คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2534/2533
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขายหรือมีไว้เพื่อขายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทตามพระราชบัญญัตินี้ ถือเป็นความผิดอย่างเดียวกัน และการกระทำดังกล่าวอาจเป็นกรรมเดียวได้หากเป็นการกระทำที่ต่อเนื่องกัน.
ย่อคำพิพากษา
พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 4 ได้วิเคราะห์ศัพท์คำว่า "ขาย" ว่าหมายรวมถึง จำหน่าย จ่าย แจก แลกเปลี่ยน ส่งมอบ หรือมีไว้เพื่อขาย เพราะฉะนั้นการขายหรือมีไว้เพื่อขายตามพระราชบัญญัตินี้ จึงเป็นความผิดอย่างเดียวกันจำเลยขายวัตถุออกฤทธิ์ชนิดเมทแอมเฟตามีนให้สายลับ 1 เม็ด และต่อมาในเวลาใกล้เคียงกันตรวจค้นได จากจำเลยอีก 15 เม็ด วัตถุออกฤทธิ์ดังกล่าวทั้ง 16 เม็ด จึงเป็นจำนวนเดียวกับที่จำเลยขายและมีไว้ในครอบครองเพื่อขายในเวลาเดียวกันต่อเนื่องกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวคือการขาย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 ม.4 พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 ม.13 พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 ม.89 คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์ (ยาม้า) อันเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๒ ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตจำนวน ๑๖ เมตร และจำเลยได้จำหน่ายให้ผู้มีชื่อ ๑ เม็ดโดยฝ่าฝืนกฎหมาย เจ้าพนักงานไปล่อซื้อและจับได้ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๔, ๖, ๑๓, ๖๒, ๘๙, ๑๐๖, ๑๑๖ ประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๒๐) เรื่อง ระบุชื่อและจัดแบ่งประเภทวัตถุออกฤทธิ์ตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ ลงวันที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๐ ประเภท ๒ ข้อ ๓ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ที่แก้ไขแล้ว ริบยาม้าของกลางธนบัตรของกลางคืนเจ้าของ
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดต่อพระราชบัญญัติ วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ ฐานขายและมีไว้ในครอบครองเมทแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์ตามมาตรา ๑๓ ประกอบมาตรา ๘๙ และตามมาตรา ๖๒ ประกอบมาตรา ๑๐๖ รวม ๒ กระทง ให้เรียงกระทงลงโทษฐานขาย จำคุก ๕ ปี ฐานมีไว้ในครอบครอง จำคุก ๖ เดือนรวมจำคุก ๕ ปี ๖ เดือน ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘คงเหลือจำคุก ๒ ปี ๙ เดือน ริบของกลาง ธนบัตรของกลางคืนเจ้าของ
จำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษ
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานขายวัตถุออกฤทธิ์ชนิดเมทแอมเฟตามีน ตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๓ วรรคหนึ่ง, ๘๙ เพียงกระทงเดียวจำคุก ๕ ปี จำเลยรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๒ ปี ๖ เดือนนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานจำหน่ายและมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนอันเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๒ ซึ่งพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๓ ได้บัญญัติห้ามผลิต ขายนำเข้าหรือส่งออกซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๑ หรือประเภท ๒ และมีบทกำหนดโทษตามมาตรา ๘๙ และมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้วิเคราะห์ศัพท์คำว่า "ขาย" ว่า หมายความรวมถึง จำหน่ายจ่าย แจก แลกเปลี่ยน ส่งมอบ หรือมีไว้เพื่อขาย ฉะนั้นการขายหรือมีไว้เพื่อขายตามนัยแห่งพระราชบัญญัติฉบับนี้จึงเป็นความผิดอย่างเดียวกัน จากข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์รับฟังมาได้ความว่าจำเลยขายวัตถุออกฤทธิ์ชนิดเมทแอมเฟตามีนให้สายลับ ๑ เม็ด และต่อมาในเวลาใกล้เคียงกันตรวจค้นได้จากจำเลยอีก ๑๕ เม็ดวัตถุออกฤทธิ์ดังกล่าวทั้ง ๑๖ เม็ดจึงเป็นจำนวนเดียวกับที่จำเลยขายและมีไว้ในครอบครองเพื่อขายในวันเวลาเดียวกันและต่อเนื่องกันการกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวคือการขายนั่นเอง ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2534/2533
พนักงานอัยการจังหวัดพิษณุโลก โจทก์
นางสาวสายหยุด เกตุเพชร จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพิษณุโลก · จำเลย - นางสาวสายหยุด เกตุเพชร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อัมพร เดชศิริ · เดชา สุวรรณโณ · ประจักษ์ พุทธิสมบัติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพิษณุโลก - นายดุสิต สิทธิฤทธิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายอุดม มั่งมีดี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา