⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6281/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6281/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสอบสวนจำเลยในฐานะพยานโดยไม่แจ้งสิทธิของผู้ต้องหาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 134 ทำให้คำให้การของจำเลยที่ได้มานั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่อาจนำมาใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความผิดของจำเลยได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 226

ย่อคำพิพากษา

ในคดีอาญามีกฎหมายห้ามมิให้โจทก์อ้างจำเลยเป็นพยาน เมื่อจะเอาจำเลยเป็นผู้ต้องหาก็ต้องสอบสวนในฐานะผู้ต้องหา เพราะจะต้องบอกให้จำเลยทราบก่อนว่าถ้อยคำที่จำเลยกล่าวอาจใช้เป็นพยานหลักฐานยันจำเลยในการพิจารณาได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 134 การที่พนักงานสอบสวนสอบสวนจำเลยเป็นพยาน แล้วโจทก์จะอ้างคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยในฐานะพยานเพื่อพิสูจน์ว่าจำเลยมีความผิดตามที่โจทก์ฟ้องนั้น เป็นการมิชอบ แม้คำให้การของจำเลยดังกล่าวเป็นคำรับซึ่งปรักปรำและเป็นผลร้ายแก่ตนเองก็รับฟังลงโทษจำเลยไม่ได้ เพราะขัดต่อมาตรา 226

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.134 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.232

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔, ๒๖๕, ๒๖๖,๒๖๘, ๘๓ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๖๖, ๒๖๘, ๘๓ ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๖๘ กระทงเดียว จำคุก ๑ ปี คำให้การในฐานะพยานชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก ๘ เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ในคดีอาญาพยานหลักฐานที่จะฟังลงโทษจำเลยได้ต้องเป็นพยานหลักฐานของโจทก์ ทั้งมีกฎหมายห้ามมิให้โจทก์อ้างจำเลยเป็นพยาน เมื่อจะเอาจำเลยเป็นผู้ต้องหาก็ต้องสอบสวนในฐานะผู้ต้องหา เพราะจะต้องบอกให้จำเลยทราบก่อนว่าถ้อยคำที่จำเลยกล่าวอาจใช้เป็นพยานหลักฐานยันจำเลยในการพิจารณาได้ตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๓๔ บัญญัติไว้ การที่พนักงานสอบสวนสอบสวนจำเลยเป็นพยานแล้วโจทก์จะอ้างคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยในฐานะพยานเพื่อพิสูจน์ว่าจำเลยมีความผิดตามที่โจทก์ฟ้องนั้น เป็นการมิชอบ เมื่อเป็นพยานที่มิชอบแล้ว แม้คำให้การของจำเลยดังกล่าวเป็นคำรับซึ่งปรักปรำและเป็นผลร้ายแก่ตนเองก็รับฟังลงโทษจำเลยไม่ได้ เพราะขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๖ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6281/2533 พนักงานอัยการจังหวัดแพร่ โจทก์ นายชวฤทธิ์ คำลือ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดแพร่ · จำเลย - นายชวฤทธิ์ คำลือ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญศรี กอบบุญ · เสียง ตรีวิมล · สมศักดิ์ วิธุรัติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดแพร่ - นายนิพนธ์ บุญมา · ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นายสมพงษ์ สนธิเณร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6635/2551ฎีกา 880/2502ฎีกา 729/2489ฎีกา 4979/2541ฎีกา 1554/2521ฎีกา 884/2497ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 1149/2536ฎีกา 8272/2553ฎีกา 1700/2548ฎีกา 2470/2515ฎีกา 1998/2553ฎีกา 4048/2528ฎีกา 3423/2548ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 915/2478ฎีกา 2429/2551ฎีกา 2414/2551ฎีกา 1172/2510ฎีกา 2670/2521ฎีกา 3361/2536ฎีกา 5253/2549ฎีกา 637/2481
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา