คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3170/2535
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำให้การชั้นสอบสวนที่อ้างว่าเป็นพยานบอกเล่า จะรับฟังลงโทษจำเลยได้ต่อเมื่อมีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้บอกเล่าได้รู้หรือเห็นข้อเท็จจริงนั้นๆ และหากผู้ต้องหาให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนเพราะถูกขู่เข็ญบังคับหรือกลัวจะถูกทำร้าย การรับสารภาพนั้นไม่มีผลผูกพัน
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานว่าจำเลยทั้งสามเป็นคนร้ายลักทรัพย์ คงมีแต่คำให้การของ ว.ผู้เป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยของบริษัทผู้เสียหาย ในชั้นสอบสวนว่าเห็นจำเลยทั้งสามลักทรัพย์ผู้เสียหายไป ซึ่งเป็นพยานบอกเล่า ทั้งไม่ปรากฏว่า ว.ได้แจ้งเรื่องที่เกิดขึ้นให้ผู้เสียหายทราบตามหน้าที่ของตน คำให้การของ ว.จึงไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้ โจทก์คงมีเพียงคำให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลยทั้งสาม ซึ่งจำเลยทั้งสามก็นำสืบว่า เหตุที่ให้การรับสารภาพเพราะถูกขู่เข็ญบังคับและกลัวจะถูกทำร้าย พยานโจทก์ไม่มีน้ำหนักให้ลงโทษจำเลยทั้งสามได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดธัญบุรี · จำเลย - นายโอวาศ พิมพาลุน กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประมาณ ชันซื่อ · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · สังเวียน รัตนมุง |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดธัญบุรี - นายบุญชู ทัศนประพันธ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายทวิช อนันตรสุชาติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา