⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2304/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2304/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลภายนอกยอมผูกพันตนเข้าชำระหนี้แทนลูกหนี้ และเจ้าหนี้ตอบรับ ถือเป็นสัญญาที่สมบูรณ์ใช้บังคับได้ และมีอายุความ 10 ปี หากไม่มีกฎหมายกำหนดอายุความไว้โดยเฉพาะ

ย่อคำพิพากษา

บริษัท พ. มีหนี้ที่ต้องชำระต่อโจทก์ จำเลยซึ่งเป็นบุคคลภายนอกอาจขอเข้าชำระหนี้แทนบริษัท พ. ได้ การที่จำเลยมีหนังสือยอมผูกพันตนเข้าชำระหนี้แทนบริษัท พ. และโจทก์มีหนังสือตอบสนองรับไปแล้ว เป็นสัญญาประเภทหนึ่งซึ่งคู่สัญญากระทำด้วยความสมัครใจ เมื่อไม่ขัดต่อกฎหมายย่อมสมบูรณ์ใช้บังคับได้ และเมื่อไม่มีกฎหมายบัญญัติอายุความไว้โดยเฉพาะก็ต้องใช้อายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 164 หาใช่มีอายุความ 2 ปี ตามมูลหนี้เดิมไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.112 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.164 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.165

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า เมื่อประมาณเดือนธันวาคม ๒๕๒๔ บริษัท พี.บี.เอ็ม. จำกัด ซึ่งดำเนินกิจการโรงแรมพังงาเบย์ รีสอร์ท ได้ตกลงทำสัญญาว่าจ้างโจทก์ซ่อมเครื่องยนต์ประเภทเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่ใช้กับกิจการโรงแรมและโจทก์ได้ทำการซ่อมแซมเครื่องยนต์ดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว คิดเป็นเงินค่าแรงรวมทั้งค่าอะไหล่ ๑๘๐,๒๑๑.๘๖ บาท ต่อมาจำเลยที่ ๑ โดยจำเลยที่ ๒ ในฐานะกรรมการของจำเลยที่ ๑ และในฐานะส่วนตัวได้ทำสัญญากับโจทก์ว่าจะเข้าเป็นผู้ดำเนินกิจการโรงแรมและขอเป็นผู้ชำระหนี้จำนวนดังกล่าวแทนบริษัท พี.ที.เอ็ม.จำกัด โดยจำเลยที่ ๒ ได้มีหนังสือถึงโจทก์ขอผ่อนชำระเป็นงวด งวดละ ๑๐,๐๐๐ บาท แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉยทำให้โจทก์เสียหาย ขอคิดดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่เดือนมีนาคม ๒๕๒๗ ถึงวันฟ้องเป็นเงิน ๑๑,๖๖๔ บาทขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน ๑๙๑,๘๗๕.๘๖ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน ๑๘๐,๒๑๑.๘๖ บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า ไม่ได้ตกลงทำสัญญาขอชำระหนี้แก่โจทก์ตามฟ้อง หนังสือรับชำระหนี้ดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่มีผลบังคับได้ตามกฎหมาย จำเลยทั้งสองเพียงรับเป็นคนกลางติดต่อเพื่อนำเงินจากบริษัท พี.บี.เอ็ม.จำกัด ไปชำระหนี้ให้แก่โจทก์เท่านั้น โจทก์ชอบที่จะไปเรียกร้องเอาจากบริษัทดังกล่าวโดยตรงเมื่อไม่ได้รับชำระหนี้ คดีของโจทก์ขาดอายุความ เพราะตั้งแต่เดือนมกราคม ๒๕๒๕ ถึงวันฟ้องเป็นเวลาเกินกว่า ๒ ปีแล้วขอให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า คดีของโจทก์ขาดอายุความพิพากษายกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยโดยกำหนดค่าทนายความ ๓,๐๐๐ บาท โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้วว่าบริษัท พี.บี.เอ็ม.จำกัด ได้ทำสัญญาว่าจ้างโจทก์ทำการซ่อมเครื่องกำเนิดไฟฟ้าของโรงแรมพังงาเบย์ รีสอร์ท ต่อมาโจทก์ได้นำใบแจ้งหนี้ไปเรียกเก็บเงินจำนวน ๑๘๐,๒๑๑.๘๖ บาท ซึ่งใบแจ้งหนี้ของโจทก์ลงวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๒๕ โดยแจ้งกำหนดให้ชำระเงินในวันที่ ๒๕กุมภาพันธ์ ๒๕๒๕ จำเลยทั้งสองยอมผูกพันตนเข้าชำระหนี้จำนวนดังกล่าวแทนบริษัท พี.บี.เอ็ม.จำกัด โดยมีหนังสือลงวันที่ ๑มีนาคม ๒๕๒๗ และวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๒๗ ถึงโจทก์ขอผ่อนชำระหนี้ต่อดจทก์ และโจทก์ได้มีหนังสือตอบสนองรับไปแล้ว โจทก์มาฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๒๘ ปัญหาที่ขึ้นมาสู่ศาลฎีกามีเพียงข้อเดียวว่า คดีของโจทก์ขาดอายุความฟ้องร้องแล้วหรือไม่ศาลฎีกาเห็นว่าบริษัท พี.บี.เอ็ม.จำกัด มีหนี้ที่ต้องชำระต่อโจทก์และจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นบุคคลภายนอกอาจขอเข้ามาชำระหนี้แทนบริษัท พี.บี.เอ็ม.จำกัด ได้ การที่จำเลยทั้งสองมีหนังสือยอมผูกพันตนเข้าชำระหนี้แทนบริษัท พี.บี.เอ็ม.จำกัด และโจทก์ก็มีหนังสือตอบสนองรับไปแล้ว เป็นสัญญาประเภทหนึ่งซึ่งคู่สัญญากระทำด้วยความสมัครใจ เมื่อไม่ขัดต่อกฎหมายย่อมสมบูรณ์ใช้บังคับได้ และเมื่อไม่มีกฎหมายบัญญัติอายุความไว้โดยเฉพาะก็ต้องใช้อายุความ ๑๐ ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๔หาใช่มีอายุความ ๒ ปี ตามมูลหนี้เดิมไม่ โจทก์ฟ้องคดีโดยอาศัยสิทธิตามสัญญาดังกล่าวยังไม่เกิน ๑๐ ปี คดีของโจทก์ไม่ขาดอายุความจำเลยทั้งสองต้องชำระหนี้แก่โจทก์ตามสัญญาที่ทำไว้ตามฟ้อง พิพากษากลับว่า ให้จำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวน ๑๙๑,๘๗๕.๘๖ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน ๑๘๐,๒๑๑.๘๖ บาทนับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยทั้งสองชำระค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้รวม ๓,๐๐๐ บาท. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2304/2533 บริษัทอินเตอร์แนชั่นเนิล เฮฟวี่ย์ อีควิปเม้นต์ จำกัด โจทก์ บริษัท พี.บี.อาร์ จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทอินเตอร์แนชั่นเนิล เฮฟวี่ย์ อีควิปเม้นต์ จำกัด · จำเลย - บริษัท พี.บี.อาร์ จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสียง ตรีวิมล · ปชา วรธรรมพินิจ · วีระชัย สูตรสุวรรณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสมศักดิ์ วิธุรัติ · ศาลอุทธรณ์ - นายเริงธรรม ลัดพลี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1411/2513ฎีกา 472/2526ฎีกา 2467/2526ฎีกา 4082/2530ฎีกา 6320/2541ฎีกา 1457/2526ฎีกา 2384/2536ฎีกา 2026/2494ฎีกา 1055/2492ฎีกา 2093/2532ฎีกา 1568/2497ฎีกา 1882/2518ฎีกา 1982/2519ฎีกา 1531/2526ฎีกา 5675/2530ฎีกา 1630/2509ฎีกา 1808/2512ฎีกา 131/2536ฎีกา 3662/2525ฎีกา 6468/2537ฎีกา 2224/2528ฎีกา 2768/2519ฎีกา 156/2513ฎีกา 2494/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา