⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 673/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 673/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลชั้นต้นอ่านคำสั่งขยายระยะเวลาให้โจทก์ฟังแล้ว แต่เลยกำหนดเวลาที่ศาลอุทธรณ์ให้ขยายไปแล้ว คำสั่งขยายระยะเวลานั้นย่อมไม่มีผลบังคับ

ย่อคำพิพากษา

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอนุญาตตามคำร้องขงโจทก์ ให้ขยายระยะเวลาการวางเงินค่าธรรมเนียมอุทธรณ์ไปอีก ๑๕ วัน โดยระบุวันเดือนปีที่ครบกำหนดไว้ด้วย ปรากฏว่าในวันที่ศาลชั้นต้นอ่านคำสั่งให้โจทก์ฟังนั้น ได้ล่วงเลยวันที่ครบกำหนดตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ไปแล้ว ดังนี้ คำสั่งศาลอุทธรณ์จึงไม่ชอบ เพราะมีผลเท่ากับไม่ได้ขยายระยะเวลาให้โจทก์ เมื่อโจทก์ทราบคำสั่งก็หมดโอกาสที่จะชำระค่าธรรมเนียมเสียแล้ว ขัดกับเจตนารมณ์ของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓ กรณีเช่นนี้ศาลฎีกาย่อมพิพากษาแก้เป็นว่าให้โจทก์นำเงินค่าธรรมเนียมชำระต่อศาลชั้นต้นภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันฟังคำพิพากษาศาลฎีกา.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.23 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.242 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์ยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้อง หากโจทก์ยังติดใจอุทธรณ์ก็ให้นำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายใน ๑๕ วันนับแต่วันทราบคำสั่ง ศาลชั้นต้นอ่านคำสั่งให้โจทก์ฟังเมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๓๑ ต่อมาวันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๓๑ โจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอขยายระยะเวลาการนำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระออกไปอีก๑๕ วัน ศาลชั้นต้นส่งคำร้องดังกล่าวให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาสั่งศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า อนุญาตให้ขยายกำหนดเวลาให้โจทก์นำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๓๑ตามที่โจทก์ขอ ศาลชั้นต้นอ่านคำสั่งให้โจทก์ฟังวันที่ ๒๖ กันยายน๒๕๓๑ และมีคำสั่งว่า เกินกำหนดเวลาที่ศาลอุทธรณ์สั่ง ถือว่าคำขอของโจทก์ถูกยกโดยคำสั่งศาลอุทธรณ์ โจทก์ฎีกาว่า คำสั่งของศาลอุทธรณ์ไม่ชอบ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่อนุญาตให้โจทก์ขยายระยะเวลาการวางเงินค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๓๑ นั้นได้ล่วงเลยระยะเวลาการวางเงินค่าธรรมเนียมไปแล้ว คำสั่งดังกล่าวจึงมีผลเท่ากับไม่ได้ขยายระยะเวลาให้โจทก์ เพราะเมื่อโจทก์ทราบคำสั่งก็หมดโอกาสที่จะชำระค่าธรรมเนียม เจตนารมณ์ของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๓ มุ่งหน้าที่จะผ่อนคลายข้อกำหนดเกี่ยวกับระยะเวลาเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษ จึงเป็นอำนาจศาลที่จะใช้ดุลพินิจว่ามีเหตุสมควรประการใด การที่ศาลอุทธรณ์กำหนดวันให้โจทก์นำค่าธรรมเนียมมาชำระที่ล่วงเลยกำหนดเวลามาแล้วเช่นนี้ จึงไม่ชอบด้วยบทบัญญัติดังกล่าว พิพากษาแก้เป็นว่า ให้โจทก์นำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันฟังคำพิพากษานี้ ถ้าโจทก์ไม่ชำระในกำหนดก็ให้ยกคำร้อง นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำสั่งศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 673/2532 นาย นิพ นธ์ นิละนนท์.

รายละเอียดคดี

คู่ความนธ์ นิละนนท์. - นาย นิพ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ · อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 273/2501ฎีกา 609/2526ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 5983/2539ฎีกา 7032/2539ฎีกา 1022/2551ฎีกา 7154/2551ฎีกา 3542/2545ฎีกา 3350/2538ฎีกา 230/2510ฎีกา 1268/2515ฎีกา 5272/2544ฎีกา 361/2539ฎีกา 8735/2542ฎีกา 793/2507ฎีกา 780/2535ฎีกา 4041/2542ฎีกา 557/2493ฎีกา 2891/2537ฎีกา 4473/2541ฎีกา 8108/2542ฎีกา 1498/2548ฎีกา 3830/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา