⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 870/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 870/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากทนายความป่วยและมีใบรับรองแพทย์มาแสดง โดยคู่ความอีกฝ่ายไม่คัดค้าน ถือว่ามีเหตุสมควรให้เลื่อนคดีได้ และการที่จำเลยไม่มาศาลในนัดดังกล่าวเนื่องจากเหตุผลดังกล่าว ยังไม่ถือว่าเป็นการประวิงคดี

ย่อคำพิพากษา

ทนายจำเลยป่วยขอเลื่อนคดีและมีใบรับรองแพทย์มาแสดง เมื่อโจทก์ไม่ค้านหรือโต้เถียงว่าทนายจำเลยไม่ป่วยจริง จึงต้องฟังว่าทนายจำเลยป่วย และความเจ็บป่วยเป็นความจำเป็นอันไม่อาจก้าวล่วงได้ เหตุของเลื่อนคดีของทนายจำเลยจึงมีเหตุสมควรที่จะให้เลื่อนได้ จำเลยมาศาลทุกนัดเพิ่งไม่มาศาลตามคำสั่งนัดแรกเพราะอาจเห็นว่าทนายจำเลยป่วยและทนายจำเลยได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนแล้ว และหากจำเลยมาศาลโจทก์จำเลยไม่อาจตกลงกันได้ศาลก็ไม่อาจสืบพยานไปได้ ดังนี้ ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยประวิงคดีคำสั่งให้งดสืบพยานจำเลยจึงไม่ชอบ.(ที่มา-ส่งเสริม)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.19 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.40 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.41 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.86

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะผู้ค้ำประกันเงินกู้ของนายประสิทธิ์ศิริขันธ์ เป็นจำนวนเงิน 50,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันผิดนัดจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จ จำเลยให้การว่า นายประสิทธิ์ ศิริขันธ์ ไม่ได้กู้ยืมเงินและไม่ได้รับเงินจากโจทก์ จำเลยไม่ได้เป็นผู้ค้ำประกัน หนี้รายนี้เกิดจากการพนัน โจทก์ไม่อาจฟ้องบังคับให้นายประสิทธิ์ชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยไม่ต้องรับผิด ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นชี้สองสถานกำหนดให้จำเลยนำสืบก่อน ในระหว่างนัดสืบพยานจำเลย จำเลยขอเลื่อนคดีอ้างว่าทนายจำเลยป่วยศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยจงใจประวิงคดี ไม่อนุญาตให้เลื่อนและให้ถือว่าจำเลยไม่มีพยานมาสืบ ให้งดสืบพยานจำเลย และสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียว แล้ววินิจฉัยว่า นายประสิทธิ์ ศิริขันธ์กู้ยืมเงินโจทก์จำนวน 50,000 บาท จำเลยเป็นผู้ค้ำประกันนายประสิทธิ์ ศิริขันธ์ และจำเลยผิดนัดไม่ชำระหนี้แก่โจทก์ พิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์จำนวน 50,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2525จนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานใหม่ แล้วพิพากษาตามรูปคดี โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ในปัญหาที่ว่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีและถือว่าจำเลยไม่มีพยานมาสืบ ให้งดสืบพยานจำเลยชอบหรือไม่ เห็นว่า ทนายจำเลยยื่นคำร้องขอเลื่อนอ้างว่าป่วยและมีใบรับรองแพทย์ โจทก์ไม่ค้านหรือโต้เถียงว่าทนายจำเลยไม่ได้ป่วยจริง กรณีจึงต้องฟังว่าทนายจำเลยป่วย และความเจ็บป่วยเป็นเรื่องที่ไม่อาจก้าวล่วงได้ เหตุขอเลื่อนคดีของทนายจำเลยจึงมีเหตุสมควรที่จะให้เลื่อนได้ สำหรับกรณีที่จำเลยไม่มาศาลตามคำสั่ง จำเลยอาจมีเหตุจำเป็นหรืออาจเห็นว่าทนายจำเลยป่วยและทนายจำเลยได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนแล้วไม่จำต้องมาศาลก็เป็นได้เมื่อพิจารณาประกอบพฤติการณ์ของจำเลยที่มาศาลทุกนัด เพิ่งไม่มาศาลในนัดนี้ และถ้าหากจำเลยมาศาล โจทก์จำเลยไม่อาจตกลงกันได้ศาลก็ไม่อาจสืบพยานไปได้ด้วย ศาลฎีกาเห็นว่าพฤติการณ์ของจำเลยดังกล่าวยังถือไม่ได้ว่าจำเลยประวิงคดี คำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีและถือว่าจำเลยไม่มีพยานมาสืบ ให้งดสืบพยานจำเลยจึงไม่ชอบที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 870/2532 นาง สุวรรณา ครุ สุวรรณ โจทก์ นางสาว ชนิดา รัตนาวิวัฒน์พงศ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง สุวรรณา ครุ สุวรรณ · จำเลย - นางสาว ชนิดา รัตนาวิวัฒน์พงศ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญส่ง วรรณกลาง · ประชา บุญวนิช · เธียร ยูงทอง
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 247/2530ฎีกา 1193/2535ฎีกา 3813/2535ฎีกา 2505/2524ฎีกา 2270/2524ฎีกา 4964/2539ฎีกา 4359/2540ฎีกา 221-222/2525ฎีกา 3007/2525ฎีกา 1195/2535ฎีกา 654/2541ฎีกา 108/2538ฎีกา 1267/2500ฎีกา 1384/2518ฎีกา 536/2536ฎีกา 2211/2534ฎีกา 7040/2543ฎีกา 196/2523ฎีกา 1603/2551ฎีกา 4036-4037/2530ฎีกา 1500/2542ฎีกา 1162/2515ฎีกา 1350/2495ฎีกา 1644/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ