⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3614/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3614/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญากู้ยืมเงินที่ผู้ให้กู้กรอกข้อความจำนวนเงินภายหลังโดยผู้กู้มิได้รู้เห็นยินยอมด้วย ถือเป็นเอกสารปลอม ผู้ให้กู้จะนำสัญญานั้นมาฟ้องบังคับคดีไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

กู้เงินเพียง 30,000 บาท โดยผู้กู้ลงลายมือชื่อในสัญญากู้ซึ่งยังไม่ได้กรอกข้อความ แล้วโจทก์มากรอกข้อความเป็นว่ากู้จำนวน90,000 บาท ในภายหลังโดยผู้กู้มิได้รู้เห็นยินยอมด้วย สัญญากู้จึงเป็นเอกสารปลอม โจทก์ไม่อาจใช้เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมมาฟ้องบังคับคดี จำเลยที่ 1 ให้การต่อสู้คดีไว้ว่าสัญญากู้เป็นเอกสารปลอมจึงมีสิทธินำสืบตามข้อต่อสู้ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 94 วรรคสอง ส่วนการนำสืบว่ารับเงินจากโจทก์จำนวน 28,200 บาทเป็นการอ้างเหตุผลประกอบว่าสัญญากู้ที่มีข้อความว่ากู้ 90,000 บาทเป็นเอกสารปลอมไม่ใช่เรื่องนำสืบเปลี่ยนแปลงข้อความในเอกสาร

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า นายด้วงได้กู้ยืมเงินและรับเงินไปจากโจทก์จำนวน 90,000 บาท โดยยอมให้คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีถึงกำหนดแล้วไม่ชำระ ต่อมานายด้วงถึงแก่ความตาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งเจ็ดในฐานะทายาทของนายด้วงชำระเงินจำนวน 90,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีนับแต่วันฟ้องจนถึงวันชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การว่า นายด้วงไม่เคยกู้ยืมเงินจำนวน 90,000บาท จากโจทก์และไม่เคยทำสัญญากู้ยืมเงินจำนวน 90,000 บาท ให้โจทก์ไว้แต่อย่างใด สัญญากู้ยืมเงินในช่องผู้กู้ไม่ใช่ลายมือชื่อของนายด้วง สัญญาดังกล่าวเป็นสัญญาปลอม นายด้วงเคยกู้ยืมเงินโจทก์จำนวน 30,000 บาท และโจทก์ให้นายด้วงลงชื่อไว้ในสัญญากู้ยืมเงินโดยยังมิได้กรอกข้อความใด ๆ โจทก์กรอกจำนวนเงินเอง โดยนายด้วงมิรู้เห็นยินยอมด้วย และนายด้วงได้ชำระเงินจำนวน 30,000 บาทให้แก่โจทก์ครบถ้วนแล้ว โจทก์นำคดีนี้มาฟ้องเกิน 1 ปี จึงขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ถึงที่ 7 ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ 2 ที่ 3ที่ 4 และที่ 6 ขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พยานหลักฐานจำเลยมีน้ำหนักดีกว่าพยานหลักฐานโจทก์ เชื่อว่านายด้วงกู้เงินโจทก์เพียง 30,000 บาท โดยนายด้วงลงลายมือชื่อในสัญญากู้ จำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อเป็นพยานในสัญญาเอกสารหมาย จ.1 ซึ่งยังไม่ได้กรอกข้อความ แล้วฝ่ายโจทก์มากรอกข้อความเป็นว่ากู้จำนวน 90,000 บาท ในภายหลังโดยนายด้วงและจำเลยที่ 1 มิได้รู้เห็นยินยอมด้วย สัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 จึงเป็นเอกสารปลอม โจทก์ไม่อาจใช้เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมมาฟ้องจำเลยทั้งเจ็ดให้รับผิดในฐานะผู้รับมรดกของนายด้วงได้ ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า สัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 ระบุจำนวนเงินที่นายด้วงรับไปจำนวน 90,000 บาท จำเลยจะนำสืบว่ารับเงินเพียง20,000 บาท เศษไม่ได้ เป็นการนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94นั้น เห็นว่า จำเลยที่ 1 ให้การต่อสู้คดีไว้ว่าสัญญากู้เอกสารหมายจ.1 เป็นเอกสารปลอม จึงมีสิทธินำสืบตามข้อต่อสู้ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 วรรคสอง ส่วนการนำสืบว่า รับเงินจากโจทก์จำนวน 28,200 บาท เป็นการอ้างเหตุผลประกอบว่าสัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 ที่มีข้อความว่านายด้วงกู้ 90,000 บาทเป็นเอกสารปลอม ไม่ใช่เรื่องนำสืบเปลี่ยนแปลงข้อความในเอกสาร พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3614/2535 นาง บัติ ร่มพฤกษ์ โจทก์ นาง อืด อ่อน คำ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง บัติ ร่มพฤกษ์ · จำเลย - นาง อืด อ่อน คำ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วีระชัย สูตรสุวรรณ · เริงธรรม ลัดพลี · ปรีชา เฉลิมวณิชย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1452/2511ฎีกา 231/2482ฎีกา 170/2546ฎีกา 2721/2548ฎีกา 1561/2520ฎีกา 272/2490ฎีกา 199/2537ฎีกา 1578/2493ฎีกา 8732/2549ฎีกา 6801/2540ฎีกา 275/2487ฎีกา 978/2510ฎีกา 794/2509ฎีกา 1550/2493ฎีกา 1896/2492ฎีกา 612-615/2519ฎีกา 3649/2525ฎีกา 2657/2534ฎีกา 7051/2540ฎีกา 306/2506ฎีกา 2356/2534ฎีกา 6848/2540ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2170/2517
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา