⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 519/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 519/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่ามีการกู้เงินกันจริง สัญญากู้ย่อมไม่มีผลบังคับ

ย่อคำพิพากษา

คำพยานโจทก์ขัดต่อเหตุผลและตามคำพยานจำเลยฟังได้ว่าจำเลยทำสัญญากู้ไว้แทนการเช่า โดยจำเลยมิได้รับเงินตามสัญญาเมื่อข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้กู้เงินโจทก์ไปจริง ก็ย่อมบังคับตามสัญญากู้ไม่ได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.104 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.650 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกู้เงินโจทก์ไป 40,000 บาท ตกลงให้ดอกเบี้ยอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีถึงกำหนดจำเลยไม่ชำระต้นเงินและดอกเบี้ยตามสัญญา ขอให้บังคับจำเลยชำระต้นเงินพร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า ไม่เคยกู้หรือรับเงินตามสัญญาดังฟ้องโจทก์ให้จำเลยทำสัญญากู้แทนการเช่า น.ส.3 ของนายสุวรรณและนางกุหรี่ม่วงนุ ที่จำเลยเช่าจากโจทก์ไปประกันค่าเดินทางของผู้อื่นไปทำงานต่างประเทศ โดยโจทก์เรียกค่าเช่า 2,000 บาท สัญญากู้ที่ฟ้องเป็นนิติกรรมอำพรางไม่มีมูลหนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 50,500 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาตรวจวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่โจทก์จำเลยนำสืบตรงกันฟังได้ว่า ที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 224หมู่ที่ 1 ตำบลวังหิน อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี เนื้อที่ 12ไร่ 1 งาน 50 ตารางวา ตามเอกสารหมาย ล.1 มีชื่อนายสุวรรณและนางกุหรี่ ม่วงนุ เป็นเจ้าของ โจทก์เป็นหลานเขยนายสุวรรณจำเลยเป็นคู่เขยกับนายสุวรรณ โจทก์จำเลยทำสัญญากู้ตามเอกสารหมายจ.1 เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2526 จำนวนเงิน 40,000 บาท กำหนดชำระวันที่ 1 มีนาคม 2527 ดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าต่อปี คงมีข้อโต้เถียงกันว่า จำเลยกู้เงินโจทก์ไปจริงตามสัญญาเอกสารหมาย จ.1หรือว่าจำเลยทำสัญญากู้ให้โจทก์ยึดถือไว้แทนการเช่าหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามเอกสารหมาย ล.1 ...พิเคราะห์แล้วตามปัญหาดังกล่าวจำเลยนำสืบว่าจำเลยไม่ได้รับเงินตามสัญญากู้ โจทก์นำสืบรับว่าไม่ได้จ่ายเงินให้จำเลยตามสัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 เมื่อวันที่ 10กรกฎาคม 2526 จริง เพราะได้จ่ายไปแล้วเมื่อเดือนมีนาคม 2525เห็นว่า ข้อนำสืบของโจทก์ขัดต่อเหตุผลที่ว่าโจทก์ให้จำเลยกู้เงินเป็นจำนวนถึง 40,000 บาท แต่ไม่ได้ทำหลักฐานอะไรกันไว้ ข้อที่โจทก์อ้างว่าเพราะจำเลยมอบ น.ส.3 เอกสารหมาย ล.1 ให้โจทก์ยึดถือไว้เป็นประกัน น.ส.3 ดังกล่าวก็มิใช่ของจำเลยแต่เป็นของนายสุวรรณและนางกุหรี่ ม่วงนุ การยึดถือ น.ส.3 ไว้ไม่น่าจะทำให้โจทก์ได้รับหลักประกันว่าจำเลยจะชำระเงินคืนให้ ทั้งจำเลยมีนายสุวรรณเจ้าของน.ส.3 มาเบิกความว่า ที่ดินตามหนังสือ น.ส.3 ดังกล่าว นายสุวรรณได้ขายให้โจทก์ไปก่อนแล้ว เมื่อคำพยานโจทก์ขัดต่อเหตุผลและตามคำพยานจำเลยฟังได้ว่า จำเลยได้ทำสัญญากู้ไว้แทนการเช่า น.ส.3โดยจำเลยมิได้รับเงินตามสัญญา เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้กู้เงินโจทก์ไปจริง ก็ย่อมบังคับตามสัญญากู้ไม่ได้..." พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 519/2533 นาย มูล ยา สุข โจทก์ นาย ประเมิน หิรัญ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย มูล ยา สุข · จำเลย - นาย ประเมิน หิรัญ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · สุวิทย์ ธีรพงษ์ · อุไร คังคะเกตุ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3245/2534ฎีกา 231/2482ฎีกา 170/2546ฎีกา 2721/2548ฎีกา 425/2520ฎีกา 272/2490ฎีกา 199/2537ฎีกา 1578/2493ฎีกา 8732/2549ฎีกา 275/2487ฎีกา 978/2510ฎีกา 794/2509ฎีกา 62/2539ฎีกา 20/2536ฎีกา 9117/2539ฎีกา 1896/2492ฎีกา 612-615/2519ฎีกา 2657/2534ฎีกา 306/2506ฎีกา 2356/2534ฎีกา 4007/2552ฎีกา 1776/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ