⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3909/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3909/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นในส่วนโทษจำคุก ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง 2. สิทธิในการนำคดีอาญามาฟ้องย่อมไม่ระงับไป เพียงเพราะมีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพ่ง โดยที่ในสัญญานั้นไม่มีข้อตกลงว่าโจทก์จะไม่ติดใจดำเนินคดีอาญาแก่จำเลย

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 2 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 สัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพ่ง ไม่มีข้อตกลงว่าโจทก์ไม่ติดใจดำเนินคดีแก่จำเลยในทางอาญาสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมไม่ระงับตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39(2).

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 จำเลยชำระเงินมาบางส่วนแล้วเห็นควรกำหนดโทษสถานเบา ให้ลงโทษจำคุก 4 เดือนจำเลยให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ขอให้ลงโทษสถานเบาหรือรอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย2 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ที่จำเลยฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการลงโทษของศาลอุทธรณ์ โดยขอให้ลงโทษสถานเบากว่าโทษที่ศาลอุทธรณ์ลงแก่จำเลยหรือรอการลงโทษนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกา ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยให้สำหรับฎีกาของจำเลยในข้อที่ว่า โจทก์ได้ใช้สิทธิทางแพ่งโดยฟ้องเรียกเงินตามเช็คจากจำเลยเป็นคดีแพ่ง ได้แก่คดีแพ่งหมายเลขดำที่1237/2530 ของศาลชั้นต้น โจทก์ตกลงยอมให้จำเลยผ่อนชำระเป็นรายเดือน เดือนละ 3,000 บาทเป็นอย่างน้อย ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อหน้าศาลเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2530 และศาลได้พิพากษาตามยอมแล้ว จึงถือว่าโจทก์ไม่ติดใจดำเนินคดีอาญาแก่จำเลยแล้ว สิทธิในการดำเนินคดีอาญาของโจทก์ระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2) ศาลจึงต้องจำหน่ายคดีจากสารบบความ ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลอุทธรณ์จึงไม่มีอำนาจพิจารณาและพิพากษาลงโทษจำเลยนั้นเห็นว่า สัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพ่งตามที่จำเลยอ้างในฎีกาไม่มีข้อตกลงว่าโจทก์ไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีแก่จำเลยในทางอาญาสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมไม่ระงับ ที่ศาลอุทธรณ์ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อมาจึงชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3909/2532 นาย เฉลิม เกียรติ สิทธิสันติกุ ล โจทก์ นาย แสง สวัสดิ์ แซ่ซิ้ ม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย เฉลิม เกียรติ สิทธิสันติกุ ล · จำเลย - นาย แสง สวัสดิ์ แซ่ซิ้ ม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · สุนทร จันทรศักดิ์ · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 1047/2498ฎีกา 1656/2512ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1588/2479ฎีกา 19406/2555ฎีกา 10648/2554ฎีกา 1124/2496ฎีกา 4276/2534ฎีกา 3300/2552ฎีกา 164/2553ฎีกา 1638/2492ฎีกา 6416/2541ฎีกา 1209/2523ฎีกา 395/2484ฎีกา 2963/2535ฎีกา 1979/2521ฎีกา 1254/2494ฎีกา 1499/2531ฎีกา 801/2503ฎีกา 70/2489ฎีกา 9076/2558ฎีกา 540/2485ฎีกา 132/2481
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ