่ของจำเลยได้กำหนดจุดโจทก์ก็ไม่สามารถจะปูแอสฟัลท์ติกคอนกรีตตามสัญญาได้เพราะไม่มีเครื่องปูยางเนื่องจากเครื่องปูยางติดงานซึ่งโจทก์รับจ้างปูยางแอสฟัลท์ติกถนนเช่นเดียวกันอยู่ที่จังหวัดยโสธรดังปรากฏตามเอกสารหมาย ปจ.35 จึงมีผลเท่ากับว่าโจทก์มิได้ดำเนินการปูยางแอสฟัลท์ติดถนนจนกระทั่งครบกำหนดตามสัญญาเมื่อวันที่ 28มิถุนายน 2523 โจทก์จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา จำเลยจึงมีสิทธิที่จะบอกเลิกสัญญาได้ แต่แทนที่จำเลยจะบอกเลิกสัญญากับโจทก์ จำเลยกลับมีหนังสือลงวันที่ 30 มิถุนายน 2523 เร่งให้โจทก์รีบดำเนินการและเสียค่าปรับตามสัญญาปรากฏตามเอกสารหมาย ปจ.34 แต่โจทก์ยังไม่ได้ดำเนินการอะไร จำเลยกลับมีหนังสือลงวันที่ 25 กรกฎาคม2523 บอกเลิกสัญญากับโจทก์ดังปรากฏตามเอกสารหมาย ปจ.54อย่างไรก็ดีการบอกเลิกสัญญาของจำเลยดังกล่าวหามีผลประการใดไม่เพราะปรากฏว่าต่อมาผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดได้มีคำสั่งให้โจทก์เข้าดำเนินการปูยางแอสฟัลท์ติกโดยได้มีการทำบันทึกแก้ไขเพิ่มเติมต่อท้ายสัญญาดังปรากฏตามเอกสารหมาย จ.2 และปจ. 59 หลังจากนั้นโจทก์ก็เข้าดำเนินการปูยางแอสฟัลท์ติกเสร็จสิ้นตามบันทึกแก้ไขเพิ่มเติมต่อท้ายสัญญา และรับเงินค่าจ้างไปเรียบร้อย พฤติการณ์ของโจทก์ที่เป็นฝ่ายผิดสัญญา และจำเลยที่มีหนังสือเร่งให้โจทก์ดำเนินการต่อไปพร้อมทั้งเสียค่าปรับ แต่แล้วจำเลยกลับมีหนังสือบอกเลิกสัญญาดังที่ได้วินิจฉัยมานี้ ศาลฎีกาเห็นว่าหาได้มีผลทำให้โจทก์กลับกลายเป็นผู้ไม่ผิดสัญญา และจำเลยเป็นผู้ผิดสัญญาไม่" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3411/2532 บริษัท สุมิตรอุดร ก่อสร้าง 1979 จำกัด โจทก์ เทศบาล เมือง ร้อยเอ็ด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท สุมิตรอุดร ก่อสร้าง 1979 จำกัด · จำเลย - เทศบาล เมือง ร้อยเอ็ด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชูเชิด รักตะบุตร์ · เธียร ยูงทอง · สัมฤทธิ์ ไชยศิริ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 608/2491ฎีกา 1364/2503ฎีกา 3796/2540ฎีกา 1746/2522ฎีกา 472/2526ฎีกา 408/2548ฎีกา 591/2531ฎีกา 317/2489ฎีกา 2494/2553ฎีกา 2821/2522ฎีกา 1929/2537ฎีกา 2409/2551ฎีกา 654/2541ฎีกา 540/2535ฎีกา 8477/2540ฎีกา 8367/2547ฎีกา 6239/2551ฎีกา 763/2484ฎีกา 42/2516ฎีกา 1397/2544ฎีกา 8509/2551ฎีกา 2009/2515ฎีกา 5434/2536ฎีกา 3059/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ