⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 745/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 745/2533

พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ ม.8, 11, 12 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ที่ดินของนิคมสร้างตนเองเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ผู้ใดจะได้สิทธิในที่ดินต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขและวิธีการตามกฎหมายว่าด้วยการจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ การโอนสิทธิในที่ดินดังกล่าวโดยไม่เป็นไปตามกฎหมายจึงไม่มีผลบังคับ

ย่อคำพิพากษา

ที่พิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินของนิคมสร้างตนเองลำตะคองอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน แม้ พ. จะครอบครองอยู่ ก็ย่อมไม่ได้กรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองที่จะโอนสิทธิไปให้แก่ผู้ใด เมื่อมีการจัดตั้งนิคมสร้างตนเองขึ้น ผู้ใดจะได้สิทธิในที่ดินต้องตกอยู่ในเงื่อนไขและวิธีการของการจัดสรรที่ดินตามพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์ไม่เคยเข้าครอบครองที่พิพาทมาก่อนเลย โดยมี พ. เป็นผู้ครอบครองอยู่ ทั้งเมื่อมีการจัดตั้งนิคมสร้างตนเองขึ้นแล้วโจทก์ก็มิได้เป็นผู้ครอบครองและขอสมัครเข้าเป็นสมาชิกนิคม แต่พ. เป็นผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกนิคม แม้โจทก์จะอ้างว่าได้รับโอนขายที่ดินมาจาก พ. ตั้งแต่ก่อนที่ พ. จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกนิคม แต่เมื่อโจทก์มิได้ดำเนินการตามเงื่อนไขและวิธีการของพระราชบัญญัติดังกล่าว โจทก์จึงไม่ได้สิทธิในที่พิพาทและถือว่าการโอนขายที่ดินระหว่าง พ. กับโจทก์เป็นการขัดต่อพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 ไม่มีผลใช้บังคับโจทก์จึงไม่อาจฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยซึ่งครอบครองที่พิพาทอยู่และเป็นสมาชิกของนิคมให้ออกจากที่พิพาทได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.453 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304 พระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 ม.8 พระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 ม.11 พระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 ม.12 พระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 ม.15

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.453 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่พิพาท โดยซื้อมาจากนายพิชัย พรหมจันทร์เมื่อซื้อแล้วโจทก์ได้ให้นายพิชัยดูแลแทน ต่อมาโจทก์ทราบว่าจำเลยได้ไปขอออก น.ส.๓ ที่ดินแปลงดังกล่าวโจทก์ได้ยื่นคำร้องคัดค้าน ขอให้ขับไล่จำเลยพร้อมบริวารออกจากที่ดินของโจทก์ จำเลยให้การว่า ที่พิพาทเป็นที่ดินของรัฐ โดยรัฐได้ดำเนินการจัดสรรให้ผู้ครอบครองที่ดินอยู่เดิมนำมาเข้านิคมสร้างตนเองลำตะคองโดยให้เข้าเป็นสมาชิกของนิคม เดิมนายพิชัยเป็นเจ้าของที่พิพาทและได้สละสิทธิให้แก่จำเลยซึ่งได้ขอสมัครเข้าเป็นสมาชิกของนิคม จำเลยได้ปฏิบัติถูกต้องตามระเบียบของนิคมจนกระทั่งได้รับหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค.๓) โจทก์ไม่เคยครอบครองที่พิพาท สัญญาซื้อขายระหว่างนายพิชัยกับโจทก์ขัดต่อระเบียบของนิคม โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประเด็นที่ว่าการซื้อขายที่พิพาทระหว่างนายพิชัยกับโจทก์ขัดต่อพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. ๒๕๑๑ หรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความว่านิคมสร้างตนเองลำตะคองได้จัดตั้งขึ้นตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๕๑ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๑๕ ซึ่งข้อ ๒ ของประกาศฉบับดังกล่าวบัญญัติว่าให้ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้มีผลใช้บังคับเช่นเดียวกับพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามความในมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. ๒๕๑๑ ดังนั้น การจัดที่ดินของนิคมสร้างตนเองลำตะคองจึงต้องอยู่ภายใต้บังคับแห่งพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. ๒๕๑๑ นอกจากนี้ตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับดังกล่าวข้อ ๑ บัญญัติไว้ว่า ให้จัดตั้งนิคมสร้างตนเองในส่วนที่ดินที่เป็นของรัฐ ทั้งยังได้ความจากนายสุชาติ มีเสม เจ้าหน้าที่ของนิคมสร้างตนเองลำตะคองว่าที่พิพาทเดิมเป็นป่าสงวนมาก่อน อยู่ในเขตนิคมสร้างตนเองลำตะคอง ต่อมามีการถอนสภาพ ให้ราษฎรที่อาศัยอยู่นั้นเข้าทำกิน โดยทางราชการจัดสรรให้ ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่าที่พิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินของนิคมสร้างตนเองลำตะคองอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน แม้นายพิชัยจะครอบครองอยู่ นายพิชัยก็ย่อมไม่มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองที่จะโอนสิทธิไปให้แก่ผู้ใด เมื่อมีการจัดตั้งนิคมสร้างตนเองขึ้นผู้ใดจะได้สิทธิในที่ดินก็ต้องตกอยู่ในเงื่อนไขและวิธีการจัดสรรที่ดินตามพระราชบัญญัติดังกล่าว ซึ่งตามมาตรา ๘, ๑๑,๑๒ และ ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติฉบับนี้บัญญัติไว้ สรุปความได้ว่าอธิบดีกรมประชาสงเคราะห์ มีอำนาจอนุญาตให้สมาชิกนิคมเข้ามาทำประโยชน์ในที่ดินของนิคมเมื่อสมาชิกนิคมได้ทำประโยชน์ในที่ดิน และได้เป็นสมาชิกมาเป็นเวลาเกินกว่า ๕ ปีทั้งได้ชำระเงินช่วยทุนที่รัฐบาลได้ลงไปและชำระหนี้เกี่ยวกับกิจการของนิคมแล้วให้ออกหนังสือแสดงการทำประโยชน์ให้แก่ผู้นั้น ผู้ได้รับหนังสือแสดงการทำประโยชน์แล้วจะขอให้ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์สำหรับที่ดินนั้นตามประมวลกฎหมายที่ดินได้และภายใน ๕ ปี นับแต่วันที่ได้รับโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดินผู้ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินจะโอนที่ดินนั้นไปยังผู้อื่นไม่ได้นอกจากการตกทอดโดยทางมรดกหรือโอนไปยังสหกรณ์ที่ตนเป็นสมาชิกอยู่ นอกจากนี้ยังห้ามมิให้ผู้ใดเข้าไปหาประโยชน์ ยึดถือ ครอบครอง ที่ดินภายในเขตของนิคมเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากอธิบดี เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์ไม่เคยเข้าครอบครองที่ดินแปลงนี้มาก่อน โดยมีนายพิชัยเป็นผู้ครอบครองอยู่ ทั้งเมื่อมีการจัดตั้งนิคมสร้างตนเองขึ้นแล้วโจทก์ก็มิได้เป็นผู้ครอบครองที่ดินและขอสมัครเข้าเป็นสมาชิกนิคม แต่นายพิชัยเป็นผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกนิคม แม้โจทก์จะอ้างว่าได้รับโอนขายที่ดินมาจากนายพิชัยตั้งแต่ก่อนที่นายพิชัยจะสมัครเข้าเป็นสมาชิกนิคม เมื่อโจทก์มิได้ดำเนินการตามเงื่อนไขและวิธีการของพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. ๒๕๑๑ โจทก์ก็ไม่ได้สิทธิในที่พิพาท และถือว่าการโอนขายที่ดินดังกล่าวระหว่างนายพิชัยกับโจทก์เป็นการขัดต่อพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. ๒๕๑๑ ไม่มีผลใช้บังคับ โจทก์จึงไม่อาจฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่พิพาทได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 745/2533 นางอรพรรณ เสริมเลขาวิลาส โจทก์ นางยินดี แซ่มู่ย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางอรพรรณ เสริมเลขาวิลาส · จำเลย - นางยินดี แซ่มู่ย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ถาวร ตันตราภรณ์ · วินัย กันนะ · ประศาสน์ ธำรงกาญจน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสีคิ้ว - นายวรงค์พร จิระภาค · ศาลอุทธรณ์ - นายสุเทพ กิจสวัสดิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2694/2535ฎีกา 681/2506ฎีกา 1768/2548ฎีกา 367/2568ฎีกา 824/2545ฎีกา 9577/2552ฎีกา 1331/2479ฎีกา 7122/2545ฎีกา 1360/2555ฎีกา 13566/2558ฎีกา 609/2522ฎีกา 2763/2536ฎีกา 912/2490ฎีกา 2775/2541ฎีกา 1036/2506ฎีกา 2718/2538ฎีกา 337/2535ฎีกา 6620/2550ฎีกา 713/2512ฎีกา 6163/2537ฎีกา 1775-1776/2506ฎีกา 2904/2530ฎีกา 4176/2530ฎีกา 3803/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา