คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2390/2533
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยอ้างว่าได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาแล้ว แต่โจทก์ไม่ยอมรับคืน เป็นประเด็นที่ต้องว่ากล่าวกันในชั้นบังคับคดี ไม่ใช่ประเด็นที่จะนำมาอุทธรณ์หรือฎีกาคำพิพากษาได้.
ย่อคำพิพากษา
จำเลยฎีกาอ้างว่า หลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา จำเลยได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาโดยได้ขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากตึกแถวพิพาทแล้วส่งคืนโจทก์แต่โจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริตไม่ยอมรับคืน เพราะประสงค์จะได้ค่าเสียหายจากจำเลยอีกต่อไปนั้น เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายจนกว่าจะส่งมอบห้องพิพาทคืนโจทก์ ข้ออ้างของจำเลยจึงเป็นเรื่องที่จะต้องว่ากล่าวกันในชั้นบังคับคดี.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - แพทย์หญิงงามพิศ โพธิพฤกษ์ · จำเลย - นายจ๊อคกี แซ่แต้ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พนม พ่วงภิญโญ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · นำชัย สุนทรพินิจกิจ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา