⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4682/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4682/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลหนึ่งมอบหมายให้บุคคลอีกคนหนึ่งไปรับสิ่งของแทน ถือว่าเป็นการกระทำที่ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งสิ่งของนั้น.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 ที่ 2 จ้างวานให้ อ. ค้นหาบุหรี่ซึ่งภายในมีเฮโรอีน 1 หลอดสอดอยู่ เมื่อ อ.พบแล้ว จำเลยที่ 1 ที่ 2ใช้ให้จำเลยที่ 3 ไปรับจาก อ.แทนเป็นการมอบหมายให้ยึดถือแทนจำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงเป็นกิจการร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งเฮโรอีนดังกล่าว จำเลยที่ 3 ให้การรับสารภาพฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองแต่แรกเพียงแต่ปฏิเสธว่ามิได้มีไว้เพื่อจำหน่ายเท่านั้นเพราะมิได้กระทำผิดในส่วนนี้ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ตรงตามคำรับสารภาพของจำเลยที่ 3 ถือได้ว่าจำเลยที่ 3 รู้สึกความผิดลุแก่โทษ และให้ความรู้แก่ศาลตรงตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้วเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา สมควรลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 15, 66, 67, 97, 102 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 92 เพิ่มโทษจำเลยทั้งสามตามที่เคยต้องโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกมาก่อนตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1617/2529ที่ 1753/2531 ของศาลจังหวัดชลบุรี และที่ 129 ก./2530 ของศาลจังหวัดทหารบกชลบุรี และได้กระทำความผิดอีกในระหว่างต้องโทษ และขอให้นับโทษจำเลยที่ 2 ที่ 3 ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่1753/2531 ของศาลจังหวัดชลบุรี และที่ 129 ก./2530 ของศาลจังหวัดทหารบกชลบุรี ตามลำดับ ริบของกลาง จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธข้อหาฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำเลยที่ 3 รับว่ามีเฮโรอีนไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต จำเลยทั้งสามรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษและนับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66 วรรคหนึ่งจำคุกคนละ 5 ปี เพิ่มโทษจำเลยที่ 1 ที่ 2 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ มาตรา 97 คนละกึ่งหนึ่ง ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1ที่ 2 คนละ 7 ปี 6 เดือน เพิ่มโทษจำเลยที่ 3 ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 92 หนึ่งในสาม ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 6 ปี 8 เดือนให้นับโทษจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญา หมายเลขแดงที่1753/2531 ของศาลจังหวัดชลบุรี และนับโทษจำเลยที่ 3 ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 129 ก./2530 ของศาลจังหวัดทหารบกชลบุรี ของกลางริบ จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 มีความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 67 จำคุกจำเลยทั้งสามคนละ 2 ปีเพิ่มโทษจำเลยที่ 1 ที่ 2 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522มาตรา 97 คนละกึ่งหนึ่ง ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2 คนละ 3 ปีเพิ่มโทษจำเลยที่ 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 หนึ่งในสามจำคุก 2 ปี 8 เดือน จำเลยที่ 3 ให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสี่ เป็นให้จำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 2 ปี ข้อหาอื่นให้ยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า นายอนันต์ได้รับการจ้างวานจากจำเลยที่ 1 ที่ 2 ให้ค้นหาซองบุหรี่กรองทิพย์ที่ตกอยู่ในห้องเยี่ยมญาติถ้าพบจะให้ค่าตอบแทน 1,000 บาท และวินิจฉัยว่า เมื่อจำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้จ้างวานให้นายอนันต์คันหาบุหรี่ดังกล่าว แล้วใช้ให้จำเลยที่ 3 ไปรับจากนายอนันต์แทน เป็นการมอบหมายให้ยึดถือแทนอันเป็นตัวการร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งเฮโรอีนดังกล่าว โดยรู้อยู่ว่าของกลางเป็นเฮโรอีนจริง จึงเป็นการกระทำโดยเจตนา เมื่อข้อเท็จจริงยังไม่พอฟังว่าจำเลยทั้งสามมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย จำเลยทั้งสามจึงมีความผิดฐานร่วมกันมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ปรากฏว่าจำเลยที่ 3 ให้การรับสารภาพฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองแต่แรกเพียงแต่ปฏิเสธว่ามิได้มีไว้เพื่อจำหน่ายเท่านั้น เพราะมิได้กระทำผิดในส่วนนี้ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ตรงตามคำรับสารภาพของจำเลยที่ 3 ถือได้ว่าจำเลยที่ 3 รู้สึกความผิด ลุแก่โทษ และให้ความรู้แก่ศาลตรงตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว จึงเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา สมควรลดโทษให้จำเลยที่ 3 กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ส่วนกำหนดโทษที่ศาลอุทธรณ์วางมานั้นเหมาะสมตามพฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้ว พิพากษาแก้เป็นว่า ลดโทษให้จำเลยที่ 3 กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 1 ปี4 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4682/2534 พนักงานอัยการ จังหวัด ชลบุรี โจทก์ นาย สมบูรณ์ แทน บุญ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ชลบุรี · จำเลย - นาย สมบูรณ์ แทน บุญ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เพ็ง เพ็งนิติ · เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · อุระ หวังอ้อมกลาง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2532ฎีกา 1332-1335/2511ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 593/2510ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 619/2513ฎีกา 1268/2515ฎีกา 5598/2540ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 6416/2541ฎีกา 3578/2531ฎีกา 1893/2538ฎีกา 5487/2548ฎีกา 3595/2532ฎีกา 2936/2543ฎีกา 1790/2521ฎีกา 5806/2534ฎีกา 1315/2513ฎีกา 3380/2531ฎีกา 1/2567
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา