⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6062/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6062/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคู่สัญญาเลิกสัญญากันโดยปริยายแล้ว สิทธิหน้าที่ตามสัญญาที่เกิดขึ้นก่อนการเลิกสัญญาย่อมสิ้นสุดลง

ย่อคำพิพากษา

แม้ตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน กำหนดเรื่องการชำระราคากันว่าโจทก์ชำระเงินให้แก่จำเลยในวันทำสัญญาแล้ว 10,000 บาท ที่เหลือส่งชำระเป็นรายเดือน เดือนละ 500 บาท จนกว่าจะครบ 37,500 บาทจำเลยจึงจะโอนสิทธิให้ แม้โจทก์มิได้ชำระเงินทุกเดือนรวมหลาย ๆ เดือนชำระครั้งหนึ่ง ไม่ได้ถือกำหนดเวลาในสัญญาเป็นสำคัญก็ตาม แต่เมื่อต่อมาโจทก์รื้อบ้านของโจทก์ที่ปลูกไว้ออกจากที่ดินดังกล่าวไปแล้วไม่ได้ชำระเงินให้จำเลยนานถึง 4 ปีเศษ โดยจำเลยไม่เคยทวงถามให้โจทก์ชำระหนี้อีกเลย แสดงว่าโจทก์จำเลยเลิกสัญญากันโดยปริยายแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.386 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.387

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินกับโจทก์ในราคา37,500 บาท โจทก์ผ่อนชำระให้จำเลยแล้วเป็นเงิน 17,000 บาทส่วนที่เหลือ 10,500 บาท โจทก์นำไปชำระให้จำเลยและให้จำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้โจทก์ จำเลยไม่ยอมรับเงินและไม่ยอมโอนที่ดินให้โจทก์ จึงนำเงินไปวางที่สำนักงานวางทรัพย์โจทก์ได้บอกให้จำเลยไปรับเงิน แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับให้จำเลยรับเงินส่วนที่เหลือจำนวน 10,500 บาท จากโจทก์ และไปทำการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินตามเลขที่ดิน 11 ตำบลธานีอำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย เนื้อที่ 150 ตารางวา ให้แก่โจทก์ทันทีถ้าจำเลยไม่ยินยอมไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่โจทก์ขอถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยในการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน จำเลยให้การว่า ได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินกับโจทก์แล้วผิดนัดไม่ชำระเงินให้จำเลย จำเลยทวงถามแล้ว แต่โจทก์ไม่ชำระหลังจากสิ้นเดือนกันยายน 2523 จำเลยจึงบอกเลิกสัญญากับโจทก์และริบเงินที่โจทก์ชำระไว้ โจทก์ตกลงเลิกสัญญา และให้ริบเงิน จำเลยไม่เคยผ่อนผันขยายเวลาชำระเงินให้โจทก์ โจทก์จึงไม่มีสิทธินำเงินมาชำระราคาที่ดินและบังคับให้จำเลยโอนที่ดินให้โจทก์ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า บุตรสาวจำเลยเป็นผู้ชวนให้โจทก์มาซื้อที่ดินพิพาท โจทก์จำเลยได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินกันและโจทก์ชำระเงินให้จำเลยแล้ว 34 งวด ครั้งสุดท้ายชำระวันที่30 กันยายน 2523 แล้วไม่ได้ชำระให้จำเลยอีก ต่อมาวันที่ 30 มกราคม2528 โจทก์ได้นำเงินส่วนที่เหลือไปวางต่อสำนักงานวางทรัพย์และวินิจฉัยว่าตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินได้กำหนดเรื่องการชำระราคากันไว้ว่า ผู้ซื้อได้ชำระเงินจำนวน 10,000 บาท ให้แก่ผู้ขายไว้เรียบร้อยแล้ว เป็นเงินมัดจำสำหรับซื้อขายและผู้ซื้อจะส่งเป็นเดือน เดือนละ 500 บาท จนกว่าจะครบ 37,500 บาท ถึงจะโอนสิทธิให้ต่อมาโจทก์ซึ่งเป็นผู้ซื้อมิได้ชำระเงินให้แก่จำเลยผู้ขายทุกเดือนแต่รวมหลาย ๆ เดือนส่งครั้งหนึ่ง ไม่ได้ถือกำหนดเวลาตามที่ระบุไว้ในสัญญาเป็นสำคัญ แต่การที่โจทก์ซื้อที่ดินจากจำเลยแล้วปลูกบ้านเช่นเดียวกับผู้ซื้อรายอื่นแล้วได้รื้อออกไป และหลังจากนั้นไม่เคยส่งเงินค่างวดให้แก่จำเลยอีกเลย เป็นเวลานานถึง 4 ปีเศษ โดยจำเลยไม่เคยทวงถามให้โจทก์ชำระหนี้ เช่นนี้แสดงว่า โจทก์จำเลยเลิกสัญญากันโดยปริยาย การที่จำเลยไม่ยอมรับเงินค่าที่ดินจากโจทก์จึงไม่เป็นการผิดสัญญาแต่อย่างไร พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6062/2534 นาง สม ใจ พรมพุก โจทก์ นาย บุญ ธรรม เงิน ทอง เนียม ฯ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง สม ใจ พรมพุก · จำเลย - นาย บุญ ธรรม เงิน ทอง เนียม ฯ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุไร คังคะเกตุ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · จรัส อุดมวรชาติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3796/2540ฎีกา 1609-1610/2519ฎีกา 472/2526ฎีกา 591/2531ฎีกา 2494/2553ฎีกา 2821/2522ฎีกา 390/2536ฎีกา 560/2553ฎีกา 144/2535ฎีกา 6344/2549ฎีกา 2409/2551ฎีกา 654/2541ฎีกา 8477/2540ฎีกา 6239/2551ฎีกา 3601/2538ฎีกา 763/2484ฎีกา 42/2516ฎีกา 1397/2544ฎีกา 5434/2536ฎีกา 615/2531ฎีกา 6052/2537ฎีกา 1733/2492ฎีกา 1567/2513ฎีกา 3408/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา