⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6440/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6440/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ไม่นำส่งหมายให้จำเลยภายในกำหนดเวลาที่ศาลสั่ง ถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้อง และศาลมีอำนาจสั่งจำหน่ายคดีได้.

ย่อคำพิพากษา

ในคดีอาญาศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว มีคำสั่งให้ประทับฟ้องไว้พิจารณาและนัดสืบพยานโจทก์ ให้โจทก์นำส่งหมายภายใน7 วัน หากไม่นำส่งให้ถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้อง โจทก์ทราบคำสั่งแล้วทนายโจทก์นำเงินค่าส่งหมายไปวางต่อเจ้าพนักงานศาลแต่มิได้นำส่งถือว่าโจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลกำหนดไว้เพื่อการนั้นโดยชอบ อันเป็นการทิ้งฟ้องตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 174(2) ประกอบกับ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 15 ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีของโจทก์เสียจากสารบบความ ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 132(1)ประกอบกับ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 จึงชอบแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.70 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.132 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.174 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ออกเช็คให้โจทก์เพื่อชำระหนี้ เมื่อเช็คถึงกำหนดโจทก์นำเช็คเข้าเรียกเก็บเงิน ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 และ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว มีคำสั่งให้ประทับฟ้องไว้พิจารณาและนัดสืบพยานโจทก์ ให้โจทก์นำส่งหมายเรียกแก่จำเลยภายใน7 วัน หากไม่นำส่งให้ถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้อง ต่อมาเจ้าพนักงานศาลรายงานต่อศาลว่า โจทก์มิได้นำส่งหมายเรียกแก่จำเลยในกำหนด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์ทิ้งฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 174(2) ประกอบด้วย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 15 ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ โดยอ้างว่าโจทก์ได้นำหมายเรียกที่จะส่งให้แก่จำเลยในกำหนดแล้ว ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว ให้ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์นำส่งหมายเรียกให้จำเลยเป็นการสั่งให้โจทก์ซึ่งเป็นคู่ความปฏิบัติหน้าที่ตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 70 วรรคท้ายกำหนดไว้ โจทก์จึงมีหน้าที่จะต้องดำเนินการต่อไปภายในเวลาที่กำหนดเมื่อโจทก์ทราบคำสั่งศาลแล้วไม่นำส่งหมายเรียกให้จำเลยภายใน7 วัน ต้องถือว่าโจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลเห็นสมควรกำหนดไว้เพื่อการนั้นโดยชอบ อันเป็นการทิ้งฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(2) ประกอบกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่าโจทก์ได้วางเงินค่านำส่งหมายเรียกให้เจ้าพนักงานศาลแล้วก็ตาม โจทก์ก็ยังมีหน้าที่ต้องนำเจ้าพนักงานศาลไปส่งหมายเรียกให้แก่จำเลย เมื่อโจทก์ไม่นำเจ้าพนักงานศาลไปส่งหมายเรียกภายในเวลาตามที่ศาลชั้นต้นกำหนดก็ชอบที่ศาลชั้นต้นจะสั่งจำหน่ายคดีได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 132(1) ประกอบกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 กรณีไม่มีเหตุที่จะยกขึ้นพิจารณาใหม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6440/2534 นาย เกรียงไกร ลิวชวโรจน์ โจทก์ นาย สุพจน์ อนุพันธ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย เกรียงไกร ลิวชวโรจน์ · จำเลย - นาย สุพจน์ อนุพันธ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญส่ง วรรณกลาง · วิทวัส อยู่วัฒนา · ตัน เวทไว
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7570/2541ฎีกา 6025/2538ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 7722/2544ฎีกา 666/2502ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1268/2515ฎีกา 7988/2551ฎีกา 8366/2557ฎีกา 1699/2525ฎีกา 1715/2545ฎีกา 2186/2550ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1875/2547ฎีกา 1477/2500ฎีกา 469/2531ฎีกา 6911/2544ฎีกา 3474/2538ฎีกา 8297/2540ฎีกา 5103/2528ฎีกา 2766/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา