⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3752/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3752/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทรัพย์สินที่ผู้เช่าปลูกสร้างขึ้นบนที่ดินที่เช่า โดยไม่มีข้อตกลงให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ให้เช่า ย่อมยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้เช่า แม้สัญญาเช่าจะสิ้นสุดลง

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ทำสัญญาเช่าที่ดินจากสุขาภิบาลโดยสัญญาว่าจะปลูกสร้างแผงลอยหรือบ้านพิพาทตามแบบหรือคำสั่งของสุขาภิบาล แต่ไม่มีข้อสัญญาว่าเมื่อสิ้นกำหนดเวลาเช่าแล้วแผงลอยหรือบ้านพิพาทจะต้องตกเป็นของสุขาภิบาลแต่อย่างใด ดังนั้นแผงลอยหรือบ้านพิพาทจึงยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์แม้ว่าสัญญาเช่าที่ดินระหว่างโจทก์กับสุขาภิบาลจะสิ้นสุดลง และจำเลยได้ทำสัญญาเช่าที่ดินนั้นต่อจากโจทก์ก็ตาม เมื่อศาลพิพากษาให้ขับไล่จำเลยออกจากบ้านพิพาทซึ่งจำเลยทำสัญญาเช่าจากโจทก์ จึงหาทำให้ฐานะในคดีของโจทก์เปลี่ยนแปลงไปไม่ ไม่มีเหตุที่จะถอนการบังคับคดี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.295

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

กรณีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลย ให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินพร้อมบริวารออกจากบ้านพิพาทและส่งมอบบ้านพิพาทให้แก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายจนกว่าจะขนย้ายทรัพย์สินพร้อมบริวารและส่งมอบบ้านพิพาท กับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีตามคำขอของโจทก์ ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนหมายบังคับคดี อ้างว่าสัญญาเช่าที่ดินเพื่อปลูกแผงลอยระหว่างโจทก์กับสุขาภิบาลสระคูได้หมดอายุการเช่า และจำเลยได้ทำสัญญาเช่าที่ดินและแผงลอยกับสุขาภิบาลสระคูแทนโจทก์ต่อไปแล้ว โจทก์จึงไม่สามารถที่จะบังคับคดีกับจำเลยตามคำพิพากษานี้อีกต่อไป โจทก์ยื่นคำแถลงคัดค้านว่า จำเลยประวิงเวลาด้วยการยื่นคำร้องโดยไม่สุจริตทั้ง ๆ ที่จำเลยรับโดยชัดแจ้งว่าบ้านพิพาทเป็นของโจทก์และจำเลยเช่าจากโจทก์ ที่จำเลยอ้างว่าได้เช่าจากสุขาภิบาลสระคูนั้นเป็นคนละเรื่องกับคดีนี้ และเมื่อบ้านพิพาทเป็นของโจทก์ผู้อื่นจะนำไปให้จำเลยเช่าได้อย่างไร ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีต่อไป จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์๕๐๐ บาท แทนโจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ทำสัญญาเช่าที่ดินจากสุขาภิบาลสระคูโดยสัญญาว่าโจทก์จะปลูกสร้างแผงลอยหรือบ้านพิพาทตามแบบหรือคำสั่งของสุขาภิบาล แต่ไม่มีข้อสัญญาว่าเมื่อสิ้นกำหนดเวลาเช่าแล้วแผงลอยหรือบ้านพิพาทดังกล่าวจะต้องตกเป็นของสุขาภิบาลสระคูแต่อย่างใด ดังนั้นแผงลอยหรือบ้านพิพาทจึงยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์แม้ว่าสัญญาเช่าที่ดินระหว่างโจทก์กับสุขาภิบาลสระคูจะสิ้นสุดลงและจำเลยได้ทำสัญญาเช่าที่ดินนั้นต่อจากโจทก์ก็ตามเมื่อศาลพิพากษาให้ขับไล่จำเลยออกจากบ้านพิพาทซึ่งจำเลยทำสัญญาเช่าจากโจทก์ จึงหาทำให้ฐานะในคดีของโจทก์เปลี่ยนแปลงไปดังที่จำเลยฎีกาไม่ ไม่มีเหตุที่จะถอนการบังคับคดีตามคำร้องของจำเลย ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษาให้ยกคำร้องของจำเลยชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา ๕๐๐ บาทแทนโจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3752/2532 นายสมนึก แซ่ซิ้ม โจทก์ นายทรงศักดิ์ วิทยาเรืองสิน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสมนึก แซ่ซิ้ม · จำเลย - นายทรงศักดิ์ วิทยาเรืองสิน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · บุญส่ง คล้ายแก้ว · นำชัย สุนทรพินิจกิจ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด · ศาลอุทธรณ์ - นายเคลื่อน วัฒนเมธียานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2836/2566ฎีกา 3183/2541ฎีกา 1897/2512ฎีกา 353/2536ฎีกา 4117/2566ฎีกา 1256/2518ฎีกา 3278/2559ฎีกา 983/2519ฎีกา 4122/2540ฎีกา 95/2533ฎีกา 2424/2516ฎีกา 3631/2526ฎีกา 7550/2537ฎีกา 2018/2533ฎีกา 10238/2556ฎีกา 2558/2527ฎีกา 888/2540ฎีกา 7559/2537ฎีกา 5437/2567ฎีกา 6502/2538ฎีกา 7304/2538ฎีกา 2810/2565ฎีกา 417/2504ฎีกา 788/2567
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา