⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5059/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5059/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีอาญาเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองต้องฟ้องภายใน 1 ปี นับแต่วันถูกแย่งการครอบครอง และปัญหาเรื่องสิทธิฟ้องร้องของโจทก์เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลมีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเองได้

ย่อคำพิพากษา

ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องคดีอาญาที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานบุกรุก ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์มิได้ครอบครองที่ดินพิพาทในขณะฟ้องคดีนี้ตามที่บรรยายมาในฟ้อง การที่โจทก์มีคำขอให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและต้นไม้ออกจากที่ดินพิพาทและห้ามจำเลยเกี่ยวข้องกับที่ดิน พิพาทมาพร้อมกับฟ้องคดีอาญา ถือได้ว่าเป็นการฟ้องเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครอง ซึ่งโจทก์จะต้องฟ้องภายใน 1 ปี นับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครอง เมื่อปรากฏจากคำเบิกความของโจทก์ในชั้นไต่สวนดังกล่าวว่า โจทก์ฟ้องคดีนี้เกินกว่า 1 ปี นับแต่วันถูกแย่งการครอบครอง โจทก์จึงหมดสิทธิฟ้องแม้จำเลยจะยังมิได้ให้การต่อสู้คดี ปัญหาเรื่องสิทธิฟ้องร้องของโจทก์เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลมีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเองได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.40 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.47 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๘,๓๖๒, ๒๖๕, ๘๓ ห้ามมิให้จำเลยทั้งห้าและบริวารเข้าไปกระทำการใด ๆอันเป็นการรบกวนการครอบครองที่ดินของโจทก์ ให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันรื้อถอนเสาไม้รั้วลวดหนาม และต้นมะพร้าว ออกจากที่ดินของโจทก์หากจำเลยทั้งห้าไม่รื้อถอนให้โจทก์เป็นผู้รื้อถอนโดยจำเลยทั้งห้าร่วมกันรับผิดออกค่าใช้จ่าย ก่อนศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ ๑ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ประทับฟ้องโจทก์ในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ เฉพาะความผิดฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๕ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้เป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาโจทก์เฉพาะในส่วนคดีแพ่งเท่านั้น คงมีปัญหาในชั้นฎีกาเฉพาะคดีแพ่งในประเด็นที่ว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องคดีนี้หรือไม่ แล้ววินิจฉัยว่า ตามคำเบิกความของโจทก์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องจำเลยทั้งห้าได้เข้าไปบุกรุกแย่งการครอบครองที่พิพาทดังกล่าววันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๒๖ ต่อมาโจทก์อ้างว่าจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ได้ออกไปจากที่ดินพิพาท แต่เมื่อโจทก์เข้าไปครอบครองดูแลที่ดินที่พิพาทและปลูกขนำ ขนำของโจทก์ก็ถูกถอนรื้อและเผา เมื่อโจทก์ปลูกขนำขึ้นใหม่ในเดือนสิงหาคม ๒๕๓๐ ก็ปรากฏจากสำเนารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี เอกสารหมาย จ.๘ ว่าจำเลยทั้งห้านำเจ้าพนักงานตำรวจไปรื้อขนำของโจทก์ออกแล้วนำไม้ไปเก็บไว้ที่สถานีตำรวจโจทก์ก็ไปแจ้งว่าโรงเรือนที่ถูกรื้อเป็นของตนเท่านั้น แสดงให้เห็นว่าจำเลยทั้งห้ายังคงครอบครองที่พิพาทอยู่ตลอดมานับตั้งแต่เข้าไปแย่งการครอบครองที่พิพาทในเดือน ธันวาคม ๒๕๒๖ จนกระทั่งถึงปัจจุบันและขัดขวางไม่ยอมให้โจทก์เข้าไปครอบครองยิ่งกว่านั้นจำเลยทั้งห้ายังปลูกขนำในที่พิพาทด้วย ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าโจทก์มิได้ครอบครองที่พิพาทในขณะที่ฟ้องคดีนี้ตามที่โจทก์บรรยายมาในฟ้องการที่โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งห้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและต้นไม้ออกจากที่ดินพิพาท และห้ามจำเลยทั้งห้าเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาท จึงถือได้ว่าเป็นการฟ้องเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองซึ่งโจทก์จะต้องฟ้องภายใน ๑ ปีนับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๕ วรรคสอง ดังนั้น เมื่อโจทก์มาฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๓๑ ซึ่งเป็นเวลาเกินกว่า๑ ปี นับแต่วันถูกแย่งการครอบครองโจทก์จึงหมดสิทธิฟ้อง แม้จำเลยจะยังมิได้ยื่นคำให้การต่อสู้คดี และปัญหาเรื่องสิทธิฟ้องร้องของโจทก์เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลมีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ สำหรับเรื่องที่โจทก์ฎีกาว่าเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์และประทับฟ้องในข้อหาบุกรุก ศาลต้องรับฟ้องในส่วนแพ่งด้วยนั้น เห็นว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยแต่เพียงว่าคดีโจทก์มีมูลในความผิดอาญาฐานบุกรุกเท่านั้นไม่ได้ฟังข้อเท็จจริงว่าที่พิพาท เป็นของโจทก์ ข้อเท็จจริงดังกล่าวศาลหาจำต้องรับฟังไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5059/2533 นายแพร้ว พรหมชัย โจทก์ นายหมีด วันทอง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายแพร้ว พรหมชัย · จำเลย - นายหมีด วันทอง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญส่ง วรรณกลาง · วิทวัส อยู่วัฒนา · ตัน เวทไว
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดภูเก็ต - นายประเสริฐ โกวิทยา · ศาลอุทธรณ์ - นายเทพฤทธิ์ ศิลปานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7159/2544ฎีกา 5846/2531ฎีกา 4340-4341/2545ฎีกา 53/2537ฎีกา 1216/2538ฎีกา 537/2540ฎีกา 1066-1067/2509ฎีกา 3552/2539ฎีกา 1304/2553ฎีกา 1712/2539ฎีกา 5246/2548ฎีกา 2649-2660/2530ฎีกา 356/2530ฎีกา 163/2491ฎีกา 142/2492ฎีกา 4884/2543ฎีกา 4072/2528ฎีกา 2749/2538ฎีกา 4715/2542ฎีกา 770/2535ฎีกา 6025/2538ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา