⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 145/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 145/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์สิ้นกำหนดเวลา หากผู้เช่ายังคงครอบครองทรัพย์สินต่อไปโดยผู้ให้เช่าไม่ทักท้วง ถือว่าคู่สัญญาได้ทำสัญญาเช่าใหม่โดยไม่มีกำหนดเวลา โดยข้อสัญญาอื่นนอกจากกำหนดเวลาคงเป็นไปตามสัญญาเดิม การฟ้องเรียกค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่สูงกว่าอัตราที่ตกลงกันไว้ในสัญญาเดิม ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้เช่าเป็นสำคัญ หากไม่มีหลักฐานดังกล่าว จะนำพยานบุคคลมาสืบข้อตกลงขึ้นค่าเช่าไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

สัญญาเช่าตึกแถวพิพาทกำหนดอัตราค่าเช่าเดือนละ 1,000 บาทเมื่อครบกำหนดอายุสัญญาเช่า 1 ปีแล้ว จำเลยผู้เช่ายังคงอยู่ในตึกแถวพิพาทโดยโจทก์ผู้ให้เช่าไม่ทักท้วง จึงถือว่าโจทก์จำเลยได้ทำสัญญาเช่าใหม่ต่อไปโดยไม่มีกำหนดเวลา ซึ่งหมายความว่าข้อตกลงเกี่ยวกับกำหนดเวลาไม่มีผลบังคับต่อไป ส่วนข้อสัญญาอื่นคงเป็นไปตามสัญญาเช่าเดิม รวมทั้งอัตราค่าเช่าด้วย และเนื่องจากการเช่าอสังหาริมทรัพย์ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538 บังคับให้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดเป็นสำคัญจึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้ ดังนั้น เมื่อโจทก์จะขอบังคับให้จำเลยชำระค่าเช่าในอัตราที่สูงกว่าเดือนละ 1,000 บาท โจทก์ก็ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อจำเลยมาแสดงว่าได้มีการตกลงขึ้นค่าเช่าดังที่โจทก์อ้าง การที่โจทก์นำพยานบุคคลมาสืบว่าได้มีการตกลงขึ้นค่าเช่าในอัตราเดือนละ18,000 บาท ย่อมเป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 จำเลยคงต้องรับผิดค่าเช่าที่ค้างชำระตามอัตราค่าเช่าในสัญญาเช่าเดิมเดือนละ1,000 บาท เท่านั้น โจทก์ฟ้องให้จำเลยใช้ค่าเสียหายในการที่จำเลยครอบครองตึกแถวพิพาท ทำให้โจทก์ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ในอัตราเดือนละ18,000 บาท จำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้ในเรื่องดังกล่าวเท่ากับจำเลยยอมรับถึงผลประโยชน์ของตึกแถวพิพาทว่าเป็นจำนวนเงินตามที่โจทก์อ้าง จำเลยจึงต้องใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์โดยที่ศาลไม่จำต้องกำหนดประเด็นข้อพิพาทในเรื่องค่าเสียหายไว้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.222 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.369 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.391 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.538 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.570

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยและบริวารออกไปจากตึกแถวพิพาทและส่งมอบตึกแถวพิพาทคืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อย ให้จำเลยชำระค่าเช่าและค่าเสียหายแก่โจทก์ นับถึงวันฟ้องเป็นเงิน ๙๐,๐๐๐ บาทและค่าเสียหายต่อไปอีกเดือนละ ๑๘,๐๐๐ บาท จนกว่าจำเลยจะยอมออกไปและส่งมอบตึกแถวพิพาทคืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อย จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยเช่าตึกแถวพิพาทจากโจทก์โดยออกเงินช่วยค่าก่อสร้าง ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท และโจทก์จะให้จำเลยเช่ามีกำหนด ๑๐ ปี ค่าเช่าเดือนละ ๑,๐๐๐ บาท ทำสัญญาเช่ากันเองมีกำหนด ๑ ปี จำเลยมิได้ผิดสัญญา โจทก์จะขอเพิ่มค่าเช่าอีกจำเลยไม่ยอม ขอให้บังคับโจทก์ไปจดทะเบียนการเช่ามีกำหนด ๑๐ ปีหรือให้ใช้เงินค่าเช่าล่วงหน้า ๖๐๐,๐๐๐ บาท แก่จำเลย โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ไม่เคยตกลงให้จำเลยเช่าตึกแถวพิพาท ๑๐ ปี โดยรับเงินช่วยค่าก่อสร้าง ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทจากจำเลย โจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าโดยชอบแล้ว ขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยและบริวารขนย้ายออกไปจากตึกแถวพิพาทเลขที่ ๓/๑๐๗๕-๑๐๗๖ ถนนพหลโยธินแขวงคลองถนน เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร และส่งมอบตึกแถวพิพาทคืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อย ให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้างและค่าเสียหายแก่โจทก์ในอัตราเดือนละ ๑๘,๐๐๐ บาท นับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม๒๕๒๙ ไปจนกว่าจำเลยจะยอมออกไปจากตึกแถวพิพาท และส่งมอบตึกแถวพิพาทคืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อย ยกฟ้องแย้งของจำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า สัญญาเช่าระหว่างโจทก์จำเลยมิได้เป็นสัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดา และโจทก์บอกเลิกสัญญาโดยชอบแล้ว วินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า คงเหลือฎีกาข้อสุดท้ายของจำเลยเกี่ยวกับเรื่องค่าเช่าที่ค้างชำระและค่าเสียหายซึ่งจำเลยฎีกาในประการแรกว่าศาลอุทธรณ์รับฟังว่า จำเลยตกลงให้ค่าเช่าตึกแถวพิพาทที่ค้างชำระแก่โจทก์เดือนละ ๑๘,๐๐๐ บาท เป็นการไม่ชอบนั้นเห็นว่าสัญญาเช่าตึกแถวพิพาทตามเอกสารหมาย จ.๑ กำหนดอัตราค่าเช่าไว้เดือนละ ๑,๐๐๐ บาท เมื่อครบกำหนดอายุสัญญาเช่า ๑ ปีแล้วจำเลยยังคงอยู่ในตึกแถวพิพาทต่อมา ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๕๗๐ ให้ถือว่าโจทก์จำเลยเป็นอันได้ทำสัญญาใหม่ต่อไป ส่วนข้อสัญญาอื่นคงเป็นไปตามสัญญาเช่าเดิม รวมทั้งอัตราค่าเช่าด้วยและโดยเหตุที่การเช่าอสังหาริมทรัพย์นี้ มาตรา ๕๓๘ แห่งประมวลกฎหมายดังกล่าวบังคับให้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดเป็นสำคัญ มิฉะนั้นจะฟ้องร้องให้บังคับคดีไม่ได้ ดังนั้น เมื่อโจทก์จะขอบังคับให้จำเลยชำระค่าเช่าประจำเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ ๒๕๒๙ ในอัตราเดือนละ๑๘,๐๐๐ บาท ซึ่งเป็นอัตราค่าเช่าที่สูงกว่าที่กำหนดไว้ในสัญญาเช่าตามเอกสารหมาย จ.๑ โจทก์ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อจำเลยมาแสดงว่า ได้มีการตกลงขึ้นค่าเช่าดังที่โจทก์อ้าง การที่โจทก์นำพยานบุคคลมาสืบว่าได้มีการตกลงขึ้นค่าเช่าในอัตราเดือนละ ๑๘,๐๐๐ บาท จึงเป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๔ จำเลยคงต้องรับผิดค่าเช่าที่ค้างชำระตามอัตราค่าเช่าในสัญญาเช่าเดิมคือเดือนละ๑,๐๐๐ บาท ที่จำเลยฎีกาต่อไปว่า ศาลชั้นต้นมิได้กำหนดประเด็นเรื่องค่าเสียหายไว้ ต้องถือว่าคู่ความได้สละประเด็นในเรื่องดังกล่าวที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดให้จำเลยต้องชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ จึงไม่ถูกต้อง ทั้งค่าเสียหายที่กำหนดให้ชำระก็สูงเกินส่วนนั้นเห็นว่า โจทก์ฟ้องให้จำเลยใช้ค่าเสียหายในการที่จำเลยครอบครองตึกแถวพิพาท ทำให้โจทก์ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ในอัตราเดือนละ๑๘,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ จำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้ในเรื่องดังกล่าวเท่ากับจำเลยยอมรับถึงผลประโยชน์ของตึกแถวพิพาทว่าเป็นจำนวนเงินตามที่โจทก์อ้าง จึงต้องใช้ค่าเสียหายนั้นแก่โจทก์ โดยที่ศาลชั้นต้นไม่จำต้องกำหนดประเด็นในเรื่องค่าเสียหายไว้ และที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยให้จำเลยรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ในอัตราเดือนละ๑๘,๐๐๐ บาท นั้น เห็นว่าเหมาะสมแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังขึ้นบางส่วน พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระค่าเช่าประจำเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ ๒๕๒๙ ในอัตราเดือนละ ๑,๐๐๐ บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 145/2533 นางชมพู หวังเจริญรุ่ง โจทก์ นายบุญมี นุตยะรัตน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางชมพู หวังเจริญรุ่ง · จำเลย - นายบุญมี นุตยะรัตน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สัมฤทธิ์ ไชยศิริ · สวิน อักขรายุธ · เธียร ยูงทอง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายรพี มัชญิมศรัทธา · ศาลอุทธรณ์ - นายประศาสน์ ธำรงกาญจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 2409/2551ฎีกา 1561/2520ฎีกา 7903/2568ฎีกา 8875/2542ฎีกา 4873/2528ฎีกา 794/2509ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 1896/2492ฎีกา 7051/2540ฎีกา 72/2505ฎีกา 2709/2538ฎีกา 2170/2517ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4484/2536ฎีกา 1302/2535ฎีกา 2635/2527ฎีกา 3827/2542ฎีกา 759/2519ฎีกา 273/2498
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา