⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3203/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3203/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อข้อเท็จจริงที่ได้จากการพิจารณาแตกต่างจากข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้องในสาระสำคัญ ต้องยกฟ้องโจทก์

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นและทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,91,288,295ทางพิจารณาได้ความว่าเป็นการชุลมุนต่อสู้ระหว่างบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไป และผู้ตายถึงแก่ความตายในที่ชุลมุนต่อสู้นั้น โดยไม่ทราบว่าใครเป็นคนทำให้ตาย ดังนี้เป็นเรื่องข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงดังกล่าวในฟ้องในข้อสาระสำคัญต้องยกฟ้องโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา192 วรรคสอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.294 ประมวลกฎหมายอาญา ม.295 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.7 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.72

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2531 เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยกับพวกอีก 1 คน ร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงนายรุ่งโพธิ์ศรีทอง 1 นัด โดยเจตนาฆ่า เป็นเหตุให้นายรุ่งถึงแก่ความตายทันที นอกจากนี้จำเลยกับพวกร่วมกันชกต่อยและใช้ไม้ท่อนตีทำร้ายนายกิตติพงษ์หรืออ้อม ทองอำไพ ผู้เสียหายจนได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ เหตุเกิดที่ตำบลบางกระเบา อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 288, 295พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ,คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 44 ลงวันที่ 21ตุลาคม 2519 ข้อ 3, 6, 7 กับให้ริบหัวกระสุนปืนของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณานางสมปอง โพธิ์ศรีทองหรืออาจบ้านสร้างมารดาของนายรุ่ง โพธิ์ศรีทอง ผู้ตายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 294 วรรคแรก จำคุก 1 ปี ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ริบของกลาง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามฟ้องไม่ปรากฏว่ามีข้อความตอนใดบรรยายถึงข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญของความผิดฐานเข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้เป็นเหตุให้บุคคลถึงแก่ความตาย ซึ่งจะมีผลให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 294 วรรคแรก ได้ด้วย ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในทางพิจารณาจึงแตกต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้องในข้อสาระสำคัญ ลงโทษจำเลยไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสอง ส่วนประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามิได้บัญญัติไว้ดังที่โจทก์ฎีกาแต่อย่างใด คงมีบัญญัติไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสาม ก็คงบัญญัติแต่เพียงว่า "ในกรณีที่ข้อแตกต่างนั้นเป็นเพียงรายละเอียดเช่นเกี่ยวกับเวลาหรือสถานที่กระทำความผิด หรือต่างกันระหว่างการกระทำผิดฐานลักทรัพย์ กรรโชก ฉ้อโกง ยักยอก และรับของโจร หรือต่างกันระหว่างการกระทำผิดโดยเจตนากับประมาท มิให้ถือว่าต่างกันในข้อสาระสำคัญ" แต่กรณีของโจทก์มิได้เป็นข้อแตกต่างกันดังที่บัญญัติไว้ดังกล่าวแต่อย่างใด จึงลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหาได้ไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3203/2535 พนักงานอัยการ จังหวัด นครปฐม โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นาง สม ปอ ง โพธิ์ศ รี ทอง หรือ อาจ บ้าน สร้าง โจทก์ นาย กิตติพงษ์หรือใจ หิมารัตน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด นครปฐม · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นาง สม ปอ ง โพธิ์ศ รี ทอง หรือ อาจ บ้าน สร้าง · จำเลย - นาย กิตติพงษ์หรือใจ หิมารัตน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพศาล รางชางกูร · วิทวัส อยู่วัฒนา · ประสิทธิ์ แสนศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9114/2552ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 681/2491ฎีกา 4180/2548ฎีกา 861/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 5305/2539ฎีกา 789/2480ฎีกา 226/2529ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 551/2514ฎีกา 1368/2509ฎีกา 8297/2540ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2292/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา