คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3496/2532
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ร้องสอดจะเข้ามาเป็นคู่ความในคดีได้ก็ต่อเมื่อมีสิทธิเรียกร้องเกี่ยวด้วยการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลในระหว่างโจทก์กับจำเลยเท่านั้น
ย่อคำพิพากษา
เมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้ว ผู้ร้องสอดยื่นคำร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (1) อ้างว่า ผู้ร้องสอดถูกเจ้าหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินซึ่งผู้ร้องสอดเป็นผู้รับอาวัลฟ้องให้รับผิดตามตั๋วสัญญาใช้เงินร่วมกับจำเลย ดังนี้ ผู้ร้องสอดยังไม่ได้มีสิทธิเรียกร้องใดเหนือทรัพย์สินที่จำเลยต้องโอนให้โจทก์ตามคำพิพากษา จึงหาใช่เป็นกรณีที่ผู้ร้องสอดมีสิทธิเรียกร้องเกี่ยวด้วยการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลในระหว่างโจทก์กับจำเลยไม่ ผู้ร้องสอดจึงไม่มีสิทธิที่จะยื่นคำร้องสอด
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
กรณีสืบเนื่องจากโจทก์จำเลยตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความโดยจำเลยตกลงจะจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่โจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมแล้ว ผู้ร้องสอดยื่นคำร้องสอดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๗ (๑) อ้างว่า ผู้ร้องสอดมีสิทธิเรียกร้องเกี่ยวเนื่องด้วยการบังคับตามคำพิพากษาในคดีนี้ เนื่องจากผู้ร้องสอดได้เข้ารับอาวัลตั๋วสัญญาใช้เงินซึ่งจำเลยออกให้แก่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ไทยรุ่งเรืองทรัสต์ จำกัด จำนวน ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย เมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๒๖ และต่อมาบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ไทยรุ่งเรืองทรัสต์ จำกัดได้ฟ้องจำเลยกับผู้ร้องสอดให้ชำระเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ย ผู้ร้องสอดซึ่งเป็นผู้รับอาวัลตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าว มีความผูกพันตามกฎหมายต้องชำระหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าว จึงมีสิทธิไล่เบี้ยเอาจากจำเลย และมีสิทธิเรียกร้องบังคับชำระหนี้เอาจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของจำเลยตามฟ้องได้นอกจากนี้แล้วโจทก์และจำเลยทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามฟ้องโดยคบคิดกันฉ้อฉล มิได้ซื้อขายกันจริง โจทก์และจำเลยเป็นบริษัทในเครือเดียวกัน กรรมการบางคนของโจทก์และจำเลยเป็นญาติกัน โจทก์และจำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามฟ้องโดยไม่สุจริตเพื่อหลีกเลี่ยงมิให้ผู้ร้องสอดบังคับเอาแก่ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้น ขอให้ระงับหรือห้ามมิให้จำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามฟ้องให้โจทก์ และงดการบังคับคดีนี้ไว้จนกว่าจำเลยจะชำระหนี้ดังกล่าวให้บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ไทยรุ่งเรืองทรัสต์ จำกัด ครบถ้วน
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง
ผู้ร้องสอดอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น
ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับคำร้องสอดของผู้ร้องสอด ให้รับคำร้องสอดของผู้ร้องสอดไว้พิจารณาต่อไป
ศาลชั้นต้นให้งดสืบพยานผู้ร้องและโจทก์จำเลย และมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้องสอด
ผู้ร้องสอดอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ผู้ร้องสอดฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้ร้องสอดมีสิทธิร้องสอดเข้ามาในคดีนี้หลังจากที่โจทก์จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาตามยอมให้คดีเป็นอันเสร็จเด็ดขาดไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นแล้วหรือไม่เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาแล้ว ผู้ร้องสอดจะยื่นคำร้องสอดได้ต่อเมื่อผู้ร้องสอดมีสิทธิเรียกร้องเกี่ยวเนื่องด้วยการบังคับตามคำพิพากษานั้น แต่ตามคำร้องของผู้ร้องสอดผู้ร้องสอดเพียงถูกเจ้าหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินซึ่งผู้ร้องสอดเป็นผู้รับอาวัลฟ้องให้รับผิดตามตั๋วสัญญาใช้เงินร่วมกับจำเลยผู้ร้องสอดยังมิได้มีสิทธิเรียกร้องใดเหนือทรัพย์สินที่จำเลยต้องโอนให้โจทก์ตามคำพิพากษา กรณีตามคำร้องของผู้ร้องสอดหาใช่เป็นกรณีที่ผู้ร้องสอดมีสิทธิเรียกร้องเกี่ยวด้วยการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลในระหว่างโจทก์กับจำเลยไม่ ผู้ร้องสอดจึงไม่มีสิทธิที่จะยื่นคำร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความในคดีนี้ด้วยการร้องสอดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๗(๑)
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3496/2532
บริษัทสมรภูมิแอนด์ซัพพลายส์ จำกัด โจทก์
บริษัทเงินทุนบางกอกเงินทุน จำกัด ผู้ร้องสอด
บริษัทบางกอกซัพพลายส์ จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทสมรภูมิแอนด์ซัพพลายส์ จำกัด · ผู้ร้องสอด - บริษัทเงินทุนบางกอกเงินทุน จำกัด · จำเลย - บริษัทบางกอกซัพพลายส์ จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มงคล เปาอินทร์ · สหัส สิงหวิริยะ · ถาวร ตันตราภรณ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายบุญศรี แก้วสาร · ศาลอุทธรณ์ - นายอัครวิทย์ สุมาวงศ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา