⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1624/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1624/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องบังคับตามสัญญาจะซื้อจะขายมีอายุความ 10 ปี และการที่เจ้าพนักงานที่ดินไม่รับจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์เนื่องจากโฉนดชำรุด ไม่ถือเป็นความผิดของโจทก์ที่จะทำให้จำเลยบอกเลิกสัญญาได้

ย่อคำพิพากษา

การฟ้องขอให้บังคับตามสัญญาจะซื้อจะขายนั้น กฎหมายไม่ได้กำหนดไว้โดยเฉพาะว่าให้ใช้บังคับเสียภายในระยะเวลาเท่าใดจึงต้องถือว่ามีกำหนดอายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 164 การที่เจ้าพนักงานที่ดินยังไม่รับจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินของจำเลยทั้งสองให้แก่โจทก์ เนื่องจากโฉนดที่ดินฉบับสำนักงานที่ดินชำรุดนั้น ไม่ใช่ความผิดของโจทก์ ไม่ถือว่าโจทก์ผิดสัญญาจะซื้อจะขาย จำเลยทั้งสองจะอ้างเหตุดังกล่าวมาบอกเลิกสัญญากับโจทก์ไม่ได้ การบอกเลิกสัญญาไม่มีผล สัญญาจะซื้อจะขายระหว่างโจทก์กับจำเลยยังใช้บังคับอยู่ จำเลยทั้งสองจึงต้องโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินให้โจทก์ตามสัญญา.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.164 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.386 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.453

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มอบอำนาจให้นายกิตติ เป็นผู้ฟ้องและดำเนินคดีแทนจำเลยทั้งสองได้ทำสัญญาจะขายที่ดินให้แก่โจทก์โดยตกลงว่า จำเลยทั้งสองจะทำการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทให้โจทก์ ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดนครนายก ตามวันและเวลาที่โจทก์นัดหมาย ต่อมาโจทก์ได้แจ้งให้จำเลยทั้งสองจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทและรับชำระค่าที่ดินจากโจทก์ แต่จำเลยทั้งสองกลับมีหนังสือแจ้งขอยกเลิกสัญญาจะซื้อจะขายต่อโจทก์ โจทก์จึงแจ้งยืนยันให้จำเลยทั้งสองจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉยเรื่อยมา ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 3010 ให้แก่โจทก์หากไม่ปฏิบัติตาม ขอให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองให้การว่า นายปิติพงศ์ ไม่มีอำนาจมอบให้ฟ้องคดีแทนโจทก์ไม่รับรองหนังสือมอบอำนาจท้ายฟ้อง คดีโจทก์ขาดอายุความ สัญญาจะซื้อจะขายดังกล่าวจึงไม่มีผลใช้บังคับทั้งในวันซึ่งโจทก์นัดจดทะเบียนรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทนั้นเจ้าพนักงานที่ดินก็ไม่อาจทำการจดทะเบียนให้ได้ และโจทก์ก็มิได้ชำระราคาที่ดินพิพาทให้จำเลย ถือได้ว่าสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทยกเลิกกันไป ซึ่งจำเลยทั้งสองก็มีหนังสือแจ้งยืนยันขอเลิกสัญญาไปยังโจทก์แล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 3010 แก่โจทก์ หากไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาแสดงเจตนาแทน ทั้งนี้โดยโจทก์มีหน้าที่ต้องชำระราคาที่ดินให้จำเลยทั้งสองไร่ละ 1,951 บาท และเป็นฝ่ายชำระค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า จำเลยทั้งสองเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 3010 หมู่ 11ตำบลบ้านพริก อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก เมื่อวันที่ 20พฤศจิกายน 2528 จำเลยทั้งสองได้ทำสัญญาจะขายที่ดินดังกล่าวให้โจทก์ โจทก์และจำเลยได้ไปติดต่อจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์กันเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2529 แต่เจ้าพนักงานที่ดินจดทะเบียนโอนให้ไม่ได้เนื่องจากโฉนดที่ดินฉบับสำนักงานที่ดินชำรุด ต่อมาจำเลยทั้งสองมีหนังสือบอกเลิกสัญญาต่อโจทก์ โจทก์ได้มีหนังสือถึงจำเลยทั้งสองว่ายังประสงค์จะรับโอนที่ดินและชำระเงินเมื่อสำนักงานที่ดินจังหวัดนครนายกดำเนินการออกใบแทนโฉนดเสร็จโดยจะแจ้งให้จำเลยทั้งสองทราบ แต่จำเลยทั้งสองตอบปฏิเสธอ้างว่าได้บอกเลิกสัญญาแล้ว ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองที่ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ คดีของโจทก์ขาดอายุความหรือไม่และจำเลยทั้งสองยังต้องผูกพันตามสัญญาจะซื้อขายอยู่หรือไม่ โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่นั้น จำเลยทั้งสองให้การไว้ว่านายปิติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ไม่มีอำนาจมอบให้ฟ้องคดีแทนโจทก์แต่จำเลยทั้งสองได้ฎีกาว่าหนังสือมอบอำนาจไม่ได้ระบุชัดว่าฟ้องจำเลยทั้งสองเรื่องอะไร โจทก์นำสืบเพียงแต่ผู้รับมอบอำนาจเบิกความว่าได้รับมอบอำนาจให้ฟ้องคดีเท่านั้น จึงยังรับฟังไม่ได้ในข้อนี้นั้น ฎีกาของจำเลยไม่ตรงประเด็นกับที่จำเลยทั้งสองให้การไว้ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยให้ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองตามสัญญาจะซื้อขาย ซึ่งไม่มีกฎหมายกำหนดไว้โดยเฉพาะว่าให้ใช้บังคับเสียภายในระยะเวลาเท่าใด ต้องถือว่ามีกำหนดอายุความ 10 ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 คดีของโจทก์จึงยังไม่ขาดอายุความ และการที่เจ้าพนักงานที่ดินยังไม่รับจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้โจทก์จำเลยทั้งสองโดยอ้างว่า โฉนดที่ดินฉบับสำนักงานที่ดินชำรุดนั้นมิใช่เป็นความผิดของโจทก์ จะถือว่าโจทก์ผิดสัญญายังไม่ได้ จำเลยทั้งสองจึงจะอ้างเหตุดังกล่าวมาบอกเลิกสัญญากับโจทก์ไม่ได้ การบอกเลิกสัญญาต่อโจทก์ย่อมไม่มีผลสัญญาจะซื้อขายระหว่างโจทก์กับจำเลยยังใช้บังคับอยู่ จำเลยทั้งสองต้องโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินให้โจทก์ตามสัญญา..." พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1624/2535 สำนักงาน การปฏิรูปที่ดิน เพื่อ เกษตรกรรม โจทก์ นาย วิสิษฐ์ มาลิน กู ล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - สำนักงาน การปฏิรูปที่ดิน เพื่อ เกษตรกรรม · จำเลย - นาย วิสิษฐ์ มาลิน กู ล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อัมพร ทองประยูร · ก้าน อันนานนท์ · อุดม เฟื่องฟุ้ง
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2694/2535ฎีกา 591/2531ฎีกา 681/2506ฎีกา 2494/2553ฎีกา 824/2545ฎีกา 2821/2522ฎีกา 7122/2545ฎีกา 2409/2551ฎีกา 4082/2530ฎีกา 6239/2551ฎีกา 2763/2536ฎีกา 763/2484ฎีกา 42/2516ฎีกา 912/2490ฎีกา 5434/2536ฎีกา 1055/2492ฎีกา 2093/2532ฎีกา 1882/2518ฎีกา 1531/2526ฎีกา 1453/2542ฎีกา 2768/2519ฎีกา 156/2513ฎีกา 4176/2530ฎีกา 2610/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ