⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2200/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2200/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การทวงถามหนี้หลายประเภทในหนังสือฉบับเดียวกัน ไม่ถือเป็นการแปลงหนี้ใหม่ เว้นแต่คู่กรณีได้ทำสัญญาตกลงเปลี่ยนสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งหนี้กันโดยชัดแจ้ง

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นหนี้โจทก์อยู่ 2 ประเภท คือ หนี้เงินกู้ประเภทหนึ่งและหนี้ค่าเช่าซื้อรถแทรกเตอร์อีกประเภทหนึ่ง โจทก์ได้มีหนังสือทวงถามหนี้ทั้ง 2 ประเภทรวมกันไปยังจำเลย การที่โจทก์ทวงหนี้จำเลยทั้ง 2 ประเภท โดยทำหนังสือทวงถามฉบับเดียวกันจะแปลว่าหนี้ 2 ประเภทนั้นได้แปลงเป็นหนี้ใหม่แล้วหรือแปรสภาพเป็นหนี้เดียวกันแล้วหาได้ไม่เพราะการที่จะถือว่ามีการแปลงหนี้ใหม่จะต้องได้ความว่าคู่กรณีคือ โจทก์และจำเลยได้ทำสัญญาเปลี่ยนสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งหนี้กัน แต่เรื่องนี้โจทก์จำเลยไม่ได้ทำสัญญาเปลี่ยนสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งหนี้ ดังนี้แม้โจทก์ได้ยึดรถแทรกเตอร์จากจำเลยคืนไปอันอาจทำให้หนี้ค่าเช่าซื้อรถแทรกเตอร์ระงับไปก็ตาม ก็ไม่ทำให้หนี้เงินกู้ซึ่งเป็นหนี้อีกประเภทหนึ่งระงับไปด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.349

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้กู้ยืมเงินไปจากโจทก์ จำนวน 220,000 บาทและสัญญาว่าจะชำระเงินกู้ดังกล่าวในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2526ต่อมาวันที่ 31 มีนาคม 2526 จำเลยชำระเงินให้โจทก์ 100,000 บาทแล้วไม่ชำระให้โจทก์อีก ขอให้ศาลพิพากษาบังคับให้จำเลยชำระต้นเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยกู้ยืมเงินโจทก์ จำเลยเคยเช่าซื้อรถแทรกเตอร์ จำนวน 2 คัน จากโจทก์ การผ่อนชำระค่าเช่าซื้อรถแทรกเตอร์ดังกล่าว จำเลยไม่สามารถผ่อนชำระให้โจทก์ติดต่อกันหลาย ๆ เดือน โจทก์ได้นำเงินค่างวดที่ค้างชำระคิดดอกเบี้ยซ้อนดอกเบี้ย แล้วนำยอดหนี้ค้างชำระดังกล่าวไปเป็นหนี้เงินยืม จำเลยผิดสัญญาผ่อนชำระค่างวดรถทั้ง 2 คัน จนถึงปี พ.ศ. 2526 โจทก์ได้ให้จำเลยจ่ายเช็คธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด สาขาสุโขทัย ล่วงหน้าให้โจทก์หลายฉบับ รวมทั้งเช็คฉบับลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2526ที่ปรากฏในสัญญากู้เงินเอกสารท้ายฟ้องด้วย ต่อมาจำเลยส่งดราฟต์ธนาคารกรุงไทย จำกัด เลขที่ 089363 ลงวันที่ 28 มีนาคม 2526ไปชำระให้โจทก์เป็นเงิน 100,000 บาท หลังจากนั้นจำเลยชำระหนี้ให้โจทก์อีกหลายครั้ง รวมทั้งดราฟต์ธนาคารกรุงไทย จำกัดสาขาสุโขทัย เลขที่ 394992 ลงวันที่ 2 สิงหาคม 2526 จำนวนเงิน100,000 บาท โจทก์มิได้แยกว่าชำระหนี้ใดและทำบัญชียอมรับว่าจำเลยคงค้างชำระรวมกันต่อไป จึงเป็นการที่โจทก์สละสิทธิในยอดเงินยืมโดยยอดหนี้เงินยืมรวมกับหนี้ค่ารถแทรกเตอร์ที่จำเลยค้างชำระได้แปรสภาพเป็นหนี้ค่าเช่าซื้อรถแทรกเตอร์ และเมื่อปลายปี พ.ศ. 2528โจทก์เห็นว่าจำเลยค้างชำระหนี้แก่โจทก์เป็นการผิดสัญญา ได้ยึดรถแทรกเตอร์กลับคืนไป จึงไม่มีสัญญาเช่าซื้อต่อกันและถือว่าไม่มีหนี้สินต่อกันอีก ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติตามที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่า จำเลยเป็นหนี้โจทก์อยู่ 2 ประเภท คือ หนี้เงินกู้ตามสัญญากู้ยืมเงินเอกสารหมาย จ.3 จำนวน 220,000 บาทประเภทหนึ่งและหนี้ค่าเช่าซื้อรถแทรกเตอร์ 2 คัน เป็นเงินจำนวนหนึ่งตามสัญญาเช่าซื้อเอกสารหมาย ล.1 และ ล.2 อีกประเภทหนึ่ง โจทก์ได้มีหนังสือทวงถามหนี้ทั้ง 2 ประเภทรวมกันไปยังจำเลยตามเอกสารหมาย ล.3 จำเลยได้ส่งดราฟต์ไปชำระหนี้ให้แก่โจทก์ 2 ครั้ง ครั้งละ100,000 บาท ครั้งแรกโจทก์นำไปชำระเงินกู้ หักแล้วหนี้เงินกู้คงเหลือ 120,000 บาท ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.5 ครั้งที่สองโจทก์นำไปชำระเป็นค่างวดค่าดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมผิดสัญญาเช่าซื้อรถแทรกเตอร์ ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.6 ซึ่งโจทก์ได้แจ้งการชำระหนี้ดังกล่าวให้จำเลยทราบแล้ว ต่อมาจำเลยผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อรถแทรกเตอร์ โจทก์จึงยึดรถแทรกเตอร์ที่เช่าซื้อคืนทั้ง 2 คัน จำเลยฎีกาว่า หนี้ 2 ประเภทดังกล่าวเมื่อโจทก์ทวงถามรวมกันมาหนี้ทั้ง 2 ประเภทนั้นย่อมแปรสภาพเป็นหนี้เดียวกัน การที่โจทก์ยึดรถแทรกเตอร์กลับไปย่อมทำให้หนี้ทั้งหมดระงับไป เห็นว่า การที่โจทก์ทวงหนี้จำเลยทั้ง 2 ประเภท โดยทำหนังสือทวงถามฉบับเดียวกันจะแปลว่าหนี้ 2 ประเภทนั้นได้แปลงเป็นหนี้ใหม่แล้วหรือแปรสภาพเป็นหนี้เดียวกันแล้วหาได้ไม่ เพราะการที่จะถือว่ามีการแปลงหนี้ใหม่จะต้องได้ความว่าคู่กรณีคือโจทก์และจำเลยได้ทำสัญญาเปลี่ยนสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งหนี้กัน แต่เรื่องนี้ไม่ได้ความว่าโจทก์จำเลยได้ทำสัญญาเปลี่ยนสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งหนี้แต่ประการใดดังนั้น แม้ข้อเท็จจริงจะได้ความว่าโจทก์ได้ยึดรถแทรกเตอร์จากจำเลยคืนไปอันอาจทำให้หนี้ค่าเช่าซื้อรถแทรกเตอร์ระงับไปก็ตาม หาทำให้หนี้เงินกู้ซึ่งเป็นหนี้อีกประเภทหนึ่งระงับไปด้วยไม่" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2200/2535 ห้างหุ้นส่วนจำกัด สหพันธ์แมชชีนเนอรี่ โจทก์ นาย ฉลอง บุญ คง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัด สหพันธ์แมชชีนเนอรี่ · จำเลย - นาย ฉลอง บุญ คง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิทูรย์ สุทธิประภา · อัมพร เดชศิริ · สมปอง เสนเนียม
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5324/2542ฎีกา 2675/2548ฎีกา 2248/2524ฎีกา 1479/2539ฎีกา 6631/2568ฎีกา 373/2474ฎีกา 1783/2551ฎีกา 616-617/2490ฎีกา 878/2518ฎีกา 790/2497ฎีกา 1490/2538ฎีกา 9649/2555ฎีกา 650/2474ฎีกา 1084/2539ฎีกา 3209/2550ฎีกา 1896/2492ฎีกา 867/2523ฎีกา 3453/2529ฎีกา 5112/2552ฎีกา 522/2505ฎีกา 51/2540ฎีกา 306/2473ฎีกา 6744/2538ฎีกา 1275/2482
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา