⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 531/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 531/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การลงชื่อในคำฟ้องอุทธรณ์โดยทนายความที่ถูกถอนจากการแต่งตั้งแล้ว ทำให้คำฟ้องอุทธรณ์นั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลฎีกามีอำนาจสั่งให้ศาลชั้นต้นแก้ไขให้ถูกต้องก่อนส่งให้ศาลอุทธรณ์พิจารณา.

ย่อคำพิพากษา

ส. เคยเป็นทนายความของจำเลยแต่ถูกถอนจากการแต่งตั้งแล้วเมื่อ ส. มาลงชื่อในอุทธรณ์โดยไม่ได้รับแต่งตั้ง ถือว่าเป็นคำฟ้องอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคำฟ้องอุทธรณ์ แต่ ส. เคยทำหน้าที่ทนายความแทนจำเลยการที่ศาลชั้นต้นรับคำฟ้องอุทธรณ์จึงเป็นการพิจารณาที่ผิดระเบียบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 27 ศาลฎีกามีอำนาจสั่งให้ศาลชั้นต้นจัดการให้จำเลยลงชื่อในฐานะผู้อุทธรณ์ในคำฟ้องอุทธรณ์ให้ถูกต้อง แล้วส่งสำนวนให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.1 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.18 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.27 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.62 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.65 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.242 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นของโจทก์ห้ามมิให้จำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง จำเลยให้การว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินส่วนหนึ่งของจำเลย ขอให้ศาลพิพากษายกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามมิให้จำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงได้ความว่า ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยได้แต่งตั้งนายสุนทร ประจำ เป็นทนายความให้ดำเนินคดีแทนจำเลย เมื่อได้รับแต่งตั้งแล้ว นายสุนทรได้ยื่นคำให้การแก้คดี แต่ในวันนัดสืบพยานโจทก์นัดแรกในวันที่5 กันยายน 2528 จำเลยได้ยื่นคำร้องขอถอนนายสนุทรออกจากการเป็นทนายความของจำเลยศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตตามที่จำเลยขอในวันเดียวกัน และในวันเดียวกันนี้ จำเลยได้แต่งตั้งนายรักพงษ์ ธนสารกุล เป็นทนายความของจำเลยนายรักพงษ์ได้ดำเนินคดีแทนจำเลยต่อจากนายสุนทรตลอดมาจนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้จำเลยแพ้คดี จำเลยอุทธรณ์ แต่จำเลยหรือนายรักษ์พงษ์ซึ่งมีสิทธิยื่นคำฟ้องอุทธรณ์แทนจำเลยมิได้ลงชื่อในคำฟ้องอุทธรณ์ กลับปรากฏว่านายสุนทรทนายความซึ่งถูกถอนไปแล้วได้ลงชื่อในฐานะผู้อุทธรณ์ ได้ความดังกล่าวมา ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า การที่ทนายความลงชื่อในคำฟ้องอุทธรณ์โดยไม่ได้รับแต่งตั้งให้มีอำนาจใช้สิทธิอุทธรณ์นั้น ถือว่าเป็นคำฟ้องอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาตามคำฟ้องอุทธรณ์ของจำเลย แต่แม้นายสุนทรถูกถอนออกจากการเป็นทนายความของจำเลยแล้ว นายสุนทรก็เคยทำหน้าที่ทนายความดำเนินคดีแทนจำเลย การที่ศาลชั้นต้นรับคำฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยซึ่งนายสุนทรผู้ลงชื่อในคำฟ้องอุทธรณ์ไม่มีอำนาจนั้นเป็นการพิจารณาที่ผิดระเบียบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ศาลฎีกามีอำนาจที่จะสั่งให้แก้ไขได้ตามที่เห็นสมควรคดีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์" พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นจัดการให้จำเลยลงชื่อในฐานะผู้อุทธรณ์ในคำฟ้องอุทธรณ์ให้ถูกต้อง แล้วส่งสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และฎีกาให้ศาลอุทธรณ์รวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 531/2534 นางศิริวรรณ พลรัตน์ โจทก์ นางวาสนา ไทยดี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางศิริวรรณ พลรัตน์ · จำเลย - นางวาสนา ไทยดี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญศรี กอบบุญ · เสียง ตรีวิมล · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7980/2551ฎีกา 4810/2542ฎีกา 1010/2539ฎีกา 280/2530ฎีกา 4715/2542ฎีกา 2076/2542ฎีกา 4637/2567ฎีกา 5640/2540ฎีกา 1572/2511ฎีกา 1268/2515ฎีกา 5272/2544ฎีกา 469/2531ฎีกา 3589/2525ฎีกา 8108/2542ฎีกา 2520/2544ฎีกา 1145/2512ฎีกา 1660/2518ฎีกา 4470/2543ฎีกา 70/2518ฎีกา 2898/2538ฎีกา 801/2515ฎีกา 119/2532ฎีกา 3790-3792/2540ฎีกา 4085/2559
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ