⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 835/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 835/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลฎีกาจะรับวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายได้นั้น ปัญหาข้อกฎหมายนั้นจะต้องเป็นสาระแก่คดีและสามารถเปลี่ยนแปลงผลของคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ได้.

ย่อคำพิพากษา

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์เป็นคดีที่ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 โจทก์ร่วมได้รับอนุญาตจากผู้พิพากษาที่ลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ฎีกาปัญหาข้อกฎหมาย แต่เมื่อปัญหาข้อกฎหมายนั้นแม้ศาลฎีกาจะวินิจฉัยให้ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงผลของคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่วินิจฉัยว่าจำเลยไม่มีเจตนาทุจริตซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่ยุติแล้วได้ ดังนี้ ปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวจึงเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคแรก ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.220 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.221 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน ได้มีคนร้ายหลายคนร่วมกันลักหนังจระเข้ หนังงูของห้างฯไทยมิตรพัฒนาเทรดดิ้งผู้เสียหายซึ่งอยู่ ในความดูแลรักษาของห้าง ฯ ตั้งจิ้นเส็งสาขากรุงเทพมหานคร ไปโดยทุจริต ทั้งนี้โดยจำเลยทั้งสองร่วมกันลักทรัพย์ดังกล่าวไปหรือมิฉะนั้นก็ร่วมกันรับไว้ซึ่งทรัพย์ดังกล่าวโดยรู้อยู่ แล้วว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำผิดฐานลักทรัพย์ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334, 335(7), 357, 83, 93กับเพิ่มโทษจำเลยที่ 2 ตามกฎหมายด้วย ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ร่วมไม่ใช่เจ้าของทรัพย์ของกลางเพราะกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ดังกล่าวยังไม่โอนมายังโจทก์ร่วม โจทก์ร่วมจึงไม่ใช่ผู้เสียหาย และจำเลยไม่มีเจตนาทุจริต พิพากษายกฟ้อง โจทก์ร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ร่วมฎีกาโดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาเฉพาะในปัญหาที่ว่า กรรมสิทธิ์ในทรัพย์ของกลางโอนมายังโจทก์ร่วมแล้วหรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ว่าจำเลยไม่มีเจตนาทุจริตยุติแล้วตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ กรณีจึงเป็นอันเอาผิดแก่จำเลยไม่ได้เสียแล้ว ฉะนั้น ตามปัญหาที่มาสู่ ศาลฎีกาว่ากรรมสิทธิ์ในทรัพย์ของกลางโอนมายังโจทก์ร่วมแล้วหรือไม่นั้น แม้จะเป็นปัญหาข้อกฏหมายซึ่งผู้พิพากษาที่ลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาขึ้นมาก็ตาม แต่ไม่ว่าศาลฎีกาจะวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวอย่างไรก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงผลของคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ได้ ปัญหาข้อนี้จึงเป็นข้อกฏหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคแรก ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษาให้ยกฎีกาของโจทก์ร่วม. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 835/2534 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ไทย มิตร พัฒนา เท รดดิ้ง โจทก์ นาย ธวัชชัย หรือ หลี อรัญญกานนท์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ไทย มิตร พัฒนา เท รดดิ้ง · จำเลย - นาย ธวัชชัย หรือ หลี อรัญญกานนท์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิชิต พรหมพิทักษ์กุล · สถิตย์ เล็งไธสง · บุญสิน ตุลากัน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 7988/2551ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 6911/2544ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 8444/2538ฎีกา 4883/2541ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1166/2491ฎีกา 674/2549ฎีกา 497/2539ฎีกา 459/2546ฎีกา 582/2510ฎีกา 1632/2536ฎีกา 2846/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา