⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5044/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5044/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องในคดีที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายอาวุธปืนฯ นั้น แม้โจทก์จะฎีกาในข้อกฎหมาย ก็ต้องห้ามฎีกาตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 55, 78 ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกฟ้อง แม้โจทก์ฎีกาในข้อกฎหมายก็ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา(ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2532 มาตรา 13

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.220 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 17) พ.ศ.2532 ม.13

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.๒๔๙๐ มาตรา ๔, ๕๕, ๗๘ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๐๑ มาตรา ๓ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๖, ๘ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๓๐ มาตรา ๓ กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๑ (พ.ศ. ๒๕๒๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒ ริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯพ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๔๗, ๗๗ จำคุก ๑ เดือน ปรับ ๑,๐๐๐ บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๑๕ วันปรับ ๕๐๐ บาท ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙,๓๐ โทษจำคุกรอไว้ ๒ ปี ริบของกลาง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ของกลางคืนเจ้าของ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฎีกาว่า พลุสดุดส่องแสงแบบเอ็ม.๔๙ เอ.๑ จำนวน ๑ ลูก ที่จำเลยมีไว้ในครอบครองเป็นเครื่องกระสุนปืน ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๕๕, ๗๘ ที่แก้ไขแล้ว พิเคราะห์แล้วเห็นว่าข้อหาความผิดดังกล่าว ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายกฟ้องโจทก์ จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๐ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๑๗) พ.ศ. ๒๕๓๒) มาตรา ๑๓ ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาโจทก์ย่อมไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ พิพากษายกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5044/2533 พนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานี โจทก์ นายอนุสรณ์ นามหวัง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานี · จำเลย - นายอนุสรณ์ นามหวัง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญส่ง วรรณกลาง · วิทวัส อยู่วัฒนา · ตัน เวทไว
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายไชยผล สุรวงษ์สิน · ศาลอุทธรณ์ - นายดิลก ธีรเนตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 274/2480ฎีกา 1635/2493ฎีกา 297/2530ฎีกา 109/2493ฎีกา 2824/2543ฎีกา 1656/2532ฎีกา 5863/2541ฎีกา 3937/2535ฎีกา 2186/2550ฎีกา 1811/2530ฎีกา 2891/2540ฎีกา 3981/2534ฎีกา 2751/2524ฎีกา 892/2507ฎีกา 4883/2541ฎีกา 321/2482ฎีกา 9984/2553ฎีกา 2651/2517ฎีกา 8743/2550ฎีกา 4135/2535ฎีกา 1280/2513ฎีกา 1184/2546ฎีกา 351/2480ฎีกา 1490/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา