⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1930/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1930/2534

ป.วิ.อาญา ม.15 · ป.วิ.แพ่ง ม.249

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การร้องทุกข์โดยชอบแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการร้องทุกข์ในนามส่วนตัวหรือในนามนิติบุคคล ย่อมไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไป หากข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติแล้ว

ย่อคำพิพากษา

เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติตามคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ว่า บริษัทโจทก์ร่วมได้ร้องทุกข์โดยชอบแล้วปัญหาว่า ส. ผู้เริ่มก่อตั้งบริษัทโจทก์ร่วม ได้ร้องทุกข์ในนามส่วนตัวหรือไม่ ย่อมไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไปแต่อย่างไร ดังนั้นที่จำเลยฎีกาโต้แย้งว่า ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ส. มอบอำนาจให้ร้องทุกข์ในนามส่วนตัวเป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงนอกสำนวน และผิดจากพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนนั้น แม้จะเป็นปัญหาข้อกฎหมายแต่ก็ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 267, 352, 83, 91 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4 และสั่งให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 90,000 บาท แก่ผู้เสียหาย และนับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญา หมายเลขคดีดำที่ 772/2530 และหมายเลขแดงที่ ช.6346/2531 ของศาลอาญา จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ในระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352 ให้จำคุก 1 ปี โดยให้นับโทษต่อจากโทษของจำเลยในคดีหมายเลขแดงที่ 7710/2531 และคดีหมายเลขแดงที่ ช.6346/2531ของศาลอาญา กับให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์จำนวน 90,000 บาทแก่โจทก์ร่วมด้วย ข้อหาแจ้งความเท็จ ให้ยกฟ้อง โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ โดยอธิบดีกรมอัยการรับรองให้โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ตามฎีกาของจำเลยที่ศาลชั้นต้นรับมาเพียงข้อเดียว คือข้อ 2.2(2) ที่ว่า ตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า นายสมเจตน์มอบอำนาจให้ร้องทุกข์ในนามส่วนตัวตามเอกสารหมาย จ.9 เชื่อว่า นายสมเจตน์เป็นผู้เริ่มก่อการตั้งบริษัทโจทก์ร่วม และต้องเป็นผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 1 หุ้นย่อมเป็นผู้เสียหายที่จะร้องทุกข์ดำเนินคดีแก่กรรมการที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ร่วมได้เป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงนอกสำนวนและผิดไปจากพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนคดีนี้นั้น เห็นว่า ผู้เสียหายตามฟ้องในคดีนี้คือบริษัทศิริวิวัฒน์ (2515) จำกัด โจทก์ร่วม เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติตามคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ว่า โจทก์ร่วมได้ร้องทุกข์โดยชอบแล้ว ปัญหาว่านายสมเจตน์จะได้ร้องทุกข์ในนามส่วนตัวหรือไม่ ย่อมไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไปแต่อย่างไร ดังนั้นฎีกาของจำเลยดังกล่าวแม้จะเป็นปัญหาข้อกฎหมาย แต่ก็เป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลฎีกาจึงไม่วินิจฉัยให้" พิพากษายกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1930/2534 พนักงานอัยการ กองคดี แขวง พระนครใต้ โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ บริษัท ศิริวัฒน์ (2515) จำกัด โจทก์ นาย นิติ พงษ์ หลัก คำ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กองคดี แขวง พระนครใต้ · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - บริษัท ศิริวัฒน์ (2515) จำกัด · จำเลย - นาย นิติ พงษ์ หลัก คำ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญสิน ตุลากัน · พิชิต พรหมพิทักษ์กุล · สถิตย์ เล็งไธสง
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 21848/2555ฎีกา 770/2535ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 3231/2557ฎีกา 7988/2551ฎีกา 5332/2553ฎีกา 917/2564ฎีกา 4549/2540ฎีกา 605/2511ฎีกา 14887/2551ฎีกา 6911/2544ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 960/2559ฎีกา 8444/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1166/2491
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ