⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3693/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3693/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การที่ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปโดยมิได้สั่งงดสืบพยาน ถือว่าชอบด้วยกฎหมาย แม้คู่ความจะทราบวันนัดแล้วไม่มาศาล * หากจำเลยได้รับสำเนาคำร้องขอกันส่วนแล้วไม่คัดค้าน ศาลไม่จำเป็นต้องนัดสืบพยานจำเลย * หนังสือยินยอมของคู่สมรสเพื่อให้อีกฝ่ายทำนิติกรรมไม่ต้องทำต่อหน้าเจ้าพนักงาน หากคู่สมรสรับรองความถูกต้องของหนังสือแล้ว นิติกรรมนั้นไม่เป็นโมฆะ * หนังสือที่ระบุให้ความยินยอมในการทำนิติกรรมและรับผิดชอบเสมือนได้กระทำเอง ถือเป็นการให้สัตยาบันในหนี้ที่เกิดขึ้น

ย่อคำพิพากษา

การที่ศาลนัดสืบพยานโจทก์และผู้ร้องทราบนัดแล้วไม่ไปศาลตามนัดโดยศาลมิได้สั่งงดสืบพยาน ศาลจึงดำเนินกระบวนพิจารณาไป ถือไม่ได้ว่าเป็นการผิดระเบียบ เมื่อจำเลยได้รับสำเนาคำร้องขอกันส่วนแล้วไม่คัดค้าน กรณีเป็นเรื่องพิพาทระหว่างผู้ร้องกับโจทก์ ศาลไม่ต้องนัดสืบพยานจำเลย คำยินยอมของสามีหรือภรรยาเพื่อให้อีกฝ่ายหนึ่งทำนิติกรรมนั้นไม่ต้องทำต่อหน้าเจ้าพนักงาน เมื่อผู้ร้องรับว่าหนังสือยินยอมเป็นหนังสือของผู้ร้องที่ถูกต้องแท้จริงแล้วก็นำไปใช้จดทะเบียนจำนองที่ดินได้ หาเป็นโมฆะไม่ การที่ผู้ร้องทำหนังสือระบุว่า ให้ความยินยอมในการทำนิติกรรมเกี่ยวกับการแก้ไขหนี้จำนอง รวมทั้งกิจการอื่นที่กระทำไปโดยผู้ร้องขอร่วมรับผิดชอบในนิติกรรมนั้น เสมือนผู้ร้องได้กระทำเองทุกประการ ถือว่า ผู้ร้องยอมให้สัตยาบันหนี้ที่เกิดขึ้นว่าเป็นหนี้ร่วมระหว่างผู้ก่อหนี้กับผู้ร้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.27 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.280 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.287 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1479 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1480 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1490

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยที่ ๑ เพื่อนำออกขายทอดตลาดเอาเงินมาชำระหนี้โจทก์ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นภรรยาจำเลยที่ ๓ โดยชอบด้วยกฎหมาย ที่ดินที่ถูกยึดเป็นสินบริคณห์ ผู้ร้องมีสิทธิครึ่งหนึ่งขอให้แยกสินบริคณห์ โจทก์ให้การว่า ผู้ร้องให้ความยินยอมให้จำเลยที่ ๓ จดจำนองที่ดินดังกล่าว หนี้จำนองจึงเป็นหนี้ร่วม ผู้ร้องหมดสิทธิที่จะให้แยกสินบริคณห์ ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ผู้ร้องฎีกาว่า เมื่อผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งเรื่องการวางเงินประกัน ศาลชั้นต้นรับอุทธรณ์ ต่อมาศาลชั้นต้มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งและดำเนินกระบวนพิจารณาฝ่ายเดียวลับหลังผู้ร้องและจำเลย และแม้ศาลจะตัดพยานผู้ร้อง จำเลยก็มีสิทธิสืบพยานจำเลย ศาลชั้นต้นตัดสิทธิมิให้สืบพยานจำเลย จึงเป็นการผิดระเบียบการดำเนินกระบวนพิจารณานั้น เห็นว่า คดีนี้ศาลนัดสืบพยานโจทก์ไว้แล้วและผู้ร้องก็ทราบนัด ปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณา ลงวันที่๖ ตุลาคม ๒๕๓๐ เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ร้องวางเงินตามคำร้องขอของโจทก์และผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ศาลชั้นต้นก็มิได้งดสืบพยานโจทก์ โจทก์และผู้ร้องจะต้องไปศาลตามนัด เมื่อผู้ร้องไม่ไปศาล ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาไป จึงหาผิดระเบียบไม่ สำหรับจำเลยนั้น ศาลชั้นต้นได้ส่งสำเนาคำร้องขอกันส่วนทรัพย์ของผู้ร้องให้จำเลยทราบแล้ว จำเลยไม่คัดค้าน กรณีจึงเป็นเรื่องพิพาทกันระหว่างผู้ร้องกับโจทก์ จำเลยหาเกี่ยวข้องด้วยไม่ ศาลชั้นต้นไม่นัดสืบพยานจำเลยจึงชอบแล้ว ที่ผู้ร้องฎีกาว่า ผู้ร้องไม่ได้ให้คำยินยอมในการจำนองที่ดินต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดิน การจำนองที่ดินเป็นโมฆะนั้น เห็นว่าคำยินยอมของสามีหรือภรรยาให้อีกฝ่ายหนึ่งทำนิติกรรมได้ตามกฎหมายนั้น กฎหมายมิได้บัญญัติให้ทำต่อหน้าเจ้าพนักงาน เมื่อผู้ร้องรับว่าหนังสือยินยอมเอกสารหมาย จ.๑ ถึง จ.๗ เป็นหนังสือยินยอมของผู้ร้องที่ถูกต้องแท้จริงแล้ว หนังสือยินยอมดังกล่าวก็นำไปใช้จดทะเบียนจำนองที่ดินได้ หาเป็นโมฆะไม่ และหนังสือยินยอมเอกสารหมาย จ.๑ ผู้ร้องระบุว่าให้ความยินยอมให้จำเลยที่ ๓ ทำนิติกรรมเกี่ยวกับการแก้ไขหนี้อันจำนองรวม ๓ โฉนดที่ ๒๐๕๔, ๒๐๕๕, ๒๐๕๖ตำบลสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา วงเงิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาทกับธนาคารกรุงเทพ จำกัด ได้ กิจการใดที่จำเลยที่ ๓ ได้กระทำไปข้าพเจ้าขอร่วมรับผิดชอบในนิติกรรมนั้นด้วย เสมือนหนึ่งข้าพเจ้าได้กระทำเองทุกประการ ดังนี้แสดงให้เห็นว่า ผู้ร้องได้รับรู้ถึงหนี้สินที่จำเลยที่ ๓ ได้ก่อให้เกิดขึ้น ถือได้ว่า ผู้ร้องยอมให้สัตยาบันหนี้ดังกล่าวซึ่งเป็นหนี้ร่วมกันระหว่างจำเลยที่ ๓ กับผู้ร้อง จึงต้องผูกพันที่ดินทั้งหมดรวมทั้งส่วนของผู้ร้องด้วย ที่ผู้ร้องฎีกาอีกข้อหนึ่งว่า ศาลชั้นต้นสั่งให้ผู้ร้องวางเงินประกันโดยไม่ได้ไต่สวนคำร้องเป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่า เงินประกันจำนวนดังกล่าว ผู้ร้องยังมิได้วางเป็นประกัน เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้อง เป็นเหตุให้คดีเสร็จไปจากการพิจารณาของศาลชั้นต้นแล้ว ความจำเป็นที่ผู้ร้องจะต้องวางเงินประกันจึงไม่มีอีกต่อไป คำสั่งให้ผู้ร้องวางเงินประกันถูกเพิกถอนไปในตัวศาลฎีกาไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของผู้ร้องในเรื่องนี้ ฎีกาของผู้ร้องข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ด้วยเหตุดังกล่าวมา ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องขอกันส่วนของผู้ร้องชอบแล้ว ฎีกาผู้ร้องทุกข้อฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3693/2532 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด โจทก์ นางอุไร เลาหพูนรังษี ผู้ร้อง ห้างหุ้นส่วนจำกัด เหล่าถาวรบริการ ที่ 1 กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงเทพ จำกัด · ผู้ร้อง - นางอุไร เลาหพูนรังษี · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด เหล่าถาวรบริการ ที่ 1 กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญส่ง วรรณกลาง · ประชา บุญวนิช · นิเวศน์ คำผอง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสีคิ้ว - นายจารุ ชาลีวรรณ · ศาลอุทธรณ์ - นายไพฑูรย์ เนติโพธิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4134/2541ฎีกา 7980/2551ฎีกา 3813/2535ฎีกา 6306/2551ฎีกา 345/2520ฎีกา 280/2530ฎีกา 770/2535ฎีกา 4637/2567ฎีกา 6193/2551ฎีกา 1776/2512ฎีกา 5531/2534ฎีกา 1572/2511ฎีกา 3589/2525ฎีกา 3745/2530ฎีกา 2422/2545ฎีกา 8108/2542ฎีกา 6868/2541ฎีกา 2356/2534ฎีกา 5094/2565ฎีกา 1413/2508ฎีกา 2116/2565ฎีกา 7279/2540ฎีกา 4470/2543ฎีกา 541/2509
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา