⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3408/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3408/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่คู่สัญญาตกลงกันว่าการชำระหนี้ตรงตามกำหนดเวลาเป็นสาระสำคัญแห่งสัญญา หากฝ่ายลูกหนี้ผิดนัด เจ้าหนี้จะบอกเลิกสัญญาได้ทันทีนั้น หากในทางปฏิบัติเจ้าหนี้ได้ยอมรับการชำระหนี้ล่าช้าโดยมิได้ทักท้วง ย่อมถือว่าคู่สัญญาไม่ได้มีเจตนาที่จะถือเอากำหนดเวลาชำระหนี้เป็นสาระสำคัญอีกต่อไป เจ้าหนี้จึงต้องบอกกล่าวให้ลูกหนี้ชำระหนี้ภายในระยะเวลาอันสมควรเสียก่อน จึงจะบอกเลิกสัญญาได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387

ย่อคำพิพากษา

สัญญาเช่าซื้อระบุว่า การชำระค่าเช่าซื้อตรงตามกำหนดเวลาเป็นสาระสำคัญของสัญญา ถ้าผู้เช่าซื้อผิดนัดค้างชำระค่าเช่าซื้อสองงวดติดต่อกันหรือผิดนัดค้างชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่สองงวดขึ้นไป ให้สัญญาเช่าซื้อเป็นอันยกเลิกเพิกถอนทันที แต่ในทางปฏิบัติเมื่อจำเลยผู้เช่าซื้อมิได้ชำระค่าเช่าซื้อให้โจทก์ตรงตามกำหนดที่ระบุไว้ในสัญญาตลอดมา โจทก์ก็ยอมรับชำระโดยมิได้อิดเอื้อน จึงเห็นได้ว่าโจทก์และจำเลยมิได้มีเจตนาที่จะถือเอากำหนดเวลาตามสัญญาเช่าซื้อเป็นสาระสำคัญหากโจทก์ประสงค์จะเลิกสัญญาเช่าซื้อกับจำเลย โจทก์ต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387 กล่าวคือต้องบอกกล่าวกำหนดระยะเวลาพอสมควรให้จำเลยชำระค่าเช่าซื้องวดที่ติดค้างอยู่ต่อเมื่อจำเลยไม่ชำระค่าเช่าซื้อภายในระยะเวลาที่กำหนดนั้นโจทก์จึงจะบอกเลิกสัญญาได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.387 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.574

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายตามสัญญาเช่าซื้อจำนวน ๑๕๐,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน ๔๖,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฎีกาว่า การที่จำเลยที่ ๑ ไม่ชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่งวดประจำวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๒๖ เป็นต้นมา ถือได้ว่าสัญญาเช่าซื้อเป็นอันเลิก โดยโจทก์ไม่จำต้องบอกเลิกสัญญาอีกนั้น เห็นว่าแม้สัญญาเช่าซื้อเอกสารหมาย จ.๔ ข้อ ๑๒ ระบุว่า การชำระค่าเช่าซื้อตรงตามกำหนดเวลาเป็นสาระสำคัญของสัญญานี้ ถ้าผู้เช่าซื้อผิดนัดค้างชำระค่าเช่าซื้อสองงวดติดต่อกัน หรือผิดนัดค้างชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่สองงวดขึ้นไปให้สัญญาเช่าซื้อฉบับนี้เป็นอันยกเลิกเพิกถอนทันทีก็ดี แต่ทางปฏิบัติตามความเป็นจริงนั้น จำเลยที่ ๑ มิได้ชำระค่าเช่าซื้อให้โจทก์ตรงตามกำหนดภายในวันที่ ๕ ของเดือนทุกเดือนตามที่ระบุไว้ในสัญญาเช่าซื้อตลอดมา ปรากฏว่าโจทก์ยอมรับชำระค่าเช่าซื้อจากจำเลยที่ ๑ โดยมิได้อิดเอื้อนทุกครั้ง จึงเห็นได้ว่าโจทก์และจำเลยที่ ๑ มิได้มีเจตนาที่จะถือเอากำหนดเวลาตามสัญญาเช่าซื้อเป็นสาระสำคัญดังสัญญาเช่าซื้อกำหนดไว้ ดังนั้น หากโจทก์ประสงค์จะเลิกสัญญาเช่าซื้อกับจำเลยโจทก์ต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๘๗ กล่าวคือ ต้องบอกกล่าวกำหนดระยะเวลาพอสมควรให้จำเลยชำระค่าเช่าซื้องวดที่ติดค้างอยู่ ต่อเมื่อจำเลยไม่ชำระค่าเช่าซื้อภายในระยะเวลาที่กำหนดนั้น โจทก์จึงจะบอกเลิกสัญญาได้ ดังนั้น การที่โจทก์มิได้บอกกล่าวให้จำเลยชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระแก่โจทก์จะถือว่าจำเลยผิดสัญญายังไม่ได้ โจทก์จึงฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสองไม่ได้ ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3408/2530 บริษัทโค้วยู่ฮะมอเตอร์ จำกัด โจทก์ นายบุญลือ ภูมิโสม กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทโค้วยู่ฮะมอเตอร์ จำกัด · จำเลย - นายบุญลือ ภูมิโสม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุชาติ จิวะชาติ · เสรี แสงศิลป์ · อำนวย เปล่งวิทยา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดขอนแก่น - นายปิ่น ศรีเมือง · ศาลอุทธรณ์ - นายรุทธ์ ถนอมกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2996/2531ฎีกา 3796/2540ฎีกา 5302/2538ฎีกา 2763/2551ฎีกา 1609-1610/2519ฎีกา 408/2548ฎีกา 3213/2550ฎีกา 2821/2522ฎีกา 390/2536ฎีกา 560/2553ฎีกา 144/2535ฎีกา 6344/2549ฎีกา 2409/2551ฎีกา 8367/2547ฎีกา 6239/2551ฎีกา 3601/2538ฎีกา 4873/2528ฎีกา 3010/2543ฎีกา 1593/2554ฎีกา 5996/2530ฎีกา 615/2531ฎีกา 3295/2533ฎีกา 3765/2532ฎีกา 1567/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา