⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2133/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2133/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ในการรับฟังพยานหลักฐานเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่อาจฎีกาในข้อเท็จจริงได้ เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

สุกรที่ผู้ร้องขอให้ปล่อยจากการยึด เจ้าพนักงานบังคับคดีประเมินราคาไว้เป็นเงิน 21,000 บาท จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ไม่เกิน50,000 บาท ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่า ส. และจำเลยที่ 2ซึ่งเป็นพยานผู้ร้องเบิกความถึงเอกสารหมาย ร.1 แตกต่างกันเป็นพิรุธน่าสงสัยว่าเอกสารดังกล่าวได้จัดทำขึ้นหลังยึดสุกรแล้วที่ผู้ร้องฎีกาว่าสุกรดังกล่าวเป็นของผู้ร้องไม่ใช่ของจำเลยที่ 2 การที่ศาลรับฟังพยานโจทก์เป็นการสืบพยานบุคคลเปลี่ยนแปลงข้อความในเอกสารหมาย ร.1 นั้น จึงเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 1 เป็นฎีกาในข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้และศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้แก่โจทก์เป็นเงิน 20,000บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียม ต่อมาจำเลยทั้งสองไม่ยอมชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์ขอให้บังคับคดีนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดสุกร 12 ตัวของจำเลยที่ 2 ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าสุกร 12 ตัวราคาประมาณ 21,000 บาท ตามบัญชียึดทรัพย์ เป็นทรัพย์ของผู้ร้องที่นำไปฝากไว้กับจำเลยที่ 2เพื่อให้เลี้ยงดู และแบ่งลูกสุกรซึ่งจะเกิดขึ้นภายหลัง ปรากฏหลักฐานการรับฝากเลี้ยงสุกร เอกสารท้ายคำร้อง ขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด โจทก์ให้การว่า ทรัพย์ตามบัญชียึดทรัพย์เป็นของจำเลยที่ 2ไม่ใช่ของผู้ร้อง หลักฐานการรับฝากสุกรเอกสารท้ายคำร้องเป็นหลักฐานเท็จที่จำเลยที่ 2 ร่วมกับผู้ร้องทำขึ้นภายหลังการยึดทรัพย์ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกคำร้องของผู้ร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สุกรจำนวน 12 ตัว ที่ผู้ร้องขอให้ปล่อยจากการยึดเจ้าพนักงานบังคับคดีประเมินราคาไว้เป็นจำนวนเงิน21,000 บาท คดีจึงมีทุนทรัพย์ไม่เกิน 50,000 บาท ฎีกาของผู้ร้องที่ว่าสุกรจำนวน 12 ตัว เป็นของผู้ร้องไม่ใช่ของจำเลยที่ 2 การที่ศาลรับฟังพยานโจทก์เป็นการสืบพยานบุคคลเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารหมาย ร.1 ที่ผู้ร้องอ้างส่งต่อศาลนั้น เห็นว่าศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่า นายสมศักดิ์ และจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นพยานของผู้ร้องเบิกความถึงเอกสารหมาย ร.1 แตกต่างกันเป็นพิรุธน่าสงสัยว่าเอกสารดังกล่าวได้จัดทำขึ้นหลังยึดสุกรแล้ว ฎีกาของผู้ร้องดังกล่าวจึงเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 1 เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ที่ใช้บังคับในขณะผู้ร้องยื่นฎีกา ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของผู้ร้องจึงไม่ถูกต้องศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ พิพากษาให้ยกฎีกาผู้ร้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2133/2535 นาง สมบูรณ์ อภัย บุ รี โจทก์ นาย เจ็งตี่หรือเอ้ แซ้ลิ้ม ผู้ร้อง นาง ถวิล แก้วมณี กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง สมบูรณ์ อภัย บุ รี · ผู้ร้อง - นาย เจ็งตี่หรือเอ้ แซ้ลิ้ม · จำเลย - นาง ถวิล แก้วมณี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล สระฏัน · ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · ราเชนทร์ จัมปาสุต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5302/2548ฎีกา 770/2535ฎีกา 7677/2557ฎีกา 1015/2509ฎีกา 824/2519ฎีกา 1590/2513ฎีกา 4015/2528ฎีกา 83-84/2529ฎีกา 1229/2545ฎีกา 2812/2539ฎีกา 1030/2509ฎีกา 817/2490ฎีกา 1247/2510ฎีกา 1339/2543ฎีกา 8732/2549ฎีกา 2186/2550ฎีกา 891/2510ฎีกา 1492/2510ฎีกา 825/2509ฎีกา 541/2509ฎีกา 6058/2538ฎีกา 6455/2538ฎีกา 1902/2494ฎีกา 635/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา