⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1297/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1297/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่มีการจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ย่อมตกเป็นโมฆะ แต่หากผู้ขายได้ส่งมอบการครอบครองแก่ผู้ซื้อแล้ว ผู้ซื้อย่อมได้สิทธิครอบครองตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์และสามีโจทก์ซื้อ ที่ พิพาทซึ่ง มี น.ส. 3 จาก ก. โดยมิได้ ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อ พนักงานเจ้าหน้าที่จึงตกเป็นโมฆะแต่ ที่ พิพาทเป็นที่ดินยังไม่มีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ ก.ผู้ขายมีแต่ สิทธิครอบครอง เมื่อได้ ส่งมอบที่พิพาทให้โจทก์และสามีโจทก์แล้ว ก. ก็สละเจตนาครอบครองไม่ยึดถือที่ดินพิพาทอีกต่อไป โจทก์และสามีโจทก์ย่อมได้ สิทธิครอบครอง ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1371378 มิใช่ได้ ตาม สัญญาซื้อขายดังนี้ โจทก์จึงไม่มีสิทธิบังคับให้ จำเลยซึ่ง เป็นทายาทของ ก. ไปจดทะเบียนการโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ตาม สัญญาซื้อขายระหว่างโจทก์กับ ก. .

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1367 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1377 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1378

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า นายแก้ว พวงจำ ได้ขายที่ดิน น.ส.3 เลขที่ 508ซึ่งเป็นที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์และนายนวลสามีโจทก์ในราคา 5,000 บาทในวันทำสัญญา นายแก้วได้ส่งมอบที่ดินพิพาทและ น.ส.3 ให้โจทก์ยึดถือครอบครองแล้ว ต่อมานายแก้วและนายนวลสามีโจทก์ได้ถึงแก่กรรมโจทก์ได้ไปติดต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ดิน อำเภอเมืองพะเยาขอโอนที่ดินพิพาทจากจำเลยทั้งสามซึ่งเป็นทายาทและผู้รับมรดกของนายแก้วแต่จำเลยทั้งสามปฏิเสธ โจทก์จึงมีหนังสือแจ้งให้จำเลยทั้งสามโอนที่ดินพิพาทให้โจทก์ จำเลยทั้งสามทราบแล้วก็เพิกเฉย จึงขอให้บังคับจำเลยทั้งสามจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ หากจำเลยทั้งสามไม่ปฏิบัติก็ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสาม จำเลยทั้งสามให้การว่า นายแก้ว พวงจำ ไม่ได้ขายที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์และนายนวล ชอบจิต ความจริงนายแก้วกู้เงินนายนวลจำนวน 2,000 บาท แล้วมอบที่ดินพิพาทให้ทำกินต่างดอกเบี้ย จำเลยทั้งสามขอชำระหนี้และขอคืนที่ดินพิพาทแล้วแต่โจทก์ไม่ยอม การซื้อขายที่ดินไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นโมฆะ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ได้สิทธิครอบครองที่ดินพิพาทมาตามสัญญาซื้อขาย พิพากษาให้จำเลยทั้งสามไปโอนกรรมสิทธิ์ (น่าจะเป็นสิทธิครอบครอง) ที่ดินพิพาท ณ ที่ทำการอำเภอพะเยา ให้โจทก์ภายใน 15 วัน หากไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ระหว่างอุทธรณ์ จำเลยที่ 1 ถึงแก่กรรม ศาลอุทธรณ์จึงให้จำหน่ายคดีจำเลยที่ 1 ออกจากสารบบความ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 โอนที่ดินพิพาทให้โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 และที่ 3 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ตามพยานโจทก์ว่าที่โจทก์และนายนวลสามีโจทก์เข้าครอบครองที่ดินพิพาทและยึดถือน.ส.3 นับแต่ปี พ.ศ. 2502 มาจนถึงปัจจุบันนี้เป็นเวลากว่า 20 ปีเพราะนายแก้วขายให้แก่โจทก์และนายนวลแม้การซื้อขายที่ดินพิพาทจะมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่จะเป็นโมฆะ แต่เนื่องจากที่ดินพิพาทเป็นที่ดินที่ยังไม่มีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ นายแก้วจึงมีแต่สิทธิครอบครอง การซื้อขายเมื่อได้ส่งมอบที่ดินพิพาทให้โจทก์และนายนวลไปแล้ว ก็ฟังได้ว่านายแก้วได้สละเจตนาครอบครองไม่ยึดถือที่ดินพิพาทอีกต่อไป โจทก์และนายนวลย่อมได้ไปซึ่งสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1377, 1378 แล้ว ปัญหาคงเหลืออยู่ว่า โจทก์จะฟ้องบังคับให้จำเลยที่ 2 และที่ 3ไปจดทะเบียนโอนสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ได้หรือไม่เห็นว่า เมื่อคดีฟังได้ว่าโจทก์และนายนวลได้สิทธิครอบครองที่ดินพิพาทมาด้วยการครอบครองตามกฎหมาย มิใช่เป็นการได้มาตามสัญญาซื้อขาย โจทก์จึงหามีสิทธิที่จะฟ้องบังคับให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ซึ่งเป็นทายาทของนายแก้วไปจดทะเบียนการโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ตามสัญญาซื้อขายได้ไม่ ที่ศาลล่างทั้งสองฟังว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผลของคำพิพากษาแต่ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ไปโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ ณ ที่ว่าการอำเภอพะเยา หากไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนานั้นเป็นการไม่ถูกต้องศาลฎีกาสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้อง" พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่บังคับให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ไปจดทะเบียนโอนที่ดินให้แก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1297/2533 นาง เขียว ชอบ จิต โจทก์ นาง แดง พ วง จำ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง เขียว ชอบ จิต · จำเลย - นาง แดง พ วง จำ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โสภณ จันเทรมะ · นาม ยิ้มแย้ม · ไพฑูรย์ เนติโพธิ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1369/2479ฎีกา 1216/2538ฎีกา 958/2493ฎีกา 3345/2525ฎีกา 1730/2520ฎีกา 8551/2550ฎีกา 17393/2555ฎีกา 451/2491ฎีกา 360/2502ฎีกา 356/2530ฎีกา 3375/2532ฎีกา 142/2492ฎีกา 1090/2530ฎีกา 170/2497ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 770/2535ฎีกา 5317/2538ฎีกา 10866/2546ฎีกา 759/2494ฎีกา 2757/2538ฎีกา 231/2482ฎีกา 464/2497ฎีกา 5281/2540ฎีกา 3345/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ