⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4817-4818/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4817-4818/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลจะพิพากษาให้ไถ่ถอนจำนองได้ ก็ต่อเมื่อผู้รับจำนองถูกฟ้องเข้ามาในคดีด้วยเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

คำขอให้จำเลยทั้งสามจัดการไถ่ถอนจำนองเพื่อให้ที่ดินของโจทก์ทั้งสองปลอดจากการจำนอง ถ้าโจทก์มิได้ฟ้องผู้รับจำนองเข้ามาด้วยศาลไม่อาจพิพากษาให้ตามคำขอส่วนนี้ ซึ่งจะมีผลกระทบกระเทือนสิทธิของผู้รับจำนองได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.744 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1367 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1368

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกันโดยให้เรียกโจทก์สำนวนแรกว่าโจทก์ที่ ๑ โจทก์สำนวนหลังว่าโจทก์ที่ ๒ โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้พิพากษาว่าโจทก์ทั้งสองมีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท ให้จำเลยทั้งสามไถ่ถอนจำนองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓ก.) เลขที่ ๑๔๒๒, ๑๔๒๓ และ ๑๔๒๔ ตำบลวังสำโรงอำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร เฉพาะส่วนที่ออกทับที่ดินของโจทก์ทั้งสอง หากจำเลยทั้งสามไม่ปฏิบัติก็ให้ยึดทรัพย์อื่นของจำเลยทั้งสามขายทอดตลาดชำระหนี้จำนองให้แก่เจ้าหนี้ ขอให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าวส่วนที่ออกทับที่ดินของโจทก์ทั้งสองโดยให้จำเลยทั้งสามไปจดทะเบียนเพิกถอนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ หากจำเลยไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลยทั้งสาม จำเลยทั้งสามให้การว่า ที่ดินทั้งหมดตามที่โจทก์ฟ้องเป็นของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ จำเลยที่ ๒ ให้จำเลยที่ ๓ มีชื่อเป็นผู้มีสิทธิครอบครองร่วมด้วยคดีของโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์ทั้งสองมีสิทธิในที่ดินพิพาท ห้ามจำเลยทั้งสามและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง ให้จำเลยทั้งสามไถ่ถอนจำนองที่ดินส่วนที่เป็นของโจทก์ทั้งสองให้ปลอดจำนอง จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสอง โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ทั้งสอง แต่จำเลยทั้งสามออก น.ส. ๓ ก.ทับที่ดินพิพาทของโจทก์ทั้งสองแล้วนำไปจำนองประกันหนี้แก่บุคคลอื่น ที่โจทก์ทั้งสองมีคำขอให้จำเลยทั้งสามจัดการไถ่ถอนจำนองเพื่อให้ที่ดินของโจทก์ทั้งสองปลอกจากการจำนองนั้น เนื่องจากโจทก์มิได้ฟ้องผู้รับจำนองเข้ามาด้วยจึงไม่อาจพิพากษาให้ตามคำขอส่วนนี้ ซึ่งจะมีผลกระทบกระเทือนถึงสิทธิของผู้รับจำนองได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ทั้งสองฟังขึ้นบางส่วน พิพากษากลับว่า โจทก์ทั้งสองมีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทห้ามจำเลยทั้งสามและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยก. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4817 - 4818/2533 นายเสมียน อ่ำสำโรง กับพวก โจทก์ นางสมัย อ่ำสำโรงหรือแท่งทอง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเสมียน อ่ำสำโรง กับพวก · จำเลย - นางสมัย อ่ำสำโรงหรือแท่งทอง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เธียร ยูงทอง · สวิน อักขรายุธ · ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3099/2529ฎีกา 13043/2557ฎีกา 3405/2537ฎีกา 1962/2548ฎีกา 977/2543ฎีกา 767/2518ฎีกา 795/2543ฎีกา 2749/2538ฎีกา 1721/2528ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 770/2535ฎีกา 464/2497ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 272/2490ฎีกา 2057/2529ฎีกา 3542/2545ฎีกา 3219/2534ฎีกา 194/2543ฎีกา 4549/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา