คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1028/2534
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* หากจำเลยอ้างพยานไว้ในบัญชีระบุพยาน แต่ไม่ขอให้ศาลออกหมายเรียกพยาน และไม่สามารถนำพยานมาเบิกความได้โดยไม่มีเหตุอันสมควร ถือว่าเป็นการประวิงคดี ศาลมีอำนาจตัดพยานปากนั้นเสียได้
* เมื่อจำเลยให้การต่อสู้คดีโดยอ้างข้อเท็จจริงขึ้นมาใหม่ จำเลยย่อมมีหน้าที่นำสืบข้อเท็จจริงตามที่ตนกล่าวอ้างนั้น
ย่อคำพิพากษา
จำเลยระบุอ้างพยานหมายไว้ในบัญชีระบุพยานของตน แต่มิได้ขอให้ศาลออกหมายเรียกพยานปากดังกล่าวมาเบิกความ ครั้นถึงวันนัดจำเลยขอเลื่อนคดีโดยรับรองต่อศาลว่าจะไม่เลื่อนคดีอีก และจะนำพยานทุกปากมาสืบพร้อมกัน ซึ่งศาลชั้นต้นได้กำชับไว้แล้วว่าจะไม่อนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดีอีก ถึงวันนัดจำเลยขอเลื่อนคดีโดยอ้างเหตุผลว่าไม่สามารถนำพยานมาศาลได้โดยจำเลยมิได้ขอให้ศาลออกหมายเรียกพยานปากดังกล่าวมาศาล เช่นนี้ ย่อมถือได้ว่าเป็นการประวิงคดี ศาลตัดพยานปากนี้เสียได้
คดีมีประเด็นว่า จำเลยซื้อสินค้าไปจากโจทก์หรือไม่ ซึ่งศาลชั้นต้นกำหนดให้โจทก์มีหน้าที่นำสืบ แต่ศาลฎีกาเห็นว่า ตามประเด็นดังกล่าว โจทก์ฟ้องว่าจำเลยติดต่อซื้อท่อระบายน้ำจากโจทก์ ส่วนจำเลยให้การว่า จำเลยติดต่อซื้อท่อระบายน้ำจากโจทก์แทนบริษัท น.ซึ่งเป็นตัวการ อันเป็นการกล่าวอ้างข้อเท็จจริงขึ้นมาใหม่ จำเลยจึงมีหน้าที่นำสืบข้อเท็จจริงตามที่กล่าวอ้าง ดังนี้ ศาลฎีกาย่อมวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานตามหน้าที่นำสืบที่ถูกต้องได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอบังคับให้จำเลยชำระเงินค่าสินค้าที่จำเลยซื้อไปจากโจทก์จำนวน๑๒๐,๙๐๖.๔๑ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน ๑๑๕,๑๔๘.๙๑ บาทนับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ
จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยไม่เคยซื้อสินค้าจากโจทก์ความจริงจำเลยได้รับมอบหมายให้ซื้อสินค้าแทนบริษัทนอร์ทเธิร์นครอสส์ จำกัด โจทก์ชอบที่จะไปฟ้องเรียกค่าสินค้าจากบริษัทดังกล่าว ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๑๒๐,๙๐๖.๔๑ บาท แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครี่งต่อปีของต้นเงิน ๑๑๕,๑๔๘.๙๑ บาท นับตั้งแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประเด็นว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ตัดพยานจำเลยและให้งดสืบพยานเสียนั้น เห็นว่า ตามบัญชีระบุพยานจำเลยได้ระบุอ้างพยานปากนี้ไว้ว่ามีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพมหานคร และเป็นพยานหมาย ซึ่งหมายความว่าจำเลยไม่สามารถนำพยานปากนี้มาศาลได้เว้นแต่จะขอให้ศาลออกหมายเรียกมา ศาลชั้นต้นนัดสืบพยานจำเลยนัดแรกวันที่ ๑๓พฤศจิกายน ๒๕๒๙ ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ขอให้ศาลออกหมายเรียกพยานปากนี้มาศาล ครั้นเมื่อศาลชั้นต้นเลื่อนการพิจารณาสืบพยานจำเลยไปเป็นวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๒๙ จำเลยก็ได้รับรองต่อศาลว่าจะไม่เลื่อนคดีอีก และจะนำพยานทุกปากมาพร้อมกัน และศาลได้กำชับไว้แล้วว่าจะไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีอีก จำเลยรับรองต่อศาลเช่นนี้โดยรู้อยู่แล้วว่าไม่สามารถนำพยานมาศาลได้ตามบัญชีระบุพยาน เมื่อถึงวันนัดจำเลยขอเลื่อนคดีโดยเหตุผลที่ไม่สามารถนำพยานมาศาลได้อีกย่อมเป็นการประวิงให้การพิจารณาเป็นไปโดยล่าช้าอย่างชัดแจ้ง ศาลล่างทั้งสองให้ตัดพยานจำเลยปากนี้เสียชอบแล้ว
ส่วนประเด็นว่าจำเลยซื้อสินค้าไปจากโจทก์หรือไม่นั้น คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยติดต่อซื้อท่อระบายน้ำจากโจทก์ จำเลยให้การว่าจำเลยติดต่อซื้อท่อระบายน้ำจากโจทก์แทนบริษัทนอร์ทเธิร์นครอสส์ จำกัด โจทก์ชอบที่จะฟ้องเอาค่าท่อระบายน้ำจากบริษัทนอร์ทเธิร์นครอสส์ จำกัด ซึ่งเป็นตัวการ อันเป็นกล่าวอ้างข้อเท็จจริงขึ้นมาใหม่เพื่อให้พ้นความรับผิด จำเลยจึงมีหน้าที่นำสืบข้อเท็จจริงตามที่กล่าวอ้าง ฉะนั้นศาลฎีกาจะได้วินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานในคดีนี้ตามหน้าที่นำสืบที่ถูกต้องต่อไป" แล้วศาลฎีกาวินิจฉัยวว่า ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นตัวแทนของบริษัทนอร์ทเธิร์นครอสส์ จำกัด การที่จำเลยซื้อสินค้าจากโจทก์ จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์ตามฟ้อง ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1028/2534
ห้างหุ้นส่วนจำกัดกรุงทองก่อสร้าง โจทก์
นายพิศิษฐ์ ตระการศิริ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัดกรุงทองก่อสร้าง · จำเลย - นายพิศิษฐ์ ตระการศิริ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิทวัส อยู่วัฒนา · บุญส่ง วรรณกลาง · ตัน เวทไว |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายณรงค์ ไชยวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นายสมพงษ์ สนธิเณร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา