คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3924/2532
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีอาญาตามกฎหมาย ไม่ระงับสิ้นไปเพราะเหตุที่ผู้ร้องทุกข์ขอเช็คคืนไปจากพนักงานสอบสวน และการฟ้องคดีอาญาตามมาตรา 96 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ต้องฟ้องภายในกำหนด 3 เดือนนับแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็ค
ย่อคำพิพากษา
ข้อความในรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีระบุว่า โจทก์มาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีแก่จำเลยในข้อหาออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ในชั้นนี้โจทก์ขอรับเช็คกลับคืนไปเพื่อดำเนินการตามกฎหมายอีกส่วนหนึ่งต่อไปแสดงว่าโจทก์ได้แจ้งความกล่าวหาโดยมีเจตนาจะให้จำเลยได้รับโทษส่วนข้อความตอนท้ายหมายความว่า นอกจากโจทก์จะมอบคดีให้พนักงานสอบสวนดำเนินการกับจำเลยแล้ว โจทก์ยังประสงค์จะดำเนินคดีอาญากับจำเลยโดยเป็นโจทก์ฟ้องคดีเองอีกส่วนหนึ่งด้วยการที่โจทก์ขอรับเช็คกลับคืนไปจึงไม่มีผลกระทบต่อการแจ้งความร้องทุกข์แต่อย่างใด ข้อความในรายงานดังกล่าวจึงเป็นคำร้องทุกข์ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2(7)
โจทก์แจ้งความร้องทุกข์ในเวลาไม่เกิน 3 เดือน นับแต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็ค และนำคดีมาฟ้องภายในกำหนด 5 ปีคดีไม่ขาดอายุความตาม ป.อ. มาตรา 96
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจาการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูลให้ประทับฟ้อง
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ จำคุก๖ เดือน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อความในเอกสารหมาย จ.๓ ซึ่งเป็นรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีมีใจความสำคัญว่า โจทก์มาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีแก่จำเลยในข้อหาออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คจนกว่าคดีถึงที่สุด ในชั้นนี้โจทก์ขอรับเช็คกลับคืนไปเพื่อดำเนินการตามกฎหมายอีก ส่วนหนึ่งต่อไปเห็นว่า ข้อความในรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีเอกสารหมาย จ.๓ ในตอนต้นระบุว่ามาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีแก่จำเลยจนกว่าคดีจะถึงที่สุด แสดงว่า โจทก์ได้แจ้งความกล่าวหาโดยมีเจตนาจะให้จำเลยได้รับโทษ ซึ่งร้อยตำรวจเอกเฉลิม เย็นสำราญ พยานจำเลยซึ่งเป็นผู้รับแจ้งความร้องทุกข์จากโจทก์ก็เบิกความว่า โจทก์มาร้องทุกข์โดยประสงค์ให้ดำเนินคดีกับจำเลยจนถึงที่สุด แม้ข้อเท็จจริจะได้ความจากคำเบิกความของร้อยตำรวจเอกเฉลิมประกอบกับข้อความในเอกสารหมาย จ.๓ ตอนท้ายว่า ในวันแจ้งความโจทก์ได้รับเช็คกลับคืนไปเพื่อฟ้องคดีอาญากับจำเลยเองก็ตาม แต่ข้อความในเอกสารหมาย จ.๓ตอนสุดท้ายนั่นเอง ระบุว่า ขอรับเช็คกลับคืนไปเพื่อดำเนินการตามกฎหมายอีกส่วนหนึ่งต่อไป ซึ่งหมายความว่า นอกจากโจทก์จะมอบคดีให้พนักงานสอบสวนดำเนินการกับจำเลยแล้ว โจทก์ยังประสงค์จะดำเนินคดีอาญากับจำเลยโดยเป็นโจทก์ฟ้องคดีเองอีกส่วนหนึ่งด้วยมิใช่เป็นข้อความที่แสดงว่ายังไม่มอบคดีให้พนักงานสอบสวนดำเนินการการที่โจทก์ขอรับเช็คกลับคืนไปจึงไม่มีผลกระทบต่อการแจ้งความร้องทุกข์แต่อย่างใด ดังนั้น ข้อความในเอกสารหมาย จ.๓ จึงเป็นคำร้องทุกข์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒(๗) แล้ว เมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๒๕ โจทก์มาแจ้งความร้องทุกข์วันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๒๘ ซึ่งเป็นเวลาไม่เกิน ๓ เดือน นับแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินและโจทก์นำคดีมาฟ้องเมื่อวันที่ ๑๓พฤษภาคม ๒๕๒๙ ภายในกำหนด ๕ ปี คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๖
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย ๓ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3924/2532
นางสาวสุวิมล เกียรติสุรนันท์ โจทก์
นายบู้ แซ่ปัง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสาวสุวิมล เกียรติสุรนันท์ · จำเลย - นายบู้ แซ่ปัง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เธียร ยูงทอง · ชูเชิด รักตะบุตร์ · สัมฤทธิ์ ไชยศิริ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญาธนบุรี - นายประสาร ปทุมมาล · ศาลอุทธรณ์ - นายประคอง มากมิ่ง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา