⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3883/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3883/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาประกันภัยไม่ผูกพันคู่สัญญา หากผู้เอาประกันภัยไม่มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินที่เอาประกันภัยในขณะทำสัญญา และผู้รับประกันภัยที่ชดใช้ค่าเสียหายไปแล้วย่อมไม่ได้รับช่วงสิทธิโดยผลของกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

เมื่อไม่ปรากฏว่า บ. ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์คันเกิดเหตุจากเจ้าของเดิมก่อนนำมาทำสัญญาประกันภัยไว้กับโจทก์ จึงไม่อาจรับฟังว่า บ. เป็นผู้มีส่วนได้เสียในรถคันดังกล่าวขณะที่โจทก์รับประกันภัยไว้ กรมธรรม์ประกันภัยระหว่างโจทก์กับ บ. จึงไม่ผูกพันคู่สัญญา ตาม ป.พ.พ. มาตรา 863 แม้โจทก์จะได้ชดใช้ค่าเสียหายแทน บ. ไปก็ไม่ได้รับช่วงสิทธิตามกฎหมาย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสาม.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.863 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.880

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์หมายเลขทะเบียน9 ง-6186 กรุงเทพมหานคร จากนายบุญส่ง จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของผู้ครอบครองรถยนต์หมายเลขทะเบียน 80-1293 ภูเก็ต จำเลยที่ 1นำรถยนต์นั้นเข้าแล่นร่วมกับจำเลยที่ 2 เพื่อประโยชน์ร่วมกันจำเลยที่ 3 เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์ของจำเลยที่ 1 ลูกจ้างของจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ดังกล่าวโดยประมาทเลินเล่อชนรถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยได้รับความเสียหาย โจทก์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้รับประโยชน์ตามสัญญาประกันภัย แล้วรับช่วงสิทธิมาฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้เงินจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ที่ 3 ให้การทำนองเดียวกันว่า โจทก์มิได้รับประกันภัยรถยนต์หมายเลขทะเบียน 9 ง - 6186 กรุงเทพมหานคร จากเจ้าของกรรมสิทธิ์ผู้มีส่วนได้เสีย โจทก์ไม่ได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัย จึงไม่มีอำนาจฟ้อง เหตุเกิดจากความประมาทของผู้ขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน 9 ง-6128 กรุงเทพมหานคร ค่าเสียหายไม่ถึงจำนวนที่โจทก์ฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ให้การว่า รถยนต์หมายเลขทะเบียน 80-1293 ภูเก็ตจำเลยที่ 1 เช่าซื้อจากจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ไม่เคยเกี่ยวข้องหรือมีผลประโยชน์ในกิจการของจำเลยที่ 1 และไม่ได้เป็นนายจ้างของผู้ขับรถยนต์ดังกล่าว ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่ได้นำนายบุญส่งมาเบิกความยืนยันว่าได้เช่าซื้อรถยนต์คันดังกล่าวจากบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์บางกอกอินเวสท์เม้นท์ จำกัด มาก่อนที่จะประกันภัยรถคันดังกล่าวไว้กับโจทก์ ทั้งมิได้อ้างสัญญาเช่าซื้อรถคันดังกล่าวมาเป็นพยานแต่อย่างใด ประกอบกับตามสำเนาภาพถ่ายรายการของรถที่จดทะเบียนเอกสารหมาย จ.4 ปรากฏว่านายบุญส่งเพิ่งมาครอบครองรถคันดังกล่าวเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2526 ซึ่งเป็นเวลาภายหลังจากที่โจทก์รับประกันภัยรถคันดังกล่าวไว้จากนายบุญส่งในวันที่ 21 กรกฎาคม 2526ตามกรมธรรม์ประกันภัยเอกสารหมาย จ.3 ส่วนนางมยุรี พยานโจทก์ซึ่งขับรถคันดังกล่าวในขณะเกิดเหตุก็เบิกความลอย ๆ ว่ารถยนต์คันที่นางมยุรีขับในขณะเกิดเหตุเป็นรถของนายบุญส่ง เมื่อทางนำสืบของโจทก์ไม่ปรากฏว่านายบุญส่งทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์คันดังกล่าวจากเจ้าของเดิมก่อนนำมาทำสัญญาประกันภัยไว้กับโจทก์ รูปคดีจึงไม่อาจรับฟังได้ว่านายบุญส่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียในรถคันดังกล่าวขณะที่โจทก์รับประกันภัยไว้ตามกรมธรรม์ประกันภัย เอกสารหมาย จ.3ดังนั้น กรมธรรม์ประกันภัยระหว่างโจทก์กับนายบุญส่งจึงไม่ผูกพันคู่สัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 863แม้โจทก์จะได้ชดใช้ค่าเสียหายแทนนายบุญส่งไปก็ไม่ได้รับช่วงสิทธิตามกฎหมาย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสาม พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3883/2534 บริษัท วิริยะ ประกันภัย จำกัด โจทก์ นาย สงวน สุภัคศิริ ถาวร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท วิริยะ ประกันภัย จำกัด · จำเลย - นาย สงวน สุภัคศิริ ถาวร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสียง ตรีวิมล · บุญศรี กอบบุญ · สมศักดิ์ วิธุรัติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3888/2537ฎีกา 105/2525ฎีกา 2532/2538ฎีกา 5156/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3208/2528ฎีกา 793/2546ฎีกา 2501/2526ฎีกา 873/2546ฎีกา 6164/2533ฎีกา 1660/2518ฎีกา 1637/2530ฎีกา 1892/2538ฎีกา 10421/2551ฎีกา 1451/2521ฎีกา 5809/2539ฎีกา 981/2544ฎีกา 7484/2537ฎีกา 2425/2538ฎีกา 10930/2554ฎีกา 772/2521ฎีกา 115/2521ฎีกา 1006/2503ฎีกา 380/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา