คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4191/2532
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาที่ขอเฉลี่ยทรัพย์ไม่จำเป็นต้องระบุชนิดหรือประเภทของทรัพย์ที่ยึดไว้ในคำร้อง เพียงแต่ต้องแสดงให้เห็นว่าได้นำยึดทรัพย์ของลูกหนี้แล้วและไม่สามารถบังคับชำระหนี้จากทรัพย์สินอื่นได้
ย่อคำพิพากษา
ป.วิ.พ. มาตรา 290 มิได้บังคับให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาคดีอื่นที่ยื่นคำร้องขอเข้าเฉลี่ยทรัพย์จะต้องระบุชนิดหรือประเภทของทรัพย์ที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดหรืออายัดไว้ในคำร้อง เพียงแต่ให้ผู้ร้องแสดงให้เห็นว่าเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้นำยึดทรัพย์ของลูกหนี้ตามคำพิพากษาและผู้ร้องไม่สามารถเอาชำระหนี้ได้จากทรัพย์สินอื่น ๆ ของลูกหนี้ตามคำพิพากษาเท่านั้น ดังนั้น แม้ผู้ร้องจะระบุรายการทรัพย์ที่โจทก์นำยึดผิดพลาดไป ผู้ร้องก็มีสิทธิขอเฉลี่ยทรัพย์ในคดีนี้ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องให้จำเลยทั้งหกชำระหนี้ตามตั๋วเงินในฐานะทายาทของนายสุรชัย ปรีชาอนันตกุล ผู้ตาย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งหกร่วมกันชำระหนี้ให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์ขอให้บังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ของผู้ตายเพื่อขายทอดตลาด
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นลูกหนี้ของผู้ร้องตามคำพิพากษาตามยอม และไม่มีทรัพย์สินอื่นใดนอกจากที่โจทก์ยึดไว้ขอเฉลี่ยทรัพย์จากทรัพย์สินของจำเลยที่ ๑ ที่ถูกยึด
โจทก์คัดค้านว่าหนี้ตามคำพิพากษาของผู้ร้องเกิดขึ้นโดยสมยอม ไม่มีมูลหนี้จริง และทรัพย์ที่ผู้ร้องขอเฉลี่ยนั้นโจทก์มิได้นำยึดไว้และผู้ร้องมีสิทธิขอเฉลี่ยได้เฉพาะส่วนของจำเลยที่ ๑ เท่านั้น
ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยทรัพย์ได้ตามคำร้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบฟังไม่ได้ว่าหนี้ตามคำพิพากษานั้นเกิดจากการสมยอม แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ที่โจทก์ฎีกาว่าผู้ร้องขอเฉลี่ยทรัพย์โดยระบุว่า โจทก์นำยึด ๓ รายการ แต่ทรัพย์ ๓ รายการที่ผู้ร้องระบุมานั้นไม่ปรากฏตามบัญชีทรัพย์ที่โจทก์นำยึดในคดีนี้ ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิขอเฉลี่ยทรัพย์ในคดีนี้ได้นั้น พิเคราะห์แล้ว ตามคำร้องของผู้ร้องจะเห็นได้ว่า ผู้ร้องมีความประสงค์ขอเฉลี่ยทรัพย์ของจำเลยที่โจทก์นำยึดไว้ แม้ผู้ร้องจะระบุรายการทรัพย์ที่โจทก์นำยึดผิดพลาดไปก็หาทำให้ผู้ร้องไม่มีสิทธิเฉลี่ยทรัพย์ในคดีนี้ไม่เพราะทรัพย์ที่โจทก์นำยึดไว้ในคดีนี้ก็คือทรัพย์ของจำเลยนั่นเองทั้งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๐ มิได้บังคับให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอื่นที่ยื่นคำร้องขอเข้าเฉลี่ยทรัพย์จะต้องระบุชนิดหรือประเภทของทรัพย์ที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดหรืออายัดไว้ลงในคำร้องแต่อย่างใด เพียงแต่ให้ผู้ร้องแสดงให้เห็นว่าเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้นำยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา และผู้ร้องไม่สามารถเอาชำระหนี้ได้จากทรัพย์อื่น ๆ ของลูกหนี้ตามคำพิพากษาเท่านั้น ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4191/2532
นายอุทิศ เตชะบุญอัคโข โจทก์
นางสาวทิพย์มณี เจนเจิดยศ ผู้ร้อง
นางวิไล ปรีชาอนันตกุล กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายอุทิศ เตชะบุญอัคโข · ผู้ร้อง - นางสาวทิพย์มณี เจนเจิดยศ · จำเลย - นางวิไล ปรีชาอนันตกุล กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุวรรณ ตระการพันธุ์ · สุทิน นนทแก้ว · อากาศ บำรุงชีพ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่งธนบุรี - นายโสภณ รอดหิรัญ · ศาลอุทธรณ์ - นายมนู วงศ์แสงจันทร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา