⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 745/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 745/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ที่ดินของนิคมสร้างตนเองเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ผู้ใดจะได้สิทธิในที่ดินต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขและวิธีการตามกฎหมายว่าด้วยการจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ การโอนสิทธิในที่ดินดังกล่าวโดยไม่เป็นไปตามกฎหมายจึงไม่มีผลบังคับ

ย่อคำพิพากษา

ที่พิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินของนิคมสร้างตนเองลำตะคองอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน แม้ พ. จะครอบครองอยู่ ก็ย่อมไม่ได้กรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองที่จะโอนสิทธิไปให้แก่ผู้ใด เมื่อมีการจัดตั้งนิคมสร้างตนเองขึ้น ผู้ใดจะได้สิทธิในที่ดินต้องตกอยู่ในเงื่อนไขและวิธีการของการจัดสรรที่ดินตามพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์ไม่เคยเข้าครอบครองที่พิพาทมาก่อนเลย โดยมี พ. เป็นผู้ครอบครองอยู่ ทั้งเมื่อมีการจัดตั้งนิคมสร้างตนเองขึ้นแล้วโจทก์ก็มิได้เป็นผู้ครอบครองและขอสมัครเข้าเป็นสมาชิกนิคม แต่พ. เป็นผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกนิคม แม้โจทก์จะอ้างว่าได้รับโอนขายที่ดินมาจาก พ. ตั้งแต่ก่อนที่ พ. จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกนิคม แต่เมื่อโจทก์มิได้ดำเนินการตามเงื่อนไขและวิธีการของพระราชบัญญัติดังกล่าว โจทก์จึงไม่ได้สิทธิในที่พิพาทและถือว่าการโอนขายที่ดินระหว่าง พ. กับโจทก์เป็นการขัดต่อพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 ไม่มีผลใช้บังคับโจทก์จึงไม่อาจฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยซึ่งครอบครองที่พิพาทอยู่และเป็นสมาชิกของนิคมให้ออกจากที่พิพาทได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.453 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304 พระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 ม.8 พระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 ม.11 พระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 ม.12 พระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 ม.15

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่พิพาท โดยซื้อมาจากนายพิชัย พรหมจันทร์เมื่อซื้อแล้วโจทก์ได้ให้นายพิชัยดูแลแทน ต่อมาโจทก์ทราบว่าจำเลยได้ไปขอออก น.ส.๓ ที่ดินแปลงดังกล่าวโจทก์ได้ยื่นคำร้องคัดค้าน ขอให้ขับไล่จำเลยพร้อมบริวารออกจากที่ดินของโจทก์ จำเลยให้การว่า ที่พิพาทเป็นที่ดินของรัฐ โดยรัฐได้ดำเนินการจัดสรรให้ผู้ครอบครองที่ดินอยู่เดิมนำมาเข้านิคมสร้างตนเองลำตะคองโดยให้เข้าเป็นสมาชิกของนิคม เดิมนายพิชัยเป็นเจ้าของที่พิพาทและได้สละสิทธิให้แก่จำเลยซึ่งได้ขอสมัครเข้าเป็นสมาชิกของนิคม จำเลยได้ปฏิบัติถูกต้องตามระเบียบของนิคมจนกระทั่งได้รับหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค.๓) โจทก์ไม่เคยครอบครองที่พิพาท สัญญาซื้อขายระหว่างนายพิชัยกับโจทก์ขัดต่อระเบียบของนิคม โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประเด็นที่ว่าการซื้อขายที่พิพาทระหว่างนายพิชัยกับโจทก์ขัดต่อพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. ๒๕๑๑ หรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความว่านิคมสร้างตนเองลำตะคองได้จัดตั้งขึ้นตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๕๑ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๑๕ ซึ่งข้อ ๒ ของประกาศฉบับดังกล่าวบัญญัติว่าให้ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้มีผลใช้บังคับเช่นเดียวกับพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามความในมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. ๒๕๑๑ ดังนั้น การจัดที่ดินของนิคมสร้างตนเองลำตะคองจึงต้องอยู่ภายใต้บังคับแห่งพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. ๒๕๑๑ นอกจากนี้ตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับดังกล่าวข้อ ๑ บัญญัติไว้ว่า ให้จัดตั้งนิคมสร้างตนเองในส่วนที่ดินที่เป็นของรัฐ ทั้งยังได้ความจากนายสุชาติ มีเสม เจ้าหน้าที่ของนิคมสร้างตนเองลำตะคองว่าที่พิพาทเดิมเป็นป่าสงวนมาก่อน อยู่ในเขตนิคมสร้างตนเองลำตะคอง ต่อมามีการถอนสภาพ ให้ราษฎรที่อาศัยอยู่นั้นเข้าทำกิน โดยทางราชการจัดสรรให้ ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่าที่พิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินของนิคมสร้างตนเองลำตะคองอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน แม้นายพิชัยจะครอบครองอยู่ นายพิชัยก็ย่อมไม่มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองที่จะโอนสิทธิไปให้แก่ผู้ใด เมื่อมีการจัดตั้งนิคมสร้างตนเองขึ้นผู้ใดจะได้สิทธิในที่ดินก็ต้องตกอยู่ในเงื่อนไขและวิธีการจัดสรรที่ดินตามพระราชบัญญัติดังกล่าว ซึ่งตามมาตรา ๘, ๑๑,๑๒ และ ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติฉบับนี้บัญญัติไว้ สรุปความได้ว่าอธิบดีกรมประชาสงเคราะห์ มีอำนาจอนุญาตให้สมาชิกนิคมเข้ามาทำประโยชน์ในที่ดินของนิคมเมื่อสมาชิกนิคมได้ทำประโยชน์ในที่ดิน และได้เป็นสมาชิกมาเป็นเวลาเกินกว่า ๕ ปีทั้งได้ชำระเงินช่วยทุนที่รัฐบาลได้ลงไปและชำระหนี้เกี่ยวกับกิจการของนิคมแล้วให้ออกหนังสือแสดงการทำประโยชน์ให้แก่ผู้นั้น ผู้ได้รับหนังสือแสดงการทำประโยชน์แล้วจะขอให้ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์สำหรับที่ดินนั้นตามประมวลกฎหมายที่ดินได้และภายใน ๕ ปี นับแต่วันที่ได้รับโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดินผู้ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินจะโอนที่ดินนั้นไปยังผู้อื่นไม่ได้นอกจากการตกทอดโดยทางมรดกหรือโอนไปยังสหกรณ์ที่ตนเป็นสมาชิกอยู่ นอกจากนี้ยังห้ามมิให้ผู้ใดเข้าไปหาประโยชน์ ยึดถือ ครอบครอง ที่ดินภายในเขตของนิคมเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากอธิบดี เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์ไม่เคยเข้าครอบครองที่ดินแปลงนี้มาก่อน โดยมีนายพิชัยเป็นผู้ครอบครองอยู่ ทั้งเมื่อมีการจัดตั้งนิคมสร้างตนเองขึ้นแล้วโจทก์ก็มิได้เป็นผู้ครอบครองที่ดินและขอสมัครเข้าเป็นสมาชิกนิคม แต่นายพิชัยเป็นผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกนิคม แม้โจทก์จะอ้างว่าได้รับโอนขายที่ดินมาจากนายพิชัยตั้งแต่ก่อนที่นายพิชัยจะสมัครเข้าเป็นสมาชิกนิคม เมื่อโจทก์มิได้ดำเนินการตามเงื่อนไขและวิธีการของพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. ๒๕๑๑ โจทก์ก็ไม่ได้สิทธิในที่พิพาท และถือว่าการโอนขายที่ดินดังกล่าวระหว่างนายพิชัยกับโจทก์เป็นการขัดต่อพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. ๒๕๑๑ ไม่มีผลใช้บังคับ โจทก์จึงไม่อาจฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่พิพาทได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 745/2533 นางอรพรรณ เสริมเลขาวิลาส โจทก์ นางยินดี แซ่มู่ย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางอรพรรณ เสริมเลขาวิลาส · จำเลย - นางยินดี แซ่มู่ย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ถาวร ตันตราภรณ์ · วินัย กันนะ · ประศาสน์ ธำรงกาญจน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสีคิ้ว - นายวรงค์พร จิระภาค · ศาลอุทธรณ์ - นายสุเทพ กิจสวัสดิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1357/2481ฎีกา 2393/2523ฎีกา 4630/2534ฎีกา 2195/2522ฎีกา 395/2538ฎีกา 9817-9819/2542ฎีกา 1311/2494ฎีกา 1867/2530ฎีกา 7592/2542ฎีกา 1858-1859/2515ฎีกา 1353/2521ฎีกา 191/2528ฎีกา 953/2542ฎีกา 4385/2540ฎีกา 1483-1487/2528ฎีกา 4219/2556ฎีกา 1563/2537ฎีกา 438/2517ฎีกา 138/2534ฎีกา 1908/2537ฎีกา 688/2497ฎีกา 588/2524ฎีกา 2095/2519ฎีกา 2004/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา