⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5820/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5820/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ถือหุ้นฟ้องคดีเพื่อรักษาผลประโยชน์จากการลงทุนในบริษัท ไม่ได้ทำให้ผู้ถือหุ้นนั้นมีอำนาจฟ้องคดีแทนบริษัทในเรื่องอื่นที่เกี่ยวกับสิทธิของบริษัท.

ย่อคำพิพากษา

เมื่อโจทก์ได้ดำเนินการตามขั้นตอนในฐานะผู้ถือหุ้นที่ใช้อำนาจครอบงำการจัดการเพื่อรักษาผลประโยชน์จากการลงทุนในบริษัทโดยฟ้องเพิกถอนรายงานการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นที่ ย.ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งกับพวกจัดทำอันเป็นเท็จ เพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลงกรรมการบริษัทแล้ว ขั้นต่อไปย่อมเป็นหน้าที่ของกรรมการบริษัทที่ได้รับแต่งตั้งโดยชอบจะเข้ามาดำเนินกิจการ แล้วพิจารณาว่าสมควรฟ้องร้องขอเพิกถอนคำพิพากษาตามยอมและสัญญาประนีประนอมยอมความที่ ย.ในฐานะผู้แทนโดยมิชอบของจำเลยที่ 7 ที่ 8 ทำไว้กับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 หรือไม่ต่อไป โจทก์ในฐานะผู้ถือหุ้นคนหนึ่งหาได้ถูกโต้แย้งสิทธิที่จะก้าวล่วงมาฟ้องในชั้นนี้เสียเองต่อบริษัทจำเลยที่ 7 ที่ 8 และจำเลยอื่นตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 ไม่ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1108 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1139 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1144 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1151 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1155 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1171 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1173 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1197 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1207 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1209 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1215

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ถือหุ้นคนหนึ่งของบริษัทจำเลยที่ 7ที่ 8 ต่อมา นายยงยุทธ พินธุโสภณ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นคนหนึ่งของบริษัทจำเลยที่ 7 ที่ 8 ได้ร่วมกับนายเชิดชัย พินธุโสภณ กรรมการคนหนึ่งของบริษัทจำเลยที่ 7 ที่ 8 จัดทำรายงานการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทจำเลยที่ 7 ที่ 8 อันเป็นเท็จว่า นายโฆสิตได้ขอลาออกจากกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทจำเลยที่ 7 ที่ 8และได้แต่งตั้งนายยงยุทธเองขึ้นเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทจำเลยที่ 7 ที่ 8 แทนที่นายโฆสิต ต่อมานายยงยุทธได้สมคบกับผู้ถือหุ้นบางคนของบริษัทจำเลยที่ 7 ที่ 8 จัดทำรายงานการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นอันเป็นเท็จขึ้นมาอีก โดยมีข้อความว่า ที่ประชุมได้ลงมติเป็นเอกฉันท์ให้นำทรัพย์สินและกิจการทั้งหมดอันได้แก่ที่ดินและสิ่งก่อสร้างของบริษัทจำเลยที่ 7 ที่ 8 ไปจำนองธนาคารไทยทนุจำกัด เป็นประกันหนี้บริษัทอื่น 3 บริษัท แล้วนำที่ดินและสิ่งก่อสร้างทั้งหมดดังกล่าวไปขายเอาเงินมาชำระหนี้แก่ธนาคารไทยทนุจำกัด แทนบริษัททั้งสามโดยวิธีไถ่จำนอง โดยให้นายยงยุทธดำเนินการตามมติดังกล่าวโดยเร็ว อันเป็นการขัดต่อวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งบริษัท การขายทรัพย์สินทั้งหมดดังกล่าวก็จะทำให้บริษัทจำเลยที่ 7 ที่ 8 ต้องเลิกกิจการ ต่อมานายประเสริฐกรรมการของบริษัทจำเลยที่ 8 และนายเชิดชัยกรรมการของบริษัทจำเลยที่ 7 ที่ 8ถึงแก่กรรม ยังผลให้บริษัทจำเลยที่ 7 มีนายสาวิทและนายยงยุทธเป็นกรรมการ และยังผลให้บริษัทจำเลยที่ 8 เหลือนายโฆสิตเป็นกรรมการเพียงคนเดียว แต่ปรากฏหลักฐานไม่ถูกต้องว่ามีนายยงยุทธเป็นกรรมการเพียงคนเดียว ซึ่งไม่ครบองค์ประชุมขัดต่อกฎหมายการทำนิติกรรมใด ๆ จึงเป็นโมฆะ นายยงยุทธได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมสิ่งก่อสร้างอันเป็นทรัพย์สินและกิจการของบริษัทจำเลยที่ 7 ที่ 8 ให้แก่จำเลยที่ 1 ในราคา 55,250,000 บาท โดยนายยงยุทธลงชื่อแทนบริษัทจำเลยที่ 7 ที่ 8 ในฐานะกรรมการและประทับตราซึ่งมิใช่ตราสำคัญของบริษัทจำเลยที่ 7 ที่ 8 โดยจำเลยที่ 1 ทราบอยู่แล้วว่านายยงยุทธมิใช่กรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทจำเลยที่ 7ที่ 8 และทราบรายงานการประชุมอันเป็นเท็จ ราคาทรัพย์สินที่ทำสัญญาจะซื้อจะขาย เคยมีผู้เสนอซื้อถึง 130,000,000 บาท ปัจจุบันราคาสูงกว่า 225,000,000 บาท ต่อมาในปี 2531 จำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 ได้ยื่นฟ้องจำเลยที่ 7 ที่ 8 ต่อศาลชั้นต้นขอให้บังคับตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน ทั้ง ๆ ที่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ไม่เคยเข้ามาเกี่ยวข้องกับสัญญาจะซื้อจะขายเลย ต่อมาจำเลยที่ 7 ที่ 8 โดยนายยงยุทธได้ลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญปลอมของบริษัทจำเลยที่ 7 ที่ 8 แต่งตั้งทนายความยื่นคำให้การรับข้อเท็จจริงตามคำฟ้อง และทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน ยอมจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมสิ่งก่อสร้างให้แก่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 5938/2531 ของศาลชั้นต้น สัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามยอมจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายทำให้โจทก์และผู้ถือหุ้นคนอื่น ๆ ได้รับความเสียหายขอให้เพิกถอนทำลายคำพิพากษาและสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีหมายเลขแดงที่ 5938/2531 ของศาลชั้นต้นว่าเป็นโมฆะ ไม่มีผลผูกพันบริษัทจำเลยที่ 7 ที่ 8 และที่ดินพร้อมสิ่งก่อสร้างตามสัญญาจะซื้อจะขาย ศาลชั้นต้นสั่งคำฟ้องว่า โจทก์เป็นเพียงผู้ถือหุ้นและไม่ได้เป็นกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทจำเลยที่ 7 ที่ 8 กรณีไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1169 และโจทก์ไม่ใช่คู่ความในคดีหมายเลขดำที่ 4369/2531 หมายเลขแดงที่ 5938/2531 ของศาลชั้นต้นโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ไม่รับฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหามีว่าโจทก์ในฐานะผู้ถือหุ้นคนหนึ่งของบริษัทจำเลยที่ 7 ที่ 8 มีอำนาจฟ้องบริษัทจำเลยที่ 7 ที่ 8 กับจำเลยอื่น ขอให้เพิกถอนคำพิพากษาและสัญญาประนีประนอมยอมความที่จำเลยทั้งแปดได้กระทำขึ้นตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่าผู้ถือหุ้นเป็นผู้ที่นำเงินมาลงทุนในบริษัท แต่ผู้ถือหุ้นย่อมไม่สามารถที่จะเข้ามาบริหารบริษัทได้ทั้งหมดทุกคน การใช้อำนาจครอบงำการจัดการเพื่อรักษาผลประโยชน์ของบริษัทผู้ถือหุ้นจำต้องแต่งตั้งผู้แทนอันได้แก่กรรมการบริษัทเข้ามาดำเนินกิจการแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1108(6), 1151, 1155 ต้องแต่งตั้งผู้สอบบัญชีเพื่อเข้ามาตรวจสอบฐานะการเงินของบริษัทตามมาตรา 1108(6), 1209 มีการประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นเพื่อให้กรรมการบริษัทรายงานผลการดำเนินงานและพิจารณาเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นตามมาตรา 1171, 1173 และผู้ถือหุ้นมีสิทธิเข้าทำการตรวจดูเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ของบริษัทตามมาตรา 1139, 1197, 1207 ตลอดจนมีสิทธิร้องขอต่อเสนาบดีเจ้าหน้าที่ให้ตั้งผู้ตรวจไปตรวจการงานของบริษัทตามมาตรา 1215 เท่านั้น โจทก์ฎีกาว่าโจทก์และผู้ถือหุ้นคนอื่นได้ยื่นคำฟ้องต่อศาลแพ่งเป็นอีกคดีหนึ่งเพื่อขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนรายงานการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นที่นายยงยุทธผู้ถือหุ้นคนหนึ่งกับพวกจัดทำอันเป็นเท็จ จนเป็นเหตุให้มีการเปลี่ยนแปลงกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทจำเลยที่ 7 ที่ 8 มาเป็นนายยงยุทธขณะนี้คดีดังกล่าวอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลแล้วนั้น เห็นว่าเมื่อโจทก์ได้ดำเนินการตามขั้นตอนในฐานะผู้ถือหุ้นที่ใช้อำนาจครอบงำการจัดการเพื่อรักษาผลประโยชน์จากการลงทุนในบริษัทโดยฟ้องเพิกถอนรายงานการประชุมดังกล่าวเพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลงกรรมการบริษัทดังนี้แล้ว ขั้นต่อไปย่อมเป็นหน้าที่ของกรรมการบริษัทที่ได้รับแต่งตั้งโดยชอบจะเข้ามาดำเนินกิจการ แล้วพิจารณาว่าสมควรฟ้องร้องขอเพิกถอนคำพิพากษาและสัญญาประนีประนอมยอมความหรือไม่ต่อไป โจทก์ในฐานะผู้ถือหุ้นคนหนึ่งหาได้ถูกโต้แย้งสิทธิที่จะก้าวล่วงมาฟ้องในชั้นนี้เสียเองต่อบริษัทจำเลยที่ 7 ที่ 8 และจำเลยอื่นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 ไม่..." พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5820/2534 นาย สม ศักดิ์ พินธุโสภ ณ โจทก์ นาย จิต ต์ ศุภนันตฤกษ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย สม ศักดิ์ พินธุโสภ ณ · จำเลย - นาย จิต ต์ ศุภนันตฤกษ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชัย ศิริบุตร · ชุม สุกแสงเปล่ง · อุดม มั่งมีดี
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1073/2508ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544ฎีกา 73-74/2506ฎีกา 2765/2548ฎีกา 2368/2523ฎีกา 1025/2487ฎีกา 1971/2494ฎีกา 789/2515ฎีกา 513/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ